จับตา! ไทยเดินหน้าเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป

SME Go Inter
21/10/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1468 คน
จับตา! ไทยเดินหน้าเจรจาการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป
banner

สหภาพยุโรปถือเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 3 ของไทย มีสัดส่วน 10.65% ของการส่งออกทั้งหมด รองจากอาเซียนและจีน โดยในปีที่ผ่านมาไทยส่งออกไปสหภาพยุโรป มูลค่า 26,144 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.76% และมาปีนี้ก็ยังต้องเผชิญกับภาวการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 อีก

เครื่องมือการขับเคลื่อนการส่งออกที่สำคัญ อย่างการเจรจาความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรปก็ถูกฟรีซไว้นับตั้งปี 2557 หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ แต่ล่าสุดมีสัญญาณว่าสองฝ่ายจะกลับมา "ปัดฝุ่น" เปิดการเจรจาใหม่อีกครั้ง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเจ้าภาพหลัก สำรวจความคิดเห็นจากภาคเอกชนและภาคประชาชน ในประเด็นความตระหนัก ความนิยม ผลประโยชน์และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการชดเชยผลกระทบ ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 1,036 ตัวอย่าง และกลุ่มผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเอฟทีเออีก 306 ตัวอย่าง

ปรากฎว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 60.7% มีความเห็นว่า การเปิดเสรีการค้าจะทำให้ประเทศไทยโดยรวมดีขึ้น ขณะที่กลุ่มที่มองว่าการเจรจาจะทำให้ประเทศไทยไม่ต่างไปจากเดิม 22% ส่วนที่จะมองว่าการเปิดการเจรจาจะทำให้ประเทศไทยแย่ลงมีเพียง 3.7% และมีบางกลุ่มที่ยังไม่ทราบว่าการเจรจาเอฟทีเอจะให้ผลต่อประเทศไทยอย่างไรอีก 9.5%

หากย้อนไปดูผลการศึกษา ผลกระทบจากการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนาได้จัดทำเสร็จสิ้น ชี้ชัดว่าความตกลงฉบับนี้จะช่วยสร้างโอกาสส่งออกให้สินค้าไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตโควิด 19

สอดคล้องกับผลสำรวจข้างต้นที่ชี้ชัดว่า ความตกลงจะช่วยให้ไทยมีค่าครองชีพลดลง มีสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น คนไทยมีงานทำมากขึ้น ประเทศมีความรู้ นวัตกรรม มีรายได้มากขึ้น มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย คนที่ด้อยโอกาสจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำลดลง และสิ่งแวดล้อมดีขึ้น

ทั้งนี้ การเจรจาความตกลงเอฟทีเอไทย-อียู เป็นการเจรจาในลักษณะที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนรวม 16 ประเด็น ในประเด็นการเปิดตลาดลดภาษีสินค้า งานวิจัยชี้ว่า หากมีการลดภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการระยะยาว จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวได้ถึง 1.28% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.05 แสนล้านบาท การส่งออกจากไทยไปอียูจะสูงขึ้น 2.83% หรือ 2.16 แสนล้านบาท และการนำเข้าจากอียูสูงขึ้น 2.81% หรือ 2.09 แสนล้านบาท ประเภทสินค้าส่งออกที่มีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากเอฟทีเอ เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก

ขณะที่การค้าบริการและการลงทุนนั้น ฟากฝั่งอียูเน้นการเจรจาเปิดเสรีในสาขาสื่อสาร โทรคมนาคม การเงิน คมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะทางทะเลและการจัดส่งพัสดุและไปรษณีย์ โดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อลดอุปสรรคการทำธุรกิจสาขาบริการการเงิน ประกันภัย โทรคมนาคม และบริการวิชาชีพ และขอให้การแข่งขันให้เสมอภาค

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มเจรจาเรื่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จะเจรจาโดยยึดหลักการข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) คุ้มครองลิขสิทธิ์หลังเสียชีวิต 50-70 ปี คุ้มครองการออกแบบ 10-15 ปี คุ้มครองพันธุ์พืชตามอนุสัญญา UPOV 1991 ปกป้องข้อมูลทดสอบทางยา 5 ปี ขยายอายุสิทธิบัตร 2-5 ปี รวมถึงการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขอให้ประเทศสมาชิกอียูสามารถเข้าร่วมการประมูลจัดซื้อจัดจ้างได้ โดยมีเงื่อนไขเดียวกับบริษัทในประเทศ ต้องได้รับความยุติธรรมและเท่าเทียม และต้องปฏิรูปการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนและรัฐ นอกจากนี้อียูต้องการให้ไทยยึดหลักปฏิบัติตามพันธกรณีด้านแรงงานสากล ภายใต้ ILO ข้อตกลงภายใต้ความตกลงสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (MEAs) อีกด้วย 

บทสรุปของการเดินหน้าเจรจายังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะเริ่มได้เมื่อไร แต่ผู้ประกอบการไทยต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ตามผลการศึกษานี้ระบุว่าการเปิดตลาดลดภาษีจะทำให้ไทยสามารถนำเข้าวัตถุดิบถูกลง มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยจะต้องมีการพัฒนามาตรฐานสินค้า ส่วนภาครัฐก็ยังต้องเตรียมทางออกฉุกเฉินอย่างกองทุนเอฟทีเอ เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้านี้ เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างสมดุลที่สุด 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


ส่องนโยบายการเงิน-การคลังฟื้นฟูเศรษฐกิจ 

วิถีใหม่สินค้า Luxury หลังโควิด สู่ร้านช้อปปี้งออนไลน์

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234499 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90326 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44547 | 10/10/2020
banner