9 วิทยายุทธ์ที่ควรฝึกฝนไว้ใช้รับมือกับคนที่เกลียดเรา

Edutainment
07/10/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 29059 คน
9 วิทยายุทธ์ที่ควรฝึกฝนไว้ใช้รับมือกับคนที่เกลียดเรา
banner

วันหนึ่งๆ เราต้องพบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา ตามบริบทหน้าที่ที่มีอยู่ในสังคม ซึ่งการพบปะหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นในกลุ่มคนย่อมมีทั้งวันที่ต้องเผชิญกับคนทีดีและคนที่มีนิสัยแย่ จ้องตำหนิ ให้ร้าย ใส่ความ นินทาต่างๆ นาๆ จนออกนอกหน้าแสดงอาการว่าเกลียดชังกันจนเกิดความกังวลขึ้นได้ว่า จะต้องฝึกฝนจิต ปรับจูนใจอย่างไรให้สามารถผ่านคนประเภทนี้หรืออยู่กับคนที่เกลียดชังเราได้ โดยไม่กระทบกระทั่งกันไป ไม่ทำให้จิตใจเราขุ่นเคืองเศร้าหมอง จนทำให้ต้องพาตัวเองออกจากสถานการณ์หรือสถานที่นั้นๆ ไป

ซึ่งหากสถานการณ์นั้นเป็นแค่เพียงผ่านเจอก็อาจะปลอบใจตัวเองได้ว่า “ช่างมันเถอะ เจอกันครั้งเดียวไม่ต้องเอามาใส่ใจให้มากความ” แต่ถ้าตรงกันข้ามกับกลายเป็นสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากันทุกวันในที่ทำงาน จะเตรียมตัว เตรียมใจรับมือกับคนประเภทนี้อย่างไรให้เราสามารถทำงานต่อไปได้อย่างมีความสุข นี่จึงเป็น 9 วิทยายุทธ์ ที่สามารถนำมารับมือกับคนที่เกลียดเราได้ โดยที่ไม่ต้องหนีหายหน้าออกจากงานห่างไปให้เสียผลประโยชน์ตน สามารถฝึกจิตดูใจตามได้ดัง 9 วิทยายุทธ์ต่อไปนี้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

 

1. คุณค่าของภาชนะอยู่ที่ว่ารองรับหรือบรรจุอะไรไว้ 

ภาชนะต่างๆ ถูกสร้างมาเพื่อรองรับสิ่งต่างๆ หากเราเอาภาชนะเลอค่าไปรองรับสิ่งโสโครก ภาชนะนั้นก็จะดูไร้ค่าหมดราคา แต่ถ้านำไปใช้รองรับสิ่งที่ดีและสวยงาม มูลค่าของภาชนะนั้นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่า ดังนั้นจงอย่าเอาหูหรือใจเราไปรองรับสิ่งปฏิกูลที่เขาปล่อยหรือสำรอกออกมา ให้ทำนิ่งๆ เฉยๆ หนักแน่นและอดทนไว้ ไม่เอาใจไปรองไม่เอาอะไรมาใส่หู ตัวเราก็จะเบาพร้อมก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และไม่หวาดหวั่นต่อทุกอุปสรรคที่เข้ามา จึงทำให้มีที่ว่างในหัวใจอีกมากมายที่จะนำไปใช้รองรับแต่สิ่งดีงาม

2. จัดลำดับความสำคัญให้คนที่เข้ามาในชีวิต

จงพิจารณากลั่นกรองดูให้ดีว่าเขาดีพอที่จะมามีอิทธิพลต่อชีวิตเราหรือไม่ มันคุ้มค่าไหมที่เราจะต้องไปใส่ใจคนแบบนั้นหรือคิดแบบเห็นแก่ตัวไปเลยว่า ถ้าไม่มีผลประโยชน์อะไรกับเรา หรือไม่มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของเรา เช่น เป็นนายจ้าง เป็นผู้ให้กำเนิด เป็นผู้ที่รักและหวังดีต่อเราจริงๆ ก็ไม่ต้องไปเอามาใส่ใจ

3. ชีวิตนี้สั้นและพลังงานก็มีกำจัด

เวลาและพลังงานบนโลกของเรามีจำนวนจำกัด จงใช้มันเพื่อคนที่เรารักและเขารักและหวังดีต่อเราก็พอ อย่าเอาไปใช้เพื่อการใส่ใจคนที่เขาไม่ปรารถนาดีต่อเรา ให้เสียเวลาและเสียพลังงานในชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เขาไม่ชอบเรา ต่อให้เราทำดีต่อเขาแค่ไหน เขาก็จะหาข้ออ้างที่จะไม่ชอบเราได้อยู่ดี

4. จงสร้างกำแพงหรือสะพานสำหรับความสัมพันธ์

คนบนโลกนี้ มีหลากความคิด หลากมุมมอง หลากนิสัย หลากอัตตา มันจึงเป็นสิทธิ์ของเขาที่เขาจะมองเราว่าเป็นเช่นไร และมันก็เป็นสิทธิ์ของเราเช่นกันที่จะแสดงให้เขาเห็นด้านไหนในตัวเรา บางครั้งเราก็จำเป็นต้องสร้างกำแพงมาขวางกั้นคนบางจำพวก และสร้างสะพานทอดรับคนบางคนด้วยเช่นกัน  เพราะประชากรมนุษย์บนโลกนี้มีมากเกินกว่าที่เราจะเอามาใส่ใจ หรือทำให้เขาเป็นคนสำคัญต่อชีวิตเราได้ทั้งหมด เนื่องจากชีวิตนี้สั้นนัก และมิตรภาพดีๆ ยังมีให้เราเก็บเกี่ยวได้อีกมากมายบนหนทางแห่งชีวิตที่เราได้มาอยู่บนโลกนี้ ดังนั้นจงดีเฉพาะกับคนที่เขาอยากคบหาหรือดีกับเราก็พอ และไม่ควรดีกับคนทุกคนที่เราพบเจอ เนื่องจากเสือบางตัวก็แฝงมาในคราบเนื้อผู้น่าสงสาร

5. สูงต่ำอยู่ที่การทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวกระทำ

หากทุกครั้งที่ต้องกระทบกับใคร หรือมีใครมากระทบและทำให้เราไม่พอใจ (ซึ่งเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งย่อมจะมีอารมณ์โกรธเกลียดได้เหมือนเขา) แต่ถ้าเราวางเฉย เลี่ยงได้ ไม่ถือสาหาความ เพราะเข้าใจว่านั่นเป็นเพราะกมลสันดานที่เขาสั่งสมมา เข้าใจความต่างของชนชั้น สถานะ และการจับวางอารมณ์ได้ เราก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐกว่าคนพวกนั้น และไม่ถูกลดค่าไปเป็นเยี่ยงสุนัข ด้วยการกระทำที่รู้เท่าทันอารมณ์ตน ไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ที่จะนำพาให้เราตกต่ำลงไปได้ในชั่วครู่ชั่วยาม

6. ไม่มีใครต้องผูกติดกับเราไปตลอดชีวิต

วันเวลาและประสบการณ์จะช่วยกลั่นกรองให้เองว่า...เราควรจะใช้เวลาอันมีค่าในชีวิตเราเพื่อรัก เพื่อใส่ใจ เพื่อใส่ใจใครบ้าง เรามาเรียนก็เจอกันแค่ 4 ปี มาทำงานก็เจอกันแค่ 8-9 ชั่วโมง มาเป็นพ่อ แม่ เพื่อนพ้อง พี่น้อง ก็แค่ชั่วอายุขัยบนโลกนี้ไม่กี่ปี จึงไม่มีใครเขาอยู่กับเราได้ตลอดเวลา แต่ที่เขาจะตามติดเราไปได้ตลอดเวลานั่น ก็เพราะเรายึดถือเขาไว้ไม่ยอมปล่อยเขาไปจากชีวิตเรา ไม่จบแค่ในเวลาที่ต้องเจอกัน เขาจึงกลายมาเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเราขนาดที่เราต้องเก็บเอามาใส่ในทุกลมหายใจไป

7. อยากมีความสุขในใจจงอย่าโกรธเกลียดใครเลย

การโกรธเกลียด เป็นเรื่องของอารมณ์และวุฒิภาวะที่ยังไม่ได้ถูกพัฒนา หรือยกระดับขึ้นมาด้วยหลักของศาสนา (ทุกความเชื่อ) คนที่มักโกรธเกลียดคนอื่นจึงมีสีหน้าท่าทางที่ไม่น่าเข้าใกล้ ไม่น่าคบหา และเป็นคนที่จะไม่มีวันได้ค้นพบความสุขในใจที่โล่งเบา หากเขาเกลียดโกรธเรามา ก็จงสงสารคนที่เกลียดเรากลับคืนไปอีก 10 เท่า เพราะนั่นเท่ากับว่าเขาปล่อยให้เรามีอิทธิพลต่อชีวิตเขา การที่เขาเกลียดขึ้ง หมองโกรธเรา เท่ากับเขาได้ตอกตะปูลงบนฝาโลงตนเองทุกวันๆ จนแน่นหนา ยากจะถอนออกจากใจ

การโกรธเกลียดใคร ใจจะรุ่มร้อน ไร้ความสุข จนกลายมาเป็นการจ้องจับผิดเรา อยากเห็นชีวิตเราตกต่ำย่ำแย่ ดังนั้นเราจำต้องทำตัวให้ดีขึ้น ให้ได้ดี หรือประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่เขาเกลียดเรา เมื่อไหร่ที่เรามีชีวิตที่ดีกว่าเขา เขาจะยิ่งร้อนรน จนกลายเป็นทุกข์ทน หม่นหมอง และอกแตกตายไปเอง ด้วยใจมักโกรธเกลียดที่ไม่อยากเห็นเราได้ดีเหนือตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องเข้มแข็งให้มากท่ามกลางมิตรที่ไม่มีใจจริง หรือ ศัตรูในคราบมิตรผู้ (เกือบ) หวังดี ทั้งๆ ที่บางครั้งเราเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเกลียดเรา หรือไม่ได้ไปจดจำว่าใครจะรัก จะชัง จะชอบเราบ้าง แค่เป็นเราในแบบที่เราคิดว่าดีแล้วไม่ทำใครเดือดร้อนก็พอ

8. จงเลือกคบแต่คนที่มีศาสนาในหัวใจ

สัญชาติญาณด้านดิบเถื่อนของมนุษย์ ถูกเก็บกดเอาไว้ด้วยบรรทัดฐานของสังคมและศาสนา ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมนุษย์นั้นเกิดมาเพื่อเบียดเบียนชีวิตอื่น เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดอยู่แล้วโดยสายเลือด ดังนั้นไม่ต้องไปมองว่ามนุษย์ทุกคนประเสริฐเทียบเท่าเหล่าเทวดาหรือนางฟ้าหรอกนะ เพราะลึกๆ แล้วในจิตใจของมนุษย์ทุกคนนั้นมีความเห็นแก่ตัวกันทุกคน

สิ่งสำคัญในข้อนี้จึงอยู่ที่ว่า ใครจะข่มจิตใจ ใครจะสะกดกลั้น หรือใครจะมีปัญญาในการรับมือต่อเหตุการณ์ล่อแหลม ที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นเร้าสัญชาติญาณดิบได้มากน้อยแค่ไหนมากกว่า ดังนั้นการเลือกคบคนที่จิตใจดีมีศาสนา ทุกความเชื่อ จึงเป็นการคัดกรองคนดีๆ เข้ามาในชีวิตของเราไปได้เอง 

9. ทุกข์สุขนั้นอยู่ที่ใจเราไม่ใช่ใครอื่น

ใจของเรา เราก็ควรจะเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว ที่จะบงการให้ทุกข์ สุข เศร้า ด้วยตัวเราเองมิใช่มือคนอื่นไม่ใช่หรือ การบริหารจิตใจ จึงไม่ควรปล่อยให้ใครเข้ามาทำหน้าที่ มาบงการแทนตัวเรา และการทำใจเราให้ว่าง-เบา ก็จะทำให้เราก้าวต่อไปบนเส้นทางข้างหน้าได้ง่ายขึ้น ขนาดมือถือหรือคอมพิวเตอร์ เรายังต้องมีฟังก์ชั่นไว้ลบขยะทิ้ง เพื่อให้เครื่องเบาและเหลือพื้นที่ว่างไว้รันงานได้รวดเร็วขึ้นเลย แล้วทำไมคนเราจึงไม่มีฟังก์ชั่น Delete ขยะในใจออกไปบ้าง อะไรที่เป็นขยะรกใจ ก็จง Delete ทิ้งไปเสียให้หมด เพราะเรามีเพียงใจเดียว ที่ยังต้องใช้ต่อไปอีกนาน

หากอายุขัยเราคือ 80 ปี ใจดวงน้อยๆ นี้จะเหลือพื้นที่ไว้รองรับสิ่งดีๆ บนเส้นทางสายอนาคตได้อีกสักเท่าไหร่ ถ้าไม่มีการทำลายขยะในใจออกบ้าง การเลือกลบทิ้งสิ่งไม่ดีออกไปจากหัวใจ หรือทำเป็นหลงลืมไปบ้างตามสมควร จึงเป็นการเตรียมใจเอาไว้เพื่อใช้รองรับแต่สิ่งดีๆ ที่จะเกิดมีบนหนทางข้างหน้า ซึ่งจะนำความสุขมาสู่ใจเราอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องไปพึ่งพิงสิ่งใด และทำให้ใจเราทำงานได้ยาวนานต่อไปได้ ด้วยไม่เคยมีอะไรมาทำร้ายหัวใจเราได้อย่างแท้จริง เมื่อทุกสิ่งที่ใจเราทุกข์อยู่นั้นเกิดจากตัวเราทำร้ายใจเราเอง !!


Work from home ควรรู้ ขยับบ้างก่อน ‘ตับพัง’

4 วิธีพัฒนาองค์กรที่ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์ Edutainment

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเผช...
330418 | 02/07/2019
ตด 6 ประเภทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อร่างกาย Edutainment

ตด 6 ประเภทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อร่างกาย

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเรื่อง ‘ตด’ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำ แต่มนุษย์ก็หลีกเลี่ยงเรื่องตดไม่ได้ ทั้งนี้ทางการแพทย์ระบุว่ามนุษย์ต้องตดเ...
319955 | 11/09/2020
10 สถานปฏิบัติธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง Edutainment

10 สถานปฏิบัติธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง

หลีกหนีความวุ่นวายทั้งไปในชีวิตประจำวันและความเครียดสะสมในการทำงาน  เพื่อไปปฏิบัติธรรมหาความสงบให้จิตใจ การได้ฝึกปฏิบัติ ฝึกจิตและสมาธิ ใช้ชีวิตแบบ...
302121 | 29/01/2020
banner