จับตา! อภิมหาโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมา

SME Go Inter
16/12/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 20273 คน
จับตา! อภิมหาโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมียนมา
banner

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รอบที่ 2 ทำให้เมียนมามียอดสะสมผู้ติดเชื้อมากกว่าแสนคนแล้ว แต่ อองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลเมียนมา เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะโรคโควิดไปได้ควบคู่กับการเดินหน้าผลักดันโครงการอภิมหาโปรเจกต์ต่างๆ ให้บรรลุผลสำเร็จให้ได้ตามแผนงานที่วางไว้ภายในปี 2564 โดย 1 ในนั้นคือการสร้าง "สนามบินนานาชาติ" นอกกรุงย่างกุ้งที่ใหญ่ที่สุด คิดมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.31 หมื่นล้านบาท ซึ่งความหวังอันเปี่ยมล้น เมื่อเนรมิตแล้วเสร็จจะกลายเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงใต้เมือง "ทวาย"

นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเมียนมา คลายล็อกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเอื้อกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนด้วย ซึ่งปรากฏว่าสามารถกระตุ้นนักลงทุนจากทั่วโลกหอบเงินมาขุดทองหากำไรในเมียนมาเป็นจำนวนมาก เช่น บรรดานายธนาคาร, ทนายความ และนักลงทุนต่างๆ นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีและมีแนวโน้มสดใส เป็นไปตามที่วางไว้ในช่วงปีแรกการดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐในรัฐบาลเมียนมาของ "ซูจี" มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสูงถึง 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.83 แสนล้านบาท ก่อนที่งบประมาณการเงินปีล่าสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 จะลดลงมาอยู่ที่ 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.65 แสนล้านบาท ซึ่งการลดลงที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากวิกฤติโควิดที่พังทลายเศรษฐกิจทั่วโลก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจเมียนมาแห่ง Control Risks ออกมายืนยันต่อนักลงทุนทั่วโลกว่า เมียนมาไม่สามารถก้าวออกจากทศวรรษแห่งการโดดเดี่ยวได้ เว้นแต่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็น "จุดหมายปลายทางแห่งการลงทุน" ให้ได้โดยเร็วที่สุด สอดคล้องถ้อยแถงการณ์ของ "ซูจี" เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ว่า เมียนมามีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้น 98% ของเป้าหมาย ถึงแม้ว่าประเทศกำลังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคโควิดก็ตาม

 

เมียนมาสะพานเชื่อม 2 ภูมิภาคยักษ์ใหญ่อินเดีย-จีน

ปัญหาใหญ่ที่หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเมียนมา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Think Tank ของ Parami Roundtable Group สะท้อนมุนมองว่า ระยะแรกของการปฏิรูปเศรษฐกิจต้องใช้เวลาอีกนาน เนื่องจากเมียนมาขาดการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก ความสามารถในการผลิตต่ำ การจำกัดความร่วมมือระหว่างรัฐบาล และคุณภาพสินค้าเกษตรที่ย่ำแย่ แต่ในปัญหาดังกล่าวมีข้อดีสอดแทรกอยู่

นั้นก็คือ เมียนมาเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง 2 ภูมิภาคยักษ์ใหญ่อย่างอินเดียและจีน ทำให้เมียนมามีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เข้าสู่ Supply Chain ของโลกได้ในห้วงเวลาที่สหรัฐฯ ยังไม่ยุติสงครามการค้ากับจีนอยู่ในขณะนี้ ทำให้จีนต้องหันหน้าทำการค้ากับชาติอาเซียนอย่างจริงจัง จึงกลายเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเมียนมา โดยปี 2562 มีมูลค่าการค้ามากกว่า 12.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.84 แสนล้านบาท เกือบ 2 เท่าของไทยเลยทีเดียว

 

ชู 3 เขตเศรษฐกิจพิเศษดึงนักลงทุนต่างชาติ

ในอนาคตเศรษฐกิจจะกลับมาเฟื่องฟูคงต้องจับตามอง  3 เขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมา ที่กระทรวงพาณิชย์เมียนมาประกาศเดินหน้าผลักดันโครงการเพื่อรองรับนักลงทุนทั่วโลก ประกอบด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (Thilawa SEZ), เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (Dawei SEZ) และเขตเศรษฐกิจพิเศษเจ้าผิวก์ (Kyaukphyu SEZ) โดยเขตพิเศษดังกล่าวเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างงานและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะที่ "ติละวา" แห่งเดียวได้อนุมัติไปแล้วทั้งสิ้น 121 บริษัทจาก 21 ประเทศทั่วโลก โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และโลจิสติกส์

 

เจ้าผิวก์โอกาสไทยเชื่อมสู่จีนและอินเดีย

ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมาได้หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนและภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ภายใต้นโยบาย Look East โดยคณะกรรมการการลงทุนแห่งเมียนมา (Myanmar Investment Commission – MIC) และการจัด Roadshow ของสหพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของเมียนมา (Union of Myanmar Federation of Chambers of Commerce and Industry – UMFCCI) ได้ไปโรดโชว์ที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไทย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศและให้ความสำคัญกับการพัฒนารัฐยะไข่ ที่ยังคงขัดแย้งเรื่องชาติพันธุ์ โดยคำนึงว่าการสร้างสันติภาพและการพัฒนาจะต้องดำเนินการควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตามโครงการ KPSEZ ถือเป็นโครงการเนื้อหอมที่ดึงดูดการมีส่วนร่วมจากชาติมหาอำนาจจีนและอินเดีย แต่โครงการดังกล่าวก็ยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าไปค้นพบศักยภาพด้านการลงทุนที่มีอยู่อีกมาก โดยเฉพาะการตั้งฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์จากตำแหน่งที่ตั้งของ KPSEZ ได้ ขณะเดียวกันเมียนมายังได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับรองรับการลงทุนไทย เช่น การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าเครื่องจักร การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้ การช่วยเหลือในการเช่าพื้นที่ตั้งโรงงาน เป็นต้น

แม้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมามีการคาดการณ์ไว้ว่า ปี 2563 จะโตเพียงแค่ 1.5% เท่านั้น แต่ธนาคารโลกกลับมองว่า ในปี 2564 เมียนมามีโอกาสที่จะกลับมาเติบโตถึง 6% เกือบเท่าปี 2562 ที่อยู่ที่ 6.3% โดยความเป็นไปได้นั้นขึ้นอยู่กับว่า การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกจะอยู่ภายใต้การควบคุมและการค้าโลกกลับฟื้นคืนมาเมื่อไหร่

ปี 2564 เมียนมาถือเป็นอีกหนึ่งประเทศน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะหากเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เร่งพัฒนาและฟื้นตัวได้เร็ว ประเทศไทยจะมีทั้งโอกาสในการเข้าไปลงทุนแต่ก็จะเสียโอกาสเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนจากต่างประเทศอาจจะหนีไทยเข้าไปลงทุนในพื้นที่ 3 เขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมาแทน 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


รู้ยัง? นำเข้า–ส่งออกเมียนมา ยื่นขอใบอนุญาตออนไลน์ได้แล้วนะ

อาเซียนฝ่าโควิด : เปิดทางอำนวยความสะดวกสินค้าจำเป็น


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234499 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90326 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44547 | 10/10/2020
banner