เกษตรก้าวหน้า สานแนวคิดเกษตรไทยสู่ยุค 4.0

SME in Focus
03/02/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 7466 คน
เกษตรก้าวหน้า สานแนวคิดเกษตรไทยสู่ยุค 4.0
banner

ในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เข้าใจกันว่าเป็นยุค 4.0 หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม แม้กระทั่งบุคคลในสังคม ต่างจำเป็นต้องมีการปรับตัว

สำหรับภาคเกษตร ซึ่งเป็นอีกภาคหนึ่งที่ต้องปรับตัวอย่างมากสู่การเป็นเกษตร 4.0 แต่ก็มีคำพูดที่ย้อนแย่งให้ชวนขบคิดและเจ็บปวดว่า เราอยู่ในยุคเกษตร 4.0 แต่เกษตรกรไทยยัง 0.4 เป็นคำที่ฟังแล้วสื่อให้เห็นถึงระยะห่างระหว่างเกษตรกรกับยุค 4.0 เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของ โครงการเกษตรก้าวหน้า ธนาคารกรุงเทพ ที่ได้มีโอกาสพบกับเกษตรกรก้าวหน้าหลายราย ที่โครงการฯ ได้พยายามหาตัวอย่างความสำเร็จ มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่สามารถปรับตัวใช้เทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี ทำให้ได้มีความเข้าใจในตัวเกษตรกรมากขึ้น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ประเด็นสำคัญของเกษตรกรที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้นั้นจะต้องเข้าใจว่า จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อจุดประสงค์อะไร ความเข้าใจนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญด้านหนึ่ง จากบทความ “วิถีเกษตรก้าวหน้า” ที่ตีพิมพ์ไว้ใน สูจิบัตร เนื่องในพิธีมอบรางวัล เกษตรก้าวหน้า พ.ศ. 2558 ที่เขียนโดย ท่านโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์  มีใจความว่า

วิถีของเกษตรก้าวหน้า คือ คำว่า การจัดการ  วิธีคิดที่ว่ารายได้ของเกษตรกรมาจากความพอใจของผู้ซื้อ รายได้ของเกษตรกรจึงไม่ได้อยู่กับว่าผลผลิตได้มากน้อยเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่าผลผลิตของเกษตรกรขายให้กับใคร ปริมาณเท่าใด เวลาใด และคุณภาพใด  ทั้งเกษตรกรต้องเข้าใจถึงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ต้องพิจารณาสินค้าในมิติของผู้บริโภค ไม่ใช่ยุติลงเพียงสภาพสินค้าหน้าฟาร์มของตน

เห็นได้ชัดว่าแนวคิดของวิถีเกษตรก้าวหน้า คือ ความเข้าใจการจัดการของเกษตรกร และเกษตรกรก้าวหน้าที่มีความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ ก็จะมีจุดประสงค์ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อช่วยในการจัดการในด้านต่างๆ ซึ่งเกษตรกรก้าวหน้าที่นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต่างๆ 

 

Think basic USE Advance

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการในประเด็นต่างๆ ได้มากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การตลาด หรือการสื่อสารกับผู้บริโภค ผ่านเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นปัจจัยที่สำคัญคือ วัตถุประสงค์ของการใช้เทคโนโลยีและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยี จึงเป็นประเด็นใหญ่ของเกษตรกร โครงการเกษตรก้าวหน้าธนาคารกรุงเทพ ได้พบเกษตรกรก้าวหน้าหลายรายที่สามารถใช้เทคโนโลยีมาใช้ และสามารถทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจากการนำเทคโนโลยีมาจัดการทั้งการผลิตและการตลาด

ถึงแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานราคาสินค้าเกษตรยังคงเป็นปัจจัยเดิมก็ตาม ซึ่งจากหนังสือเคล็ดลับการตลาด เรียนรู้จากเกษตรกรไทย ที่ได้กล่าวถึงปัจจัยพื้นฐานที่กำหนดราคาสินค้าเกษตร คือปริมาณการผลิตกับความต้องการของตลาด เมื่อการผลิตสินค้าประเภทใดมีจำนวนมากเกินความต้องการ ราคาจะต่ำลง ปัจจัยพื้นฐานทางด้านราคา

ประการที่สอง คือ หลักการที่ว่าราคาส่วนสัมพันธ์กับคุณภาพของสินค้า คุณภาพนั้นกำหนดโดยความต้องการของตลาด โดยสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีกว่าจะได้ราคาที่มากกว่าสินค้าที่มีคุณภาพต่ำกว่า 

จะเห็นว่าประเด็นทั้ง 2 ประเด็นที่มีผลต่อราคาของผลผลิตของเกษตรกรที่สำคัญนั้น ปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากขึ้นกว่ายุคก่อนมาก ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค

 

ด้านการผลิตผสานการใช้เทคโนโลยี

เกษตรแม่นยำสูงหรือ Precision Agriculture  เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้มีความแม่นยำในการผลิต เช่น การใช้เทคโนโลยีในการควบคุมระบบน้ำ อุณหภูมิ หรือจะเป็นระบบ IoT  ซึ่งทำให้เกิดความแม่นยำในการผลิต ลดความเสี่ยงในการผลิต  ซึ่งในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันหรือระบบต่างๆ  มาช่วยทำให้การทำการเกษตรแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงในการผลิต และการสร้างคุณภาพของสินค้า ไม่ว่าจะการตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ  

ในประเด็นการผลิตนี้ เกษตรกรจะเข้าใจวัตถุประสงค์ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อจะพัฒนาการผลิตของตัวเอง ซึ่งจากการพบเกษตรกรก้าวหน้า จะเห็นว่าเกษตรกรมีวัตถุประสงค์ในการใช้เทคโนโลยีในแก้ปัญหาด้านการผลิตได้ พัฒนามาตรฐานคุณภาพของสินค้าตัวเอง แต่สิ่งที่สำคัญต่อไปคือความเข้าใจเทคโนโลยี และการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม และการเลือกให้เหมาะกับความจำเป็นกับบริบทของตัวเกษตรกรเอง ในเรื่องความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีและข้อจำกัดส่วนตัวนี้ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเกษตรกรทั่วไปกับเกษตรกรก้าวหน้า

 

ด้านการบริหารจัดการตลาด

การบริหารจัดการด้านการตลาดเป็นข้อจำกัดสำหรับเกษตรกรมาโดยตลอด ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แต่การที่มีเทคโนโลยีที่เข้ามานั้น ช่วยสามารถลดข้อจำกัดนี้ไปได้ อาทิ ช่องทางการตลาดใน Social media ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทำให้เกษตรกรเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นมาก และเป็นโอกาสหลายๆ อย่าง ทั้งการทำความเข้าใจกับความต้องการของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้ช่วยแก้ปัญหาข้อมูลการผลิตที่ไม่สัมพันธ์กับข้อมูลการตลาดได้มากขึ้นด้วยตัวเกษตรกรเอง

ขณะเดียวกัน ช่องทาง Social media ทำให้เกษตรกรเข้าใจเรื่องคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการมากขึ้น ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถสื่อสาร นำเสนอสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงได้เป็นวงกว้างมากขึ้นกว่าด้วย ส่งผลให้เกษตรกรก้าวหน้าบางราย สามารถกำหนดราคาได้ในพืชบ้างชนิดที่ปัจจัยคุณภาพ มีความสำคัญมากๆ  โดยไม่ต้องอ้างอิงกับราคาตลาด เช่น พืชผัก ผลไม้ และยังส่งผลทำให้เกิดการสร้างแบรนด์สินค้าในภาคเกษตร เกิดการสั่งจองสินค้าล่วงหน้า เกิดแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับขายสินค้าเกษตรมากมาย

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เกษตรกรต้องปรับตัวหรือพัฒนาบทบาทการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวจนถึงมือผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การจัดส่งสินค้า การใช้ Social media หรือวิธีการและเงื่อนไขการเข้าร่วมแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้เกษตรกรต้องเรียนรู้และปรับตัวมากขึ้น


จัดการเทคโนโลยี เพิ่มผลิตภาพและรายได้เกษตรกร

การจัดการเทคโนโลยียังคงต้องเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่มีบทบาทต่อรายได้ของเกษตรกรเอง อย่างน้อยมี 4 ประการที่เกษรตรก้าวหน้าจะนำมาประกอบการเลือกใช้เทคโนโลยี ซึ่งต้องพิจารณาทั้งการผลิตและการตลาดในบริบทของตนเอง หรือแผนการผลิตและการตลาดของตน  

1. คุณภาพสินค้า  การใช้เทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาคุณภาพ คือการแนวคิดที่จะใช้ในการกำหนดหรือพัฒนาคุณภาพผลผลิตของเกษตรกร โดยเชื่อมโยงกับแผนการตลาด ซึ่งการใช้เทคโนโลยีในประเด็นนี้ เกษตรกรอาจจะใช้เทคโนโลยีในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีในแง่การเก็บข้อมูลที่ใช้ DATA มาปรับปรุงการผลิต การตรวจสอบ และการใช้เทคโนโลยีมาช่วยลดแรงงาน แต่เรื่องที่สำคัญที่เกษตรก้าวหน้าต้องมีคือความรู้พื้นฐานทางการเกษตรของพืชต่างๆที่เกษตรกรปลูกก็มีความจำเป็นอย่างมาก

อีกส่วนการคือการพัฒนาคุณภาพให้ตอบโจทย์ทางการตลาด ซึ่งแน่นอนว่าการใช้เทคโนโลยีแล้วก็อาจเป็นไปได้ยากที่จะสามารถทำให้ 100% เป็นคุณภาพเดียว แต่ก็สามารถช่วยให้สัดส่วนสินค้าคุณภาพสูงให้มากที่สุด แต่ก็คงยังต้องมีสินค้าคุณภาพลองลงมาด้วย

2. เวลา  การใช้เทคโนโลยีที่สามารถกำหนดเวลาการออกผลผลิตได้นั้นจะมีผลต่อราคาได้มาก โดยเฉพาะการให้ผลผลิตออกเวลาที่ผู้บริโภคต้องการ เช่นการที่ใช้ Applications ดูสภาพอากาศเพื่อวางแผนการผลิต ซึ่งถ้าเกษตรสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยกำหนดระยะเวลาของผลผลิต รวบคู่กับความรู้พื้นฐานที่เกษตรกรที่ต้องเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ ในการผลิตสินค้าเกษตรกร อันเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดเวลาออกผลผลิตเป็นอย่างมาก ก็จะมีผลโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรและรายได้ของเกษตรกร

3. ปริมาณ  การใช้เทคโนโลยีในประเด็นปริมาณอาจจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ การเพิ่มผลผลิตให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในเชิงปริมาณ คือการใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น แต่อีกประเด็นที่น่าสนใจและเป็นประเด็นใหญ่ที่น่าจะมีการสนับสนุน ประเด็นการใช้เทคโนโลยีในการร่วมกลุ่มเกษตรในเชิงปริมาณ การรวมกลุ่มในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ถ้ามีเทคโนโลยีในการบริหารจัดการกลุ่มจะเกิดเป็นประสิทธิผลมากขึ้น

ซึ่งในประเด็นนี้การรวมกลุ่มของเกษตรกรนั้นจะต้องเป็นการรวมกลุ่มในวัตถุประสงค์เดียวกันโดยสมัครใจ  การรวมตัวกันขาย ซึ่งเห็นได้ว่ามีแพลตฟอร์มทางการเกษตรมากมาย ทั้งสินค้าชนิดเดียวกัน หรือหลายชนิดสินค้าแต่เน้นลักษณะสินค้า เช่น ขายสินค้า organic การจัดการปริมาณ ก็จะมีการใช้ Applications ในการจัดการด้านปริมาณอยู่บ้างในกลุ่มพืชอุตสาหกรรม และการทำเกษตรแปลงใหญ่   

4. การเชื่อมโยงกับผู้ซื้อ  การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันกับการเชื่อมโยงกับผู้ซื้อได้เปิดโอกาสเป็นอย่างมาก เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตด้วยตัวเองได้เป็นวงกว้างและมีความใกล้ชิดกับผู้ซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะสามารถเชื่อมโยงกับผู้ซื้อระดับบนที่ต้องการสินค้าที่มีความพรีเมียมได้ ยิ่งจะทำให้เกษตกรเข้าถึงตลาดที่มั่นคงขึ้น ทั้งนี้เกษตรกรมีการวางแผนทั้งปริมาณ ราคา และคุณภาพล่วงหน้า จนเกษตรกรก้าวหน้าบางรายสามารถขายผลผลิตล่วงหน้า ซึ่งเป็นลักษณะ Individual Contact หรือการขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งทำให้เกษตรกรสามารถมีรายได้และมีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น

กระนั้น ผลผลิตของเกษตรกรอาจต้องมีตลาดที่หลากหลาย ทั้งมีความจำเป็นที่จะต้องเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่ตลาดรูปแบบเดิม โดยวิธีที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้การยังคงเป็นเรื่องการรับรองมาตรฐานต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันก็จะลดความเสียงทางด้านราคาของเกษตรไปได้เป็นอย่างมาก


ทั้งหมดนี้ คือ วิถีเกษตรกรก้าวหน้า เกษตรกรยุค 4.0 ที่มีความรู้ ไม่จำกัดเพียงแค่การจัดการผลิต แต่ยังเข้าใจตลาด เข้าถึงผู้บริโภค และที่สำคัญสามารถประยุกต์ใช้และจัดการเทคโนโลยีด้านเกษตรได้อย่างเหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


Smart Farming ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้เกษตรกร 

ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155826 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132548 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119756 | 24/11/2020
banner