นโยบายสหรัฐฯ ยุค ‘โจ ไบเดน’ จุดเปลี่ยนการค้าไทย

SME Update
26/01/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 1629 คน
นโยบายสหรัฐฯ ยุค ‘โจ ไบเดน’ จุดเปลี่ยนการค้าไทย
banner

ทั่วโลกต่างจับตามองการดำเนินนโยบายการค้าระหว่างประเทศสหรัฐ หลังจาก"นายโจ ไบเดน" เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐฯ แทนนายโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการเมื่อคืนวันที่ 20 มกราคม 2564 ว่าจะปรับโฉมต่างไปจากเดิมไปมากน้อยเพียงใด  

ไทยซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ยังพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ก็ต้องติดตามนโยบายนี้เช่นเดียวกัน เพราะสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดหลักของไทย โดยในปี 2563 ไทยส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ มูลค่า 34,344 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.6% จากปี 2562 ที่มีมูลค่า 31,348 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยล่าสุดเฉพาะเดือนธันวาคม 2563 มีมูลค่า 2,972 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 15.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ประเด็นนี้นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า วิเคราะห์ว่าแผนงานของคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตามที่มีการเผยแพร่บันทึก (Memo) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 64 ระบุว่าจะมุ่งเน้น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 

(1) วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

(2) วิกฤตเศรษฐกิจ

(3) วิกฤตสิ่งแวดล้อม

(4) วิกฤตด้านความเท่าเทียมทางชาติพันธุ์ 

โดยจะเป็นแกนหลักในการผลักดันนโยบายช่วง 100 วันแรก เพื่อแก้ไขความเสียหายร้ายแรงในปัจจุบัน ควบคู่กับการขับเคลื่อนสหรัฐฯ ไปข้างหน้าอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะเห็นว่าในช่วง 10 วันแรกไบเดนเร่งใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกคำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order) เอกสารบันทึกความเข้าใจประธานาธิบดี (Presidential Memorandum) และคำสั่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อเร่งการทำงานไปแล้วมากกว่า 20 ฉบับ 

โดยประเด็นวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 อาทิ การใช้มาตรการบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่หน่วยงานภาครัฐ และระหว่างการเดินทางข้ามรัฐ การเร่งการผลิตวัคซีนต้านโควิด 19 และการยุติกระบวนการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก 

ประเด็นวิกฤตสิ่งแวดล้อม อาทิ การกลับเข้าเป็นภาคีของความตกลงปารีส (Paris climate accord)   

ประเด็นวิกฤตความเท่าเทียมทางชาติพันธุ์ อาทิ การยกเลิกนโยบายปิดกั้นผู้อพยพจากประเทศมุสลิมบางประเทศ 

ขณะที่ประเด็นวิกฤตเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามคำสั่งพิเศษขยายเวลาการชำระเงินกู้เพื่อการศึกษาพร้อมทั้งดอกเบี้ย  

และที่สำคัญจะเร่งผลักดันแผนงบประมาณการเยียวยาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในเดือนมกราคม ก่อนจะเข้าสู่การลงนามคำสั่งประธานาธิบดี เพื่อเร่งขับเคลื่อนแนวทางBuy Americanซึ่งจะเป็นการเพิ่มการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในสินค้าและบริการภายในประเทศ   

ตามมุมมอง ผอ. สนค. เห็นว่า นโยบายสำคัญทั้ง 4 ด้านสะท้อนให้เห็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายในช่วงหาเสียง และสะท้อนว่าทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จะกลับมาให้ความสำคัญกับกฎกติกาสากล และมีแนวโน้มสร้างความร่วมมือผ่านองค์กรหรือข้อตกลงระหว่างประเทศมากขึ้น 

ในแง่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าไทย จะได้รับผลดีจากมาตรการเยียวยาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การจ้างงาน และกำลังซื้อของกลุ่มประชาชนระดับชั้นกลาง ทั้งนี้ธนาคารโลกประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 64 จะขยายตัว 3.5% และการที่สหรัฐฯ ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย ยิ่งทำให้ภาพรวมการส่งออกดีขึ้น แม้ยังต้องเผชิญความท้าทายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนโยบาย “Buy American” อาจสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มที่จะถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะสินค้าเหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ ซึ่งพึ่งตลาดสหรัฐฯ เป็นอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นมูลค่า 1,011 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสัดส่วน 20.81% 

ส่วนกรณีการกลับเข้าเป็นภาคีความตกลงปารีส ที่มีเป้าหมายเพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะสร้างแรงกดดันต่อสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแ ละอาจส่งผลต่อการส่งออกรถยนต์สันดาปภายในของไทย (ปัจจุบันสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบอันดับ 6 ของไทย คิดเป็นมูลค่า 1,039.24 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีสัดส่วน 4.89% ของการส่งออกสินค้ารถยนต์ฯ ทั้งหมด) 

รวมถึงอาจเป็นการกระตุ้นให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการสหรัฐฯ ตื่นตัวกับแนวโน้มรักษ์โลกและพลังงานสะอาด และกำหนดเงื่อนไข/มาตรฐานของสินค้าที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การติดฉลากบ่งชี้ระดับการปล่อยคาร์บอน หรือการให้บริษัทผู้ผลิตเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นความท้าทายต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก 

นอกจากนี้ ไทยต้องเตรียมความพร้อมประเด็นที่นายไบเดน ให้ความสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขการเจรจาการค้าในอนาคต เพื่อลดประเด็นปัญหาและสร้างบรรยากาศการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีระหว่างกัน เช่น ประเด็นสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชนและแรงงาน รวมถึงการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา เช่นเดียวกับมาตรการอื่นๆ ที่สหรัฐฯ ใช้ติดตามพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การติดตามนโยบายค่าเงินของประเทศคู่ค้า/การบิดเบือนค่าเงิน (currency manipulation) ซึ่งอาจใช้เป็นเหตุผลในการออกมาตรการอื่นตามมา  

โดยทางกระทรวงพาณิชย์ นอกจากจะติดตามความเคลื่อนไหวของนโยบายแล้ว ยังประสานการทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวก ส่งเสริม และแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น และจัดให้มีกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) เพื่อผลักดันการส่งออกไทยเพื่อเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503074 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130231 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124867 | 28/10/2020
banner