แบรนด์ไทยไม่ควรมองข้าม ‘ผู้บริโภคคนจีนรุ่นใหม่’

SME Go Inter
24/12/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 1733 คน
แบรนด์ไทยไม่ควรมองข้าม ‘ผู้บริโภคคนจีนรุ่นใหม่’
banner

แม้ว่าวิกฤตโรคโควิด 19 ในประเทศจีนคลี่คลายแล้วเมื่อเทียบกับนานาประเทศ แต่ดูเหมือนว่าไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal) จะยังคงอยู่กับชาวโลกไปอีกยาวนาน ทำให้ทุกย่างก้าวสู่มิติใหม่ ทั้งหมดที่เห็นชัดเจนที่สุดของวิถีชีวิตแบบใหม่ของชาวจีน คือการช้อปปิ้งจากออฟไลน์เปลี่ยนมาอยู่บนโลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

ขณะที่ประเทศจีนถือว่าเป็นตลาดคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลกและกำลังเติบโตไม่หยุด อีกทั้งมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดัชนีบ่งดังกล่าวชี้ว่าไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแน่นอน เห็นได้จากยอดขายที่สูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ของอาลีบาบาในงานมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 ปี 2020 ทำสถิติยอดขายรวมพุ่งทะลุ 350,000 ล้านหยวน หรือราว 1,710,065 ล้านบาท โดยมีสถิติคำสั่งซื้อสูงสุด 583,000 รายการต่อ 1 วินาที

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าประชาชนชาวจีนกลับมาใช้จ่ายกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากโรคโควิดผ่านพ้นไป ช่วยปลุกเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มกลับมาพลิกฟื้นอย่างคึกคักอีกครั้งหลังจากซมโควิดมานาน จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ดังชั้นนำต่างๆ หันมาทำโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้ากันเป็นจำนวนมาก และสามารถกระตุ้นยอดขายเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เหตุนี้แบรนด์หรูระดับพรีเมี่ยมหันไปโฟกัสกับสาขาในประเทศจีนมากขึ้น เนื่องจากทั่วโลกยังเผชิญกับวิกฤตโรคโควิดทำให้คนจีนไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้

ขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวจีนนิยมเลือกซื้อสินค้าที่คำนึงถึงเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหมวดใดก็ตาม ที่สำคัญลูกค้าจะมองหาประสบการณ์การซื้อสินค้าแบบใหม่ๆ ผ่านออนไลน์เป็นพิเศษ

กระนั้น แม้ว่ากระแสการช้อปปิ้งออนไลน์จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้ายุคโรคโควิด แต่ในยุคหลังโรคโควิดผู้บริโภคชาวจีนต้องการจะมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ที่ใช้ดิจิทัลและนวัตกรรมสูงมากขึ้น เช่น วิธีการใหม่ๆ ในการซื้อของที่ไม่เหมือนเดิม เน้นการสร้างเสริมประสบการณ์ผ่านเทคโนโลยี เป็นต้น

 

คนรุ่นใหม่คือกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

จีนถือเป็นประเทศแถวหน้าของโลกด้านนวัตกรรมดิจิทัล ประชาชนชาวจีนจึงมีความรู้และพร้อมศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ เห็นได้ชัดว่าในช่วงโรคโควิดคนจีนก็หันมาใช้การไลฟ์สตรีมขายสินค้ากันอย่างแพร่หลาย ซึ่งคนชนชั้นกลางคือตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน เพราะในปี 2018 ที่ผ่านมามีจำนวนครอบครัวชนชั้นกลางทั่วประเทศมากถึง 180 ล้านครัวเรือน

โดยจำนวนนั้นยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้สูงอายุก็หันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น แต่ก่อนเกิดโรคโควิดแพร่ระบาด กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เกิดมาในสังคมดิจิทัลกลับใช้จ่ายมากถึง 60% ของยอดการบริโภคทั้งประเทศ ทั้งๆ ที่มีจำนวนเพียง 25% ของประชากรจีนทั้งหมดเท่านั้น เพราะประชาชนชาวจีนมั่นใจในอนาคต และไม่ลังเลเมื่อจะใช้เงินไปกับการจ่ายซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือเครื่องสำอางราคาสูงก็ตาม

 

โอกาสของแบรนด์ไทยเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

ทุกวันนี้จีนเป็นตลาดสินค้า Luxury Brand ใหญ่สุดในโลก จากผลวิจัย “Chinese Luxury Consumers” ระบุว่ามีชาวจีน 7,600,000 ครัวเรือน นิยมซื้อสินค้าหรู แต่ละครัวเรือนมีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 71,000 หยวนต่อปี และในปี 2018 เป็นอีกปีทีชาวจีนมีประชากรกลุ่มมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก ขณะที่ปี 2021 คาดการณ์ว่าจีนจะกลายเป็นประเทศที่มีครัวเรือนมั่งคั่งมากที่สุดของโลกเช่นกัน แม้ว่าเพิ่งผ่านวิกฤตจากโรคโควิด แต่เศรษฐกิจจีนพลิกฟื้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ความนิยมสินค้าหรูในจีนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2008 มีผู้บริโภคจีน 12% ที่ใช้จ่ายสินค้าหรูทั่วโลก จากมูลค่าตลาด Luxury Brand โดยรวมอยู่ที่ 1,263,000 ล้านหยวน และสัดส่วนของผู้บริโภคจีนที่ใช้จ่ายสินค้าหรูเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าในปี 2025 มูลค่าตลาด Luxury Brand ทั่วโลกจะอยู่ที่ 2,700,000 ล้านหยวน ในจำนวนนี้มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีนสูงถึง 44% เลยทีเดียว

แพลตฟอร์มการตลาดที่แบรนด์ไทย ต้องใช้เจาะตลาดคนจีน

แบรนด์ไทยไม่ควรมองข้าม “ผู้บริโภคคนจีนรุ่นใหม่” แม้จะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีศักยภาพสูง แต่ด้วยความที่จีนเป็นประเทศที่ไม่เปิดให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น Google, Facebook ใช้งานได้ในจีน แต่ใช้วิธีพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเอง ฉะนั้นถ้าแบรนด์ต่างประเทศจะเจาะตลาดจีน ก็ต้องรู้จักและใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยมในจีน

โดย 3 แพลตฟอร์มหลักที่คนจีนใช้กันมากที่สุด นั่นคือ Baidu – Weibo – WeChat แต่การที่จะนำสินค้าไปขายบนอีคอมเมิร์ซจีน ใช่ว่าจะเข้าไปง่ายๆเพราะมีขั้นตอนต่างๆ และต้องตอบคำถามกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอีกว่า สินค้านั้นมี Volume การผลิตเพียงพอต่อ Demand ในตลาดจีนหรือไม่ ยิ่งธุรกิจขนาดกลาง และเล็กอยากออกไปลุยเดียว ย่อมมีอำนาจการต่อรองน้อย หรือไม่มีอำนาจการต่อรองเลย ดังนั้นการไปเจาะตลาดจีน ผู้ประกอบการไทยต้องรวมกลุ่ม ไปเดี่ยวไม่ได้ไม่รอด ซึ่งทุกประเทศที่เจาะตลาดจีนใช้แนวทางรวมกลุ่ม นอกจากนี้ต้องทำ Packaging Design มี “ภาษาจีน” บนบรรจุภัณฑ์ และสินค้าต้องรองรับการจ่ายเงินผ่าน WeChat Pay และ Alipay”

หากแบรนด์ไทยรายไหนที่มีความพร้อม และกำลังหาทางในการขยายฐานลูกค้าเล็งไปที่ผู้บริโภคจีน ไม่ควรมองข้ามคนกลุ่มชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งกำลังซื้อสูง เพราะกลุ่มนี้มีความกล้าในการเปิดรับ หรือทดลองสิ่งใหม่ๆ

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : https://www.Alibaba.com 

                                 https://www.moc.go.th   



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


เปิดพฤติกรรมซื้อออนไลน์ปี 2020 ตลาดโตถึง 30%

แบรนด์ไทยเจาะตลาดจีน…อยากเกิดต้องตีโจทย์ให้ตรงจุด


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234492 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90314 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44525 | 10/10/2020
banner