ส่องแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2564

SME Update
21/02/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 8177 คน
ส่องแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2564
banner

ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สถาบันยานยนต์ ซึ่งได้มีการสรุปสภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ปี พ.ศ.2563 ว่าประเทศไทยมีปริมาณการผลิตรถยนต์ 1,427,27 คัน จำหน่ายในประเทศ 792,146 คัน และส่งออก 735,842 คัน ลดลงร้อยละ 29 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 แต่อย่างไรก็ตามปริมาณดังกล่าวยังเป็นไปตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้

จากลำดับเหตุการณ์สำคัญที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2563 มีจุดที่น่าสนใจ อาทิ ช่วงเดือนมกราคมเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ในหลายๆ ประเทศ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

และในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย (General Motors (Thailand) Ltd.) ประกาศยุติการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ผู้ผลิตรถยนต์จำนวน 51 รายทั่วโลก รวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ 8 รายในประเทศไทย หยุดการผลิตชั่วคราว เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด 19

แต่อย่างไรก็ตาม ในเดือนต่อมาผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยได้กลับมาเดินหน้าผลิตตามเดิม จากนั้นเมื่อประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ได้ระดับหนึ่ง ทำให้ในเดือนกรกฎาคมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมอเตอร์โชว์ครั้งแรกของโลก นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด 19 และในเดือนสิงหาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเริ่มฟื้นตัว โดยสามารถผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 100,000 คันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดใหญ่เริ่มขึ้น กระทั่งเดือนพฤศจิกายนที่ปริมาณการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือนที่ผ่านมา

ขณะที่ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ได้เกิดการระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอกใหม่ ทำให้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป

ดังนั้น ด้วยปัจจัยต่างๆ ทำให้สถาบันยานยนต์ คาดการณ์ปริมาณการผลิตรถยนต์ในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ประกอบด้วยการส่งออก 750,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากสภาพเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่กำลังฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และการจำหน่ายในประเทศ 750,000 คัน ลดลงร้อยละ 3 จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอกใหม่ และหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

จับสัญญาณตลาดยานยนต์ ปี 64

ทั้งนี้จากข้อมูลของสถาบันยานยนต์ได้จัดทำข้อมูลของสัญญาณของตลาดยานยนต์ไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ

อุปสงค์ต่างประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจอเมริกากลับมาส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากการแต่งตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ และการดำเนินมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด แต่อย่างไรก็ดีสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐฯ ยังคงรุนแรงอยู่ ในขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียซึ่งเป็นตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ ได้ส่งสัญญาณปกติจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากการระบาดระลอกที่ 2 ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจยังไม่ถูกเผยแพร่ แต่อย่างไรก็ดีไม่ว่าดัชนีดังกล่าวจะส่งสัญญาณอย่างไร สัญญาณเตือนการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จะยังคงส่งสัญญาณเฝ้าระวังเช่นเดิม

อุปสงค์ในประเทศ ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา ที่ส่งสัญญาณเตือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 แต่อย่างไรก็ดีดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจส่งสัญญาณปกติ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ถึงแม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ แต่เนื่องจากการดำเนินมาตรการของ ภาครัฐไม่เข้มงวดเท่าระลอกก่อนหน้า และประชาชนเริ่มคุ้นชินกับการรับมือของการแพร่ระบาด

อุปทาน ส่งสัญญาณเตือนแสดงให้เห็นถึงการส่งสัญญาณการชะลอตัวของอุปทานในช่วงเดือนเมษายนที่มีวันหยุดมาก ส่งผลให้ปริมาณการผลิตในเดือนดังกล่าวลดลง แต่อาจไม่ลดลงต่ำกว่าปีก่อนหน้าเนื่องจาก เมษายน 2563 เป็นเดือนที่ผู้ผลิตรถยนต์หยุดการผลิตชั่วคราวจากการแพร่ระบาดระลอกแรก


การขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่อีกปัจจัยที่ควรพิจารณาคือการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมามีการจะทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสม แบ่งเป็นประเภท BEV หรือแบบเสียบปลั๊ก 1,290 คัน ขณะที่มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบ HEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสม (รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ PHEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสมแบบเสียบปลั๊ก (ปลั๊กอินไฮบริด) สูงถึง 29,460 คัน ทำให้ประมาณการณ์ว่าในปี 2564 นี้ตลาดยังยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งมีการคาดว่าในปี 2573 ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า PHEV และ BEV ทั่วโลก (รวมรถยนต์ขนส่งบุคคล รถขนส่งเชิงพาณิชย์ รถประจำทาง และรถบรรทุก) จะสูงถึงประมาณ 25 ล้านคัน และมียอดสะสมประมาณ 140 ล้านคัน โดยคาดว่ารถยนต์นั่งขนาดเล็กจะมียอดจำหน่ายและจำนวนสะสมสูงสุด และตลาดที่จะขยายตัวชัดเจน คือ จีน ยุโรป สหรัฐฯ และอินเดีย

ด้านธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ไฟฟ้าก็มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ที่ทำให้ยานยนต์สามารถตอบสนองความต้องการผู้ใช้ได้หลายหลาย ใกล้เคียงกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

แนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนไปเป็นแบบวงล้อ (Hub and Spoke) ที่ผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมอื่นๆ เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่คุณค่ามากขึ้น เช่น ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับยานยนต์สมัยใหม่ (ระบบเซนเซอร์รอบคันสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เนต และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายอื่นๆ) ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ที่มุ่งสู่ยานยนต์สมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<

 

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503074 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130231 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124864 | 28/10/2020
banner