Remote Working เทรนด์นี้มาแน่ หลังโควิด-19

SME Startup
03/06/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 3520 คน
Remote Working เทรนด์นี้มาแน่ หลังโควิด-19
banner

หลังการทำงานแบบ Work From Home ในช่วงแรกผ่านไป มีแนวโน้มว่าจะมีหลายบริษัทนำมาปรับใช้กับการว่าจ้างพนักงานประจำแต่ให้ทำงานอยู่บ้าน โดยใช้โปรแกรมและเทคโนโลยีเป็นตัวควบคุมพฤติกรรมการทำงาน เช่น ใช้ระบบโปรแกรม HR Online ที่มีกฎให้พนักงานเข้าไป Check In-Check Out ตามเวลาที่กำหนด, มีการถ่ายรูปทีมผ่าน vdo call รายงานตัวทุกวัน/ตามเวลา เพื่อยืนยันตัวตนของพนักงานในทีม

รวมไปถึงการใช้โปรแกรมฝังพิกัดที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบระบุ IP ที่ให้พนักงานนำไปใช้ทำงานที่บ้าน ทำให้สามารถตรวจเช็คได้ว่าพนักงานนั่งทำงานอยู่หน้าคอมเครื่องที่กำหนดจริงหรือไม่ และอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามารองรับการทำงานที่บ้านในอนาคตอันใกล้ต่อไป

ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหากโรคโควิด-19 ยังคงอยู่บนผืนโลกนี้ ก็เป็นไปได้สูงมากที่เจ้าของกิจการในประเทศไทยจะมีการปรับรูปแบบการทำงาน/จ้างงานมาเป็นแบบ Remote Working ที่จะทำงานในสถานที่ไหน เวลาใดก็ได้อย่างมีอิสระในการใช้สถานที่ทำงาน

รวมถึงมีเวลางานที่ยืดหยุ่นตามขอบเขตความรับผิดชอบ โดยเน้นที่คุณภาพในการทำงานเป็นหลักแบบไม่ต้องอิงการเข้า-ออกลงเวลางานเหมือนการทำงานประจำแบบดั้งเดิม ภายใต้ความปกติรูปแบบใหม่หรือ “นิวนอร์มัล” (New Normal) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ระบบการทำงาน แบบ Remote Working

“Remote Working” หรือ “การทำงานระยะไกล” เป็นระบบการทำงานแบบพนักงานประจำออฟฟิศ ที่มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องของเวลาและสถานที่ใช้ในการทำงาน ภายใต้ความรับผิดชอบในบทบาทที่สูง โดยคนทำงานในรูปแบบนี้ต้องมีวินัยและความรับผิดชอบมากกว่าการทำงานในรูปแบบออฟฟิศ และเป็นการทำงานที่คนทำงานต้องมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องเทคโนโลยี อุปกรณ์ไอที และภาษาที่ดีพอตัว ถึงจะสามารถตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบนี้ได้สำเร็จสวยงามทั้งในฝั่งของคนทำงานและเจ้าของกิจการ

การทำงานแบบ Remote Working นั้นมีการใช้ในต่างประเทศกันมานานแล้ว โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง IBM ที่มีอายุกว่า 108 ปี ได้บริหารกิจการดูแลพนักงานกว่า 2 แสนชีวิตจากทุกสถานที่ทั่วโลก ภายใต้รูปแบบการทำงานแบบ Remote  ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลาย จนเมื่อพฤติกรรมของคนทำงานเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นอิสระและความต้องการใช้พื้นที่แปลกใหม่ เพื่อความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการทำงาน จึงมีหลายองค์กรที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็นแบบรีโมท เพื่อรองรับคนทำงานยุคมิลลิเนียน (Millennials) และนิวนอร์มัล (New normal) ที่เข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาสูงขึ้น ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายทั่วโลก

 

ข้อดีที่ควรปรับสู่การทำงานแบบ Remote

1. มีการศึกษาพบว่าการทำงานแบบรีโมทที่มีความยืดหยุ่น สามารถนำไปสู่การทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพราะพนักงานรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณนายจ้างของพวกเขาและทำงานอย่างหนักเพื่อเป็นการขอบคุณ

2. ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับออฟฟิศ เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าตกแต่ง ค่าอุปกรณ์สำนักงาน วัสดุ-อุปกรณ์สิ้นเปลือง ค่าน้ำ-ไฟ กระดาษ ฯลฯ ได้มากมาย ทำให้สามารถนำงบที่ต้องหมดไปกับการลงทุนในส่วนนี้ ไปใช้สร้างสวัสดิการกระตุ้นให้พนักงานเกิดแรงจูงใจในการทำงานให้อย่างเต็มที่

3. สามารถปรับออฟฟิศให้มีความทันสมัยในแบบที่ต้องการได้ง่าย ด้วยขนาดที่ลดลงจากเดิม เพื่อเตรียมสถานที่ไว้รับรองลูกค้าหรือการเรียกประชุมพนักงานตามบางโอกาส รวมถึงใช้ออฟฟิศเป็นจุดผ่านนัดพบในการทำงานแบบรีโมท

4. สามารถเข้าถึงคนเก่งได้ทุกทิศทั่วทุกมุมโลก เพราะคนเก่งส่วนใหญ่จะพยายามเอาตัวเองออกนอกระบบการทำงานออฟฟิศ กินเงินเดือนประจำ หากมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่ไว้รองรับ การที่จะจับคนเก่งที่เหมาะสมต่องานที่ต้องการได้ ในอัตราค่าจ้างที่พึงใจได้จึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการทำงานแบบรีโมทก็ช่วยลดรายจ่ายเรื่องค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ได้เช่นกัน

5. เป็นระบบที่จะช่วยคัดกรองคนทำงานที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อธุรกิจหรือองค์กร ทำให้ไม่ต้องเสียทรัพยากรหรือเวลาไปกับการพัฒนาคนที่ไม่พร้อม เนื่องจากการทำงานแบบรีโมทนี้ต้องอาศัยคนที่มีทักษะการทำงานที่ตรงตามลักษณะงานและมีความรับผิดชอบสูง ไปจนถึงมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและภาษา ทำให้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการจัดการคนทำงานที่ไม่มีคุณภาพ หรือทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายขององค์กร

6. ได้ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ จากมันสมองคนทำงานที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของระบบ กฎ กติกา สถานที่ การแต่งตัว หรือเวลางาน ที่เป็นสิ่งสกัดกั้นความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ

7. เป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้บริหารทรัพยากรบุคคล และการดำเนินกิจการที่อาจช่วยพัฒนาต่อยอดให้มีความพร้อมไปต่อในเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ได้อย่างเต็มรูปแบบ

8. เป็นทางเลือกที่คล่องตัวสำหรับกลุ่มธุรกิจ Startup และ SME ที่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้ง่าย และเตรียมความพร้อมไว้ทางไว้พร้อมรับโลกแห่งอนาคต ที่พฤติกรรมของผู้คนเป็นตัวกำหนดรูปแบบ และมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการทำตลาดและดำเนินกิจการ

 

สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


3 เทคนิคสร้างตัวตนให้คนเห็นคุณค่า และได้มาในสิ่งที่ต้องการ

Remote Working ฝันหวานมนุษย์เงินเดือน


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย SME Startup

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7 ล้านล้านยูโร...
62227 | 12/06/2019
ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ SME Startup

ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ

ธุรกิจในภาคเกษตรยุคปัจจุบันต้องมีการปรับตัวตามยุคตามสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยให้เกษตรสมัยใหม่ หรือ Smart Farming ได้ม...
40904 | 04/01/2020
เอ็กซ์เรย์ 10 อาชีพดาวรุ่ง-ดาวร่วงรับปี 2563 SME Startup

เอ็กซ์เรย์ 10 อาชีพดาวรุ่ง-ดาวร่วงรับปี 2563

เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ปัญญาประดิษฐ์’ หรือ เทคโนโลยี Artificial Intelligence(AI) และเทคโนโลยี Big Data  ต...
36501 | 12/12/2019
banner