The Big Blue | ถึงเวลาต้องเปลี่ยน… 5 ความท้าทายที่อาจจะกลายเป็นโอกาสของ SMEs

SME Update
21/10/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 1504 คน
The Big Blue | ถึงเวลาต้องเปลี่ยน… 5 ความท้าทายที่อาจจะกลายเป็นโอกาสของ SMEs
banner
เมื่อ 2 ปีก่อน หลายธุรกิจต้องรีบเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างรวดเร็วเมื่อโควิด-19 เข้ามา แต่ต่อจากนี้คงเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่หลายธุรกิจจะต้องเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป  

แน่นอนว่าคงมีความท้าทายมากมายที่รออยู่เบื้องหน้า แต่เราจะขอสรุปมาเป็น 5 ประเด็นสั้นๆ ที่ผู้ประกอบการ SMEs ควรจะคำนึงถึงก่อนที่จะเริ่มคิดปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใดๆ ก็ตาม เพื่อที่จะสามารถหยิบฉวยโอกาสในการแข่งขันต่อจากนี้ แล้วกลายเป็นผู้ชนะในอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้ 

1. การทำ Digital Marketing และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า 

หลังจากเผชิญกับโควิดและมีการล็อกดาวน์อยู่บ่อยครั้ง ธุรกิจส่วนใหญ่ก็ได้พยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ และพยายามดึงดูดลูกค้าใหม่ โดยมุ่งเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก แต่การจะทำแค่สร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขึ้นมา หรือพาตัวเองเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แล้วหวังว่าลูกค้าจะเข้ามาเห็นเราเอง อาจเป็นกลยุทธ์ที่อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เพราะเมื่อก้าวเข้าไปในโลกดิจิทัล คู่แข่งของคุณไม่ได้อยู่แค่ในจังหวัด หรือในภูมิภาคเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ทั่วประเทศ หรืออาจจะทั่วโลกเสียด้วยซ้ำ

ผู้ประกอบการจึงอาจต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้ไม่ว่าใครจะค้นหาอะไรที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีโอกาสเจอเว็บไซต์ของคุณได้มากขึ้น ตลอดจนทำแคมเปญต่างๆ ทาง Social media และรู้จักใช้ประโยชน์จากอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อชักจูงลูกค้าใหม่ๆ 

ทั้งนี้เมื่อมีลูกค้าเข้ามา ก็อย่าลืมใช้ประโยชน์จากระบบ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้าไปพัฒนาให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจจนกลายเป็นลูกค้าประจำที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ต่อไป

2. Digital Transformation และการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ 

Digital Transformation และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เป็นสิ่งที่ SMEs ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมันจะช่วยพาธุรกิจหลบหลีกจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่แสนจะท้าทายและไปยืนเหนือคู่แข่งได้ 

ธุรกิจในปัจจุบันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากระบบ Cloud Technology, VR, AR และ AI ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวขึ้น และสามารถไปโฟกัสที่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจแทน 

3. การบริหารพนักงาน และเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดี

สองปีที่ผ่านมา สภาพการทำงานและวิธีการทำงานได้เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก พนักงานหลายคนเห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพจิตตัวเองในการทำงานมากขึ้น พนักงานหลายคนเริ่มไม่ทนอีกต่อไปหากจะต้องทำงานที่ทำให้เสียสุขภาพจิต หรือกระทบกับชีวิตส่วนตัวมากเกินไป ทำให้หลายๆ ธุรกิจต้องเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเรื่องความรู้สึกของพนักงานมากขึ้นเช่นกัน 

ทุกวันนี้ นอกจากนายจ้างจะต้องคอยดู Workflow และประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานแล้ว ก็จำเป็นต้องมีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ (ไม่ว่าจะแบบเห็นหน้า หรือผ่านช่องทางออนไลน์) อีกทั้งยังควรหาวิธีใหม่ๆ ในการฝึกอบรมพนักงานทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเกิดภาวะหมดไฟ (Burnouts) หรือหมดใจกับการทำงาน (Quiet quitting) ไปในที่สุด และยังช่วยรักษาพนักงานที่ดีเอาไว้ในบริษัทได้

4. แนวโน้มตลาดแรงงานและเทรนด์การจัดจ้างคนภายนอก (Outsourcing)

เหตุการณ์ The Great resignation หรือ การลาออกครั้งใหญ่ในช่วงปี 2021 และ 2022 ก่อให้เกิดตำแหน่งงานว่างมากมาย และยังส่งผลให้เกิด Gig Economy หรือเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ รับงานเป็นชิ้นๆ มากขึ้น ในปัจจุบัน Gig Economy ไม่ได้มีเพียงฟรีแลนซ์ที่รับทำกราฟฟิกแบบที่เรามักจะคุ้นชินอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา ไม่ว่าจะเป็นบัญชี, บริการไอที, การตลาด, ฝ่ายบุคคล, ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า 

ซึ่งอาจจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่เป็นประโยชน์แก่ SMEs ได้เนื่องจาก ทำให้ SMEs สามารถจ้างคนภายนอกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเข้ามาทำงานเป็นโปรเจ็คไปได้ โดยไม่ต้องมีต้นทุนพนักงานประจำมากนัก ทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัวมากขึ้น 

5. เทรนด์การทำงานทางไกล และ Hybrid working

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างเด่นชัดที่สุดหลังการมาของโควิด-19 คือ การเปลี่ยนไปทำงานแบบ Hybrid Working ซึ่งคาดว่าเทรนด์นี้จะคงอยู่ถาวร และการมีออฟฟิศเป็นที่ทำงานหลักที่มีพนักงานมานั่งทำงานประจำเยอะๆ ก็คงจะค่อยๆ สูญสิ้นไป 

แน่นอนว่ามีแรงต่อต้านจากภาคธุรกิจแบบดั้งเดิม แต่ดูเหมือนว่าหลายธุรกิจก็กำลังพยายามปรับตัวไปตามความคาดหวังของพนักงานที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์ พนักงานหลายคนสามารถพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาก็ทำงานที่บ้าน หรือเข้าออฟฟิศไม่บ่อยครั้งเหมือนในอดีต แต่ก็ทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้แนวโน้มพนักงานส่วนใหญ่ไม่อยากจะกลับไปทำงานในระบบแบบเดิมแล้ว

ในอนาคต รูปแบบการทำงานจึงจะมีตั้งแต่ Work from home 100%, Hybrid working ไปจนถึงเข้าออฟฟิศ 100% ซึ่งจะเป็นแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับหน้าที่ของพนักงาน, ทำงานอยู่ในภาคส่วนไหนของธุรกิจ หรือไม่ก็อาจเป็นทางเลือกของแต่ละคน 

ซึ่ง SMEs ควรจะทำให้ระบบการสื่อสาร และความปลอดภัยทางเทคโนโลยี ดีพอที่จะรองรับพนักงานที่ทำงานระยะไกล หรือทำงานแบบ Hybrid เพราะว่าความต้องการทำงานที่มีความยืดหยุ่นจะไม่มีทางหายไปไหน หากบริษัทของคุณยังคงล้าหลังและไม่คิดจะปรับเปลี่ยน คุณอาจจะมีปัญหาในเรื่องการรักษาและสรรหาพนักงานอย่างแน่นอน

ผู้เขียน : ชนาภา มานะเพ็ญศิริ Economist, Bnomics

Reference : 
https://www.zdnet.com/article/small-business-tech-outlook-challenges-and-opportunities-ahead/ 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503074 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130231 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124867 | 28/10/2020
banner