เปิดเหตุผลทำไม ‘เวียดนาม’ เศรษฐกิจโตในยุคโควิด

SME Go Inter
28/11/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 2407 คน
เปิดเหตุผลทำไม ‘เวียดนาม’ เศรษฐกิจโตในยุคโควิด
banner

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำลายเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำสุดขีดเป็นภาวะช็อกโลก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว ภาคบริการ และรวมถึงห่วงโซ่อุปทานของโลก แต่อีกซีกหนึ่งของโลกตะวันออกที่สามารถบรรเทาความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจจากวิกฤติโรคโควิด และกลายเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) นั้นก็คือ ประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถพยุงเศรษฐกิจเติบโตมากที่สุด และเฟื่องฟูท้าทายในยุคโรควิดยังแพร่ระบาด

ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิดลุกลามทั่วโลกตั้งแต่ปี 2563 เวียดนามสามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดจนประสบความสำเร็จสูงสุด จากมาตราการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รับการยกย่องจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นอีก 1 ในหลายประเทศที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้ดี ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะมีอัตราการขยายตัว 2.4 %ในปี 2563

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ขณะที่ปี 2564 IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเหนือกว่าชาติอาเซียน ด้วยตัวเลขอัตราการเติบโตสูงถึง 6.5% อันเป็นผลมาจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แม้ว่าเวียดนามจะขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพเหมือนของประเทศที่ร่ำรวยต่างๆ แต่เวียดนามก็ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางเรื่องมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่งทำให้สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาชุดทดสอบที่รวดเร็ว และใช้การทดสอบเชิงกลยุทธ์ การตามรอยโรค เพื่อช่วยควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตามตลอดปี 2563 เศรษฐกิจเวียดนามซบเซาเช่นเดียวกับชาติอาเซียน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เคยเฟื่องฟูได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด แต่เวียดนามก็สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบเศรษฐกิจอันเลวร้ายในประวัติศาสตร์โลกจากการระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิดไปได้อย่างน่าทึ่ง อาทิเช่น

 

Work From Home ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

หลากหลายปัจจัยที่สามารช่วยลดผลกระทบเศรษฐกิจของเวียดนามในยุคโรคโควิดระบาด ในมุมมองของ ไมเคิล โคคาลารี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ วีนาแคปิตอล (VinaCapital)  ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนต่างชาติรายใหญ่ของเวียดนาม สะท้อนมุมมองให้เห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลเวียดนามและบริษัทต่างอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือ work From Home นับเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งผลพลอยได้ไม่คาดคิดดังกล่าวอาจมาจากคนทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้นมหาศาลทั่วโลก

ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะ ประชาชนชาวเวียดนามแห่ซื้อคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์สำนักงานใหม่ ทั้งทำงานภายในออฟฟิศและใช้เวลาทำงานอยู่บ้านมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านั้นส่วนใหญ่ผลิตในเวียดนามเป็นหลัก

สำหรับการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปสหรัฐอเมริกายังเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ในสามไตรมาสแรกของปี 2563 เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 โดยการส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 ส่วนการส่งออกไปสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไม่ต่ำร้อยละ 50 เนื่องจากเวียดนามได้รับอานิสงส์จากความขัดแข้งการค้าระหว่างสหรัฐอเมริการกับจีน


ภาษียั่วใจนักลงทุนย้ายฐานผลิตปักธง


ในช่วงไม่กี่ทศวรรษทีผ่านมาภาคการผลิตของเวียดนามเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ในประเทศอื่น หลังจากที่ต้นทุนแรงงานในจีนเพิ่มขึ้น อีกทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่กำลังดำเนินอยู่และไม่มีท่าทีว่าจะยุติเมื่อไหร่ ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจน้อยลงในแง่ฐานการผลิต เนื่องจากมีการเรียกเก็บภาษีส่งออกจำนวนมาก


ทำให้ปัจจุบันมีบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ชั้นนำของโลกต่างย้ายฐานผลิตไปอยู่เวียดนาม ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง “แอปเปิล” และ “ซัมซุง” ซึ่งตอนนี้ “แอปเปิล” มีแผนที่จะผลิตหูฟังไร้สาย “แอร์พอดส์” ในเวียดนามส่งออกไปจำหน่ายไปทั่วโลก ผลพวงจากการระบาดของโควิดยังกระตุ้นให้หลายบริษัทหันมาสนใจฐานการผลิตในเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากความจำเป็นในการกระจายห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศสหรัฐฯ และจีนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งเวียดนามไม่ใช่คู่ขัดแข้งสหรัฐฯ และจีน การย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามง่ายต่อการส่งออกไปสองประเทศดังกล่าว



เวียดนาม เติบโตสูงสุดในอาเซียน 5 ปีซ้อน

ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเวียดนามเป็นประเทศที่ขยายตัวอย่างสูงที่สุดในอาเซียน โดยมีการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.8% ต่อปี และที่สำคัญคือเป็นประเทศที่มีการขยายตัวกลุ่มชนชั้นกลางที่รวดเร็วที่สุดในเอเชีย (มีรายได้ 714 เหรียญสหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 22,000 บาทต่อเดือน) และบริษัท นีลเส็น กรุ๊ป ยังได้ประเมินว่ากลุ่มชนชั้นกลางในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นเป็น 44 ล้านคนในปี 2020 และเพิ่มเป็น 95 ล้านคนในปี 2030 ดังนั้นเวียดนามจึงกลายเป็นโอกาสของนักลงทุนทั่วโลกที่มุ่งย้ายฐานการผลิตไปที่นั้น

นอกจากเวียดนามจะเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจ เพราะมีแรงงานต้นทุนต่ำ ทำให้มีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน เพื่อใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกแห่งใหม่ในเอเชียและทั่วโลก ในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า บรรจุภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า แนวโน้มการเติบโตของตลาดภายในประเทศและกำลังซื้อของประชากรที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เวียดนามมีความน่าสนใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น

 

แหล่งอ้างอิง  : www.BBC.uk   

                      : www.IMF.com   


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


อาเซียนฝ่าโควิด : เปิดทางอำนวยความสะดวกสินค้าจำเป็น

จีน-ญี่ปุ่น ประชันสมรภูมิการค้า การลงทุนใน CLMVT



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234492 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90311 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44523 | 10/10/2020
banner