‘สยามอีสต์ โซลูชั่น’ SME Scale Up สู่ตลาด MAI สร้างธุรกิจโตยั่งยืน

SME in Focus
06/05/2024
รับชมแล้วทั้งหมด 1079 คน
‘สยามอีสต์ โซลูชั่น’ SME Scale Up สู่ตลาด MAI สร้างธุรกิจโตยั่งยืน
banner

Growth Mindset


“ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามของคน” แนวคิดที่เชื่อว่า ทักษะ ความรู้ ศักยภาพของเรา สามารถฝึกฝน พัฒนาได้ด้วยการมุ่งมั่น ทุ่มเทอย่างแน่วแน่ ภายใต้กรอบความคิดที่ตกผลึกดีแล้ว ปัจจัยสำคัญที่นำทางสู่ความสำเร็จในสิ่งที่ทำ


Mindset ริเริ่มที่นำไปสู่การทำ Transformation องค์กร โดย ทายาทธุรกิจครอบครัว (Family business) คุณเกริก วิมลเฉลา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SE ธุรกิจ Solutions Trading ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างบริษัทในทุกมิติ ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (MAI) เป็นบริษัท ‘มหาชน’ เมื่อปี 2560 เพื่อขยายสินค้าและบริการ ในกลุ่มสินค้า New S Curve วางเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจที่มีความมั่นคง สามารถปรับตัวท่ามกลางการแข่งขัน แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ให้บริการลูกค้าอย่างเหมาะสมและยั่งยืน



แนวคิด’ SME Scale Up สู่ตลาด MAI


คุณเกริก กล่าวว่า บริษัท สยามอีสต์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SE เดิมชื่อ บริษัท สยามราชธานี (ตะวันออก) จำกัด ก่อตั้งในปี 2536 ดำเนินธุรกิจมา 31 ปี โดยจัดหาและจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม และให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแก่โรงงานอุตสาหกรรม เขาเข้ามามีบทบาทในฝ่ายบริหารของบริษัทเมื่อปี 2561 ตอนนั้นเริ่มจากทำเรื่อง Digital Transformation แต่การจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ บุคลากรของเราต้องมี Mindset เดียวกันก่อน กล่าวได้ว่าช่วงแรกเริ่มประสบปัญหาด้านนี้อยู่มากพอสมควร จนต้องมีการเซ็ตอัพใหม่กันในบางส่วน ใช้เวลาปรับปรุงอยู่ประมาณ 3 ปีกว่า ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มลงตัวสามารถทำงานเป็น Work From Anywhere ได้ทันก่อนไวรัสโควิด-19 ระบาดพอดี


เริ่มจากข้อจำกัดเรื่อง ‘คน’ จนนำไปสู่การมองหาคนที่มี Mindset เดียวกันในองค์กร เขาวิเคราะห์ว่า ข้อจำกัดเนื่องจากธุรกิจที่เติบโตเร็ว แต่บุคลากรไม่พร้อมเป็นปัญหาสำคัญ ดังนั้นการทำให้บริษัทสามารถจูงใจบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีแนวคิดพัฒนาในแบบที่เราต้องการได้ บริษัทจะต้องเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ มีระบบสวัสดิการที่ดี และมีธรรมาภิบาล


ขณะที่การนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ (MAI) เมื่อปี 2560 นับเป็นโอกาสที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างเพื่อการเติบโตธุรกิจที่ยั่งยืน


คุณเกริก กล่าวว่า หลังจากปรับโครงสร้างบริษัท และนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ ตลาด (MAI) เป็นโอกาสกำหนดกลยุทธ์ หรือนำลูกเล่นมาใช้ปรับโครงสร้างบริษัท สร้างทีม และพัฒนาธุรกิจให้มีการเติบโตที่เหมาะสม โดยใช้เวลาปรับระบบ และโครงสร้างใหม่


นำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ นั่นคือ เราต้องจัดโครงสร้างบริษัทใหม่ สมัยก่อนบริหารภายใต้รูปแบบธุรกิจครอบครัว ปัจจุบัน สยามอีส เป็น บริษัทมหาชน มีการจัดโครงสร้างบริษัท เปิดรับบุคลากรที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นข้อดีของบริษัทมหาชน ทำให้สามารถดึงดูดบุคลากรเก่ง ๆ ได้ไม่ยาก


ตลอดจนบริษัทที่เราเข้าไปถือหุ้น และก่อตั้งใหม่ ได้สร้างเป็น Ecosystem ของธุรกิจที่มีการดำเนินการเอื้อประโยชน์ระหว่างกันในด้านการค้า และการบริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และธรรมมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมรับโอกาสในธุรกิจใหม่ อาทิ กลุ่มสินค้า New S Curve ที่เป็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมในอนาคต


สยามอีส สามารถ Transformation จากเดิมที่เป็นธุรกิจครอบครัว (Family Business) รูปแบบกิจการเป็นธุรกิจซื้อมา ขายไป ก่อนนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2560 ผ่านการระดมทุน การลงทุนซื้อธุรกิจอื่น และปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อการบริการลูกค้า และสรรหา Solution ที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น



ขยายโอกาสธุรกิจ


คุณเกริก กล่าวว่า พื้นฐาน สยามอีส เป็นธุรกิจผู้จัดหาสินค้าและจัดจำหน่าย (Trading) ที่ผ่านมามีนโยบายด้านการเพิ่มแบรนด์สินค้าเพื่อจัดจำหน่าย รวมถึงงานบริการลูกค้า อาทิ การออกแบบติดตั้งอุปกรณ์ ทั้งมีขีดความสามารถในการจัดหา Solutions ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งไม่ได้ยึดติดกับสินค้าที่ขาย


ยกตัวอย่างกรณีช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เน้นขายสินค้าในกลุ่ม Customer Centric (สินค้าที่เป็นความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเวลาหนึ่งโดยเอาความต้องการของลูกค้าในขณะนั้นเป็นศูนย์กลาง) และการทำงานที่เน้น Efficiency (ความสามารถในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูง มีตัวบ่งชี้ชัดวัดได้)


เหตุนี้ หากมองที่ศักยภาพการเป็นธุรกิจ Trading ซึ่งในตลาดทุกวันนี้ ใคร ๆ ก็จัดหาสินค้าได้ แต่ใครที่สามารถส่งสินค้าได้ทันเวลา และมีบริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ได้ จะเป็นข้อแตกต่างระหว่าง Trader ทั่วไปและ Solution Trader


ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา ยังพิจารณาการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำมาสร้างมูลค่าธุรกิจ หรือพัฒนาศักยภาพการให้บริการลูกค้า และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่ผู้ถือหุ้น


ต่อยอด พัฒนาสินค้า-บริการภายใน


คุณเกริก กล่าวว่า เราเน้นลูกค้าประจำ (Active customer) ที่มีสัญญากันมากกว่า 2 ปี ซึ่งจากพอร์ทฟอลิโอ จะเห็นว่าปัจจุบัน ธุรกิจไม่ได้มุ่งเน้นที่จะขยายฐานลูกค้าใหม่มากนัก แต่เน้นให้บริการและต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิม โดยพิจารณาว่า หากขยายตลาดในส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพ ก็เป็นมูลค่าที่มากเพียงพอ ดีกว่าจะไปเน้นขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าใหม่ซึ่งต้องมีการลงทุนสูงกว่า


กระนั้น จากช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจเน้นเพิ่มรายสินค้ามากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยมีจุดแข็งที่ทีมฝ่ายขายที่เก่ง ขณะที่มองโอกาสในระยะยาวเพื่อให้ธุรกิจมีความยั่งยืนมากขึ้น ต้องเน้นงานบริการลูกค้า


จากจุดแข็งที่เราขายเก่ง มาบวกกับองค์ความรู้ และบุคลากรด้านเทคนิคเพื่อให้สามารถผลิตหรือพัฒนาสินค้าภายในองค์กร (In House Brand) และมีมาตรฐานตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ แต่ด้วยรากฐานของธุรกิจที่เติบโตเร็วกว่าศักยภาพของบุคลากร ทำให้การพัฒนามีอุปสรรคหลายด้าน จึงอาจจะต้องพิจารณาซื้อกิจการด้านที่จะมาแก้ปัญหาในส่วนนี้


ปัจจุบัน สยามอีส มีบุคลากรกว่า 50% เป็นฝ่ายวิศวกร (Engineer) ทำให้สามารถผลิตสินค้าภายในองค์กรได้ทั้งหมด ล่าสุดกำลังศึกษาเรื่องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้กับฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service)



Solutions Excellence


ด้วยเทรนด์อุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่เน้นสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ด้าน ESG (Environmental-Social-Governance) ดังนั้น สินค้าใหม่ ๆ ที่บริษัทฯ จัดหามา ยังคงมุ่งเน้นสินค้าที่มีนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพลังงาน (Energy Optimizer) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) โดยเลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตและบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประเมินผล วัดผลให้แม่นยำ เพื่อให้ลูกค้ามีการเติบโตและผลกำไรที่ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ นับเป็นโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ในอนาคต


ปัจจุบัน สยามอีส เป็นตัวแทนสินค้าที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม มีนวัตกรรมเป็นที่ยอมรับระดับโลก มีสินค้าที่จัดจำหน่ายมากกว่า 60 แบรนด์ มีบริการรับงานติดตั้งโซลาร์เซลล์ทุกรูปแบบ แบบครบวงจร Solar Rooftop, Solar Floating, Solar Farm, Solar Carpark ให้กับทั้งโครงงานที่รัฐบาลสนับสนุน และโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 4,600 ราย ธุรกิจแบ่งเป็น 5 กลุ่มสินค้าและบริการ ได้แก่




1. กลุ่มผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระบบปั๊มต่าง ๆ (Pumping System Technology Division) มีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกจำหน่ายกว่า 10 แบรนด์ นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดหาและจำหน่ายอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องอัดก๊าซ Liquid Ring และเครื่องอัดก๊าซ Centrifugal




2. กลุ่มผลิตภัณฑ์การจัดการผลิต และระบบท่อ (Process and Piping) จัดหาและจำหน่ายอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต อาทิ อุปกรณ์เพื่อการคัดแยกวัสดุ วัสดุเพื่อการดูดซึม อุปกรณ์เพื่อแลกเปลี่ยนมวลสาร ระบบที่เกี่ยวเนื่องกับการเผาไหม้และความร้อน และระบบที่เกี่ยวเนื่องกับการบำบัดมลพิษทางอากาศ และระบบท่อในโรงงานอุตสาหกรรม




3. กลุ่มสินค้านวัตกรรม (Innovative Material) สินค้าในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ ผลิตภัณฑ์กาว วัสดุเคลือบผิว ผลิตภัณฑ์เพื่ออาชีวอนามัยและความปลอดภัย อุปกรณ์อาชีวอนามัยในอุตสาหกรรม น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล และอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม



4. กลุ่มธุรกิจบริการ (Service Business) อาทิ แนะนำการติดตั้ง ทดสอบการทำงาน พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและบำรุงรักษา เพื่อให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ตลอดจนการให้บริการหลังการขาย ตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหา ซ่อม เปลี่ยน แก้ไข อุปกรณ์ ให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานของปั๊ม



5. กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน (Utility & Power) เป็นแผนกที่เริ่มก่อตั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมองเห็นโอกาสในสินค้ากลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ นับเป็นการขยายฐานบริการลูกค้าเดิม และต่อยอดการขายสินค้าหรือบริการลูกค้าใหม่ในอนาคต โดยนำเสนอเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ ESG, Carbon Credit และ Net Zero เพื่อให้บริการด้านพลังงานทดแทน ระบบการบำบัดน้ำเสียให้นำกลับมาใช้ใหม่



เป้าหมายสร้าง Ecosystem


สยามอีส ได้สร้าง Ecosystem ผ่านการเข้าไปถือหุ้น หรือลงทุนก่อตั้งบริษัท เพื่อช่วยให้เปิดโอกาสในการขยายการบริการลูกค้า โดยปัจจุบันมีการถือหุ้นใน 2 บริษัท และ 1 บริษัทลูก ดังนี้ :


1. Utility Business Alliance Public Company Limited: UBA

ธุรกิจบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นกลุ่มลูกค้าภาครัฐถึง 85% และเอกชนอีก 15% โดย UBA เป็นเบอร์หนึ่งผู้บริหารจัดการระบบการจัดการน้ำเสียให้กับกรุงเทพมหานครฯ (กทม.) สามารถบริหารจัดการได้ราว 1.5 ล้านคิว หรือประมาณ 51 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นยังทำเรื่อง EPC (Engineering, Procurement and Construction) ระบบจัดการน้ำเสีย อุโมงค์ระบายน้ำ(บริหารอุโมงค์มะกะสัน) UBA สามารถ ช่วย สยามอีส ขยายฐานลูกค้าด้านภาครัฐ ตลอดจนบริการต่าง ๆ เพื่อรองรับงานด้านการจัดการน้ำเสีย ระบบระบายน้ำ ของภาคเอกชนมากขึ้น รวมถึงการศึกษาเพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการจัดการน้ำในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอกาสใหม่ในธุรกิจนี้ด้วย


2. Kessel (Thailand) Company Limited

ธุรกิจผู้ผลิต จัดจำหน่าย และให้บริการติดตั้ง ท่อ วาล์ว หรือ อุปกรณ์อื่น ๆ แบรนด์ เคสเซล อยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้า Resistoflex ที่ถือสิทธิบัตรโดย กลุ่ม Crane Co. ซึ่งอยู่ในตลาด NYSE ของอเมริกา โดย เคสเซล (ประเทศไทย) เป็นผู้ผลิตและตัวแทนจําหน่ายรายเดียวในประเทศไทย และการที่ สยามอีส เข้าไปถือหุ้นของเคสเซล ที่มีจุดแข็งในด้านท่อ วาล์ว และอุปกรณ์ และเป็นแบรนด์ชั้นนำ มียอดขายเติบโตดีต่อเนื่องในประเทศไทย ทำให้เรามีความเข้มแข็งในกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนยังสามารถสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ธุรกิจได้อีกด้วย เพราะสุดท้ายแล้วการเข้าไปลงทุนหรือถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ไม่พียงขยายการเติบโตแต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่การให้บริการลุกค้าที่ตอบโจทย์และลดต้นทุนได้ดียิ่งขึ้นภายใต้ Ecosystem ของบริษัท


3. OKS Group Holding Company Limited

ธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป้าหมายในการลงทุน ที่ผ่านมามีเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ อาทิ การไปลงทุน บริษัทStartup ในสหรัฐอเมริกา เป็นแพลตฟอร์มจัดหาสินค้าออนไลน์เพื่ออุตสาหกรรม ทั้งเป็นบริษัทจดทะเบียนเป็นเอสเอ็มอีเพื่อรองรับการประมูลงานภาครัฐในประเทศ


คุณเกริก กล่าวว่า เรามองการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพหรือแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีที่จะสามารถเข้ามาตอบโจทย์ในภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ตลอดจนด้วยงานและบริการของเราที่มีการจำหน่ายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง ซึ่งบางขณะสินค้าอาจมีมูลค่าสูง ดังนั้นแนวคิดนี้จึงพยายามมองหาเทคโนโลยีนวัตกรรม หรือองค์ความรู้ที่จะมาทลายข้อจำกัดต่าง ๆ ผ่านรูปแบบการมองหาโอกาสใหม่ ๆ ผ่านการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพและแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยี ต่าง ๆ


เป้าหมายของเรา คือ การลดต้นทุนให้ลูกค้า รวมถึงการให้บริการที่สมาร์ท เซอร์วิส และซัพพลายที่เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจมีกำไร ซึ่งเราจะช่วยลูกค้าเลือกสิ่งที่ตอบสนองความต้องการได้มากที่สุด ตลอดจนมีศักยภาพในการบริหารจัดการคลังสินค้าให้กับลูกค้า สามารถลดความเสี่ยงได้ เป็น Solution ที่ช่วยส่งเสริมการประกอบธุรกิจของลูกค้าภายใต้ Ecosystem ของบริษัท



ข้อคิดนักธุรกิจรุ่นใหม่ : “ผมให้ความสำคัญเรื่อง Mindset ท้ายสุดแล้วเราจะขายอะไรก็ได้ ทุกความสามารถนำมาพัฒนาเป็นรายได้ ดังนั้นควรทำในสิ่งที่ตนเองเชื่อ แต่ต้องไม่ล้มเลิกง่าย ๆ ความตั้งใจที่แน่วแน่ ทุ่มเท จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ”


ติดตามเพิ่มเติมที่ :

Website : https://siameastsolutions.com/

FB : https://www.facebook.com/SiamEastSolutions

Line: @siameast [https://lin.ee/RaFe56O]



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155827 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119823 | 24/11/2020
banner