PM2.5 ฝุ่นตัวร้าย อีกปัจจัยก่อโรคจอประสาทตาเสื่อม

Edutainment
17/03/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 1782 คน
PM2.5 ฝุ่นตัวร้าย อีกปัจจัยก่อโรคจอประสาทตาเสื่อม
banner

Age-Related Macular Degeneration (AMD) หรือโรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณจุดกลางรับภาพของจอประสาทตาพบมากในช่วงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ ทำให้มองเห็นมัว เห็นภาพบิดเบี้ยวโดยเฉพาะส่วนกลางของภาพ เนื่องจากจอประสาทตาถูกทำลาย ซึ่งส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วย โดยมีการเปรียบเทียบว่าคุณภาพชีวิตที่ลดลงของผู้ป่วยโรค AMD เทียบเท่าได้กับผู้ได้รับรับบาดเจ็บจนกระดูกสันหลังหัก รวมไปถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV : human immunodeficiency virus) ในระยะที่แสดงอาการ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

โรคจอประสาทตาเสื่อมแบ่งออกเป็น  2 ประเภท

1. จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง (Dry AMD) มีจุดสีเหลืองบริเวณจอรับภาพตรงกลางของประสาทตาซึ่งเรียกว่า ดรูเซ่น (Drusen) สะสมอยู่ใต้จอประสาทตา โดยจุดสีเหลืองนี้จะทำลายเซลล์รับแสงนำไปสู่การมองเห็นที่บิดเบี้ยว โรคมักแสดงอาการอย่างช้าๆ ในบางกรณีอาจกลายเป็นจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียกได้

2. จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก (Wet AMD) พบเพียง 10 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากเส้นเลือดฝอยด้านหลังจอประสาทตาผิดปกติ ซึ่งมีของเหลวในหลอดเลือดรั่วไหลไปโดนจุดรับภาพ ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างมากทั้งแบบถาวรและเฉียบพลัน

 

อาการจอประสาทตาเสื่อม

จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจมองเห็นภาพเบลอและจุดดำหรือจุดบอดตรงกลางภาพ เมื่อเวลาผ่านไปจุดดำในภาพจะเริ่มขยายใหญ่ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้อ่านหนังสือลำบากหรือมองเห็นรายละเอียดไม่ชัด

จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก ทำให้ผู้ป่วยมองเห็นภาพบิดเบี้ยว พร่ามัว เห็นจุดดำขนาดใหญ่ในภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เลือดไหลไปอยู่ในจุดรับภาพ

 

อาการโดยทั่วไปที่เหมือนกันของ AMD ทั้ง 2 ประเภท

- มองภาพบิดเบี้ยว

- มองในที่สว่างไม่ชัด หรือแพ้แสง

- ปรับสายตาจากการมองเห็นในที่มืดมาที่สว่างไม่ค่อยได้

- สูญเสียความสามารถในการมองเห็น ตามัว มีจุดดำหรือเงาบังอยู่ตรงกลางภาพ

- เห็นสีผิดเพี้ยน

 

สาเหตุของจอประสาทตาเสื่อม

โรคจอประสาทตาเสื่อมนี้เป็นไปตามวัย สาเหตุเกิดจากจุดรับภาพซึ่งอยู่ตรงกลางจอประสาทตามีปัญหา โดยจุดรับภาพนี้เป็นจุดที่มีความไวต่อแสง ช่วยในการมองเห็นสิ่งต่างๆ ให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดของจอประสาทตา

จอประสาทตาเสื่อมชนิดแห้ง เกิดจากเซลล์รับแสงในจุดรับภาพเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น อาจมีของเสียสะสมอยู่ในจอประสาทตา หรือเซลล์รับแสงในจุดรับภาพมีจำนวนน้อยลง การมองเห็นบริเวณกลางภาพแย่ลง ทำให้ต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติเมื่อต้องอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมระยะใกล้

จอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก เส้นเลือดฝอยเกิดใหม่ใต้จุดรับภาพขยายจำนวนมากขึ้น ถ้าเส้นเลือดฝอยก่อตัวผิดตำแหน่ง ทำให้ส่งผลเสียมากกว่าผลดีเพราะของเหลวในเส้นเลือดจะไหลซึมเข้าตา ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของบริเวณจุดรับภาพลดลง

เหตุผลที่ PM2.5 อาจก่อให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม

ถึงแม้ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดโรค AMD คือ ‘การสูงวัย’ แต่ก็มีปัจจัยกระตุ้นหรือส่งเสริมให้เกิดโรคนี้เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ การสูบบุหรี่, ภาวะ Metabolic Syndromes, การได้รับแสงจ้าเป็นระยะเวลานาน, ความผิดปกติทางพันธุกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรายงานที่พบว่าฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค AMD

จากการศึกษาของ Sharon และคณะในปี 2020 ด้วยเทคนิคการเปรียบเทียบภาพถ่ายดวงตาในชั้นเรตินา (retina) จากกลุ่มตัวอย่าง 51,710 คน ในช่วงอายุ 40 - 69 ปี เทียบกับข้อมูลการได้รับมลพิษทางอากาศในสหราชอาณาจักร (United Kingdom) พบว่า การได้รับ PM2.5 และมลพิษทางอากาศ เช่น สารในกลุ่มไนโตรเจนออกไซด์ (Nitrogen Oxides) ในปริมาณมากจะพบลักษณะที่แย่หรือไม่แข็งแรงของโครงสร้างชั้นเรตินา โดยมีกลไกคือ PM2.5 ที่ได้รับจากการสูดดมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและสะสมไว้ สามารถแพร่เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ผ่านแนวกั้นเลือดและสมอง (Blood-Brain Barrier) เข้าสู่ระบบประสาทได้ ซึ่งรวมถึงชั้นเรตินาที่จัดเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาท เหนี่ยวนำให้เกิดภาวะ Oxidative Stress และกระบวนการอักเสบในชั้นของเรตินา นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่รายงานว่าฝุ่น PM อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายของเซลล์ในระบบประสาท ซึ่งก่อให้เกิดโรค AMD แล้ว ยังอาจรวมไปถึงโรคตาอื่นๆ เช่น โรคต้อหินด้วย

 

โรคจอประสาทตาเสื่อมยังไม่สามารถป้องกันที่ได้ 100% แต่มีวิธีช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคได้ โดยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เช่น ออกกำลังกายให้เพียงพอ รับประทานอาหารดีต่อร่างกาย เป็นต้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศสูง รวมทั้งหมั่นป้องกันดูแลสุขภาพตนเอง เช่น ใช้เครื่องฟอกอากาศ ใส่หน้ากากป้องกัน หากรู้สึกมีปัญหาด้านการมองเห็น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อรับการรักษาทันท่วงที ซึ่งจะช่วยชะลอความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการสูญเสียการมองเห็น


แหล่งอ้างอิง :

https://www.bumrungrad.com/

https://www.bangkokhospital.com/

https://pharmacy.mahidol.ac.th/

https://www.paolohospital.com/

https://www.pobpad.com/

https://www.samitivejhospitals.com/


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์ Edutainment

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเผช...
330435 | 02/07/2019
ตด 6 ประเภทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อร่างกาย Edutainment

ตด 6 ประเภทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อร่างกาย

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเรื่อง ‘ตด’ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำ แต่มนุษย์ก็หลีกเลี่ยงเรื่องตดไม่ได้ ทั้งนี้ทางการแพทย์ระบุว่ามนุษย์ต้องตดเ...
321233 | 11/09/2020
10 สถานปฏิบัติธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง Edutainment

10 สถานปฏิบัติธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง

หลีกหนีความวุ่นวายทั้งไปในชีวิตประจำวันและความเครียดสะสมในการทำงาน  เพื่อไปปฏิบัติธรรมหาความสงบให้จิตใจ การได้ฝึกปฏิบัติ ฝึกจิตและสมาธิ ใช้ชีวิตแบบ...
304532 | 29/01/2020
banner