South Australia ยกเลิกพลาสติกใช้แล้วทิ้ง

SME Go Inter
09/03/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 1814 คน
South Australia ยกเลิกพลาสติกใช้แล้วทิ้ง
banner

South Australia (SA) เป็นรัฐแรกในออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามจำหน่าย จัดหาหรือแจกจ่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วทิ้ง หลังจากเสนอร่างกฎหมาย The Single-use and Other Plastic Products (Waste Avoidance) Bill 2020 เข้ารัฐสภาในวันที่ 30 เมษายน 2563 ก่อนผ่านเป็นกฎหมายในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน และผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบทบัญญัติในการห้ามจำหน่ายจัดหาหรือแจกจ่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง มีผลทันทีกับ 3 ประเภท ได้แก่ หลอดพลาสติก แท่งพลาสติกสำหรับผสมเครื่องดื่ม และชุดช้อนส้อมพลาสติก หลังจากนั้นจะขยายไปยังผลิตภัณฑ์ประเภทแก้ว ถ้วย จาน กล่องพลาสติกบรรจุอาหารแบบ Clam-shell containers และผลิตภัณฑ์พลาสติก OXO-degradable ภายในวันที่ 1 มีนาคม ปีหน้า แต่มีข้อยกเว้นสำหรับการจัดหาให้กับกลุ่มที่มีความจำเป็นด้านสุขภาพหรือผู้พิการ

การประกาศห้ามจำหน่าย จัดหาหรือแจกจ่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งภายในรัฐ SA ส่งผลให้มีการตั้งโรงงานผลิตพลาสติกแบบใช้ซ้ำและพลาสติกทางเลือกอื่นๆ เช่น พลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติในรัฐ SA มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายห้ามใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งของรัฐบาล ไม่เพียงจะเกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติโดยตรง ยังเป็นการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในท้องถิ่นด้วย

ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกปรับตั้งแต่ 315-1,000 เหรียญออสเตรเลียและมีโทษปรับสูงสุดถึง 20,000 เหรียญออสเตรเลีย

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ผลต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย

จากการเปิดเผยของ World Wide Fund For Nature Australia (WWF) ระบุว่า ชาวออสเตรเลียใช้พลาสติกเฉลี่ย 130 กิโลกรัมต่อคนต่อปี มีพลาสติกที่ถูกนำมารีไซเคิลเพียงร้อยละ 9 และปริมาณขยะพลาสติกประมาณ 130,000 ตันจะถูกทิ้งเป็นขยะในทะเล ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลและเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจบริการอาหาร ค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มมีนโยบายใช้พลาสติกรีไซเคิล และรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบและความสำคัญในการลดปริมาณขยะพลาสติก เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลและรักษาสิ่งแวดล้อม

รัฐ SA เป็นรัฐแรกที่เล็งเห็นความสำคัญต่อการลดปริมาณขยะพลาสติก โดยเฉพาะหลอดพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งในรัฐ SA ที่มีปริมาณเฉลี่ย 700,000 ชิ้นต่อวัน และรัฐบาลท้องถิ่นอื่นๆ มีแผนจะกำหนดมาตรการหรือออกกฎหมายเพื่อห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในอนาคต เช่น รัฐ Queensland (QLD) มีแผนห้ามใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งภายในเดือนกันยายน 2564 นโยบาย Phasing out Single-use Plastics Policy ของเขตปกครองตนเอง Australian Capital Territory (ACT) จะเริ่มบังคับใช้เดือนกรกฎาคม 2564 และนโยบาย Plan For Plastic ของรัฐ Western Australia (WA) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 เพื่อลดปัญหาขยะที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

 

ส่งผลอย่างไร? ต่อการค้าไทย

พลาสติกและของทำด้วยพลาสติกเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 7 ของไทยโดยในปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกพลาสติกและของทำด้วยพลาสติกมาออสเตรเลียมูลค่า 247 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่งออกไปรัฐ Victoria (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6) รัฐ New south Wales (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4) และรัฐ Queensland (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3) มากที่สุด ในขณะที่การส่งออกไปรัฐ SA ลดลงร้อยละ 5.28 มีมูลค่า 6.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นการประกาศห้ามใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งของรัฐ SA เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ส่งออกพลาสติกและของทำด้วยพลาสติกในไทย ในการวางแผนรับมือกับนโยบายห้ามใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในรัฐอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา

อย่างไรก็ตาม การห้ามใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งของรัฐ SA จะเป็นโอกาสดีแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดกระดาษ/ไม้ไผ่ บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย ในการนำเสนอสินค้าให้กับภาคธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มในรัฐ SA และรัฐอื่นๆ ในอนาคต

สิทธิพิเศษสำหรับ ‘ผู้ประกอบการไทย’ ในออสเตรเลีย

ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย หรือ Thailand-Australia Free Trade Agreement (TAFTA) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 การเปิดเสรีการค้าบริการและการลงทุนโดยให้คนไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจทุกประเภทได้ 100% ยกเว้นหนังสือพิมพ์ การกระจายเสียง การขนส่งทางอากาศ และท่าอากาศยาน แต่หากเป็นการลงทุนที่มีขนาดเกิน 10 ล้านเหรียญออสเตรเลีย จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนของต่างชาติก่อน พร้อมกันนี้ออสเตรเลียจะอนุญาตให้ผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้เชี่ยวชาญ และคู่สมรสและผู้ติดตาม เข้าไปทำงานได้คราวละ 4 ปี โดยต่ออายุได้ไม่เกิน 10 ปี รวมทั้งให้พ่อครัวไทยที่ได้รับประกาศนียบัตรของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสัญญาว่าจ้างงานจากกิจการในออสเตรเลียเข้าไปทำงานได้ไม่เกิน 4 ปี พร้อมกับยกเลิก Labor Market Test หรือข้อจำกัดที่กำหนดให้นายจ้างในออสเตรเลียต้องประกาศหาคนในประเทศมาสมัครเข้าทำงานก่อนเป็นเวลา 4 สัปดาห์ หากไม่มีผู้ใดมาสมัครจึงจะอนุญาตให้ว่าจ้างคนงานจากต่างประเทศได้

 

แหล่งอ้างอิง :

http://www.thaifta.com/

https://www.ditp.go.th/

http://www.aseanthai.net/

https://www.ditp.go.th/

http://tradereport.moc.go.th/  



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อ Bualuang Green<<


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234492 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90314 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44525 | 10/10/2020
banner