ปรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง รองรับการขยายตัวต่อเนื่อง

SME Go Inter
10/06/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 9200 คน
ปรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง รองรับการขยายตัวต่อเนื่อง
banner

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตในทุกโอกาส แม้แต่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงก็ยังมีการขยายตัว เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีการบริโภคเป็นประจำ ประกอบกับผู้เลี้ยงมีความเอาใจใส่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้มีการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงสำรองไว้เช่นเดียวกับสินค้าจำเป็นอื่นๆ สอดคล้องกับสถิติการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในไตรมาสแรกของปี 2563 (มกราคม-มีนาคม 2563) ที่มีมูลค่าส่งออกถึง 466 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 พบว่าขยายตัวกว่า 10%

ในขณะที่การส่งออกไปประเทศคู่ค้าสำคัญหลายตลาดขยายตัวอย่างน่าพอใจ เช่น อินเดีย ขยายตัว 52% มูลค่าการส่งออก 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สหรัฐอเมริกา ขยายตัว 19% มูลค่าการส่งออก 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อาเซียน ขยายตัว 13% มูลค่าการส่งออก 111 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และออสเตรเลีย ขยายตัว 9% มูลค่าการส่งออก 22.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญในกลุ่มคืออาหารสำหรับสุนัขและแมว มีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดถึง 81%

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสุนัข-แมวยังเติบโต

ผลการสำรวจความนิยมชมชอบสัตว์เลี้ยงแบบไม่เป็นทางการ ในกลุ่มคนที่ทำงานบรรณารักษ์และผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการข้อมูลผ่านหน้าเฟซบุ๊ก Future Ready and Library Think Tank เพื่อสำรวจว่าสัตว์เลี้ยงประเภทไหนเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้านยอดนิยมมากที่สุด โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจกว่า 480 คน จากนานาประเทศเข้าร่วมทำแบบสำรวจนี้ อาทิ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย บราซิล โรมาเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรต จีนและพม่า พบว่า แมวและสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่บรรณารักษ์ ที่อย่างน้อยเลี้ยงสัตว์ 1  ตัว และ 47% เลี้ยงทั้งสุนัขและแมวร่วมกัน

โดยคนเลี้ยงสุนัขมักจะเป็นพวกอนุรักษ์นิยมและมักจะปฏิบัติตามกฎมากกว่าคนเลี้ยงแมว นิยมเลี้ยงทั้งในแบบครอบครัว อยู่แบบคู่ ไปจนถึงโสดตัวคนเดียว ส่วนคนที่นิยมเลี้ยงแมวจะอยู่ในกลุ่มคนโสดที่อาศัยอยู่ตามอพาร์ทเม้นท์ตัวคนเดียว ด้วยความน่ารักของสัตว์เลี้ยงทั้งสองชนิดดังกล่าว ทำให้ผู้คนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวเอาไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา และทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเพิ่มขึ้นแม้อยู่ในช่วงวิกฤต

จากเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนจากการเลี้ยงแบบ "Pet Lover" มาเป็น "Pet Parent" ซึ่งเป็นความรักความผูกพันเหมือนคนในครอบครัว อันเป็นตัวช่วยดันให้ตัวเลขของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาหารสุนัขเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี

 

ยิ่งคนผูกพันตลาดอาหารสัตว์ยิ่งขยายตัว

Georgia Regents University และ Cape Fear Community College ได้ทำการสำรวจคนอเมริกันกว่า 500 คนผ่านแบบสอบถาม เพื่อทำการศึกษาเรื่องราวความรักระหว่างคนกับสุนัข ในประเด็นที่ว่า "หากมีรถบัสเบรกแตกกำลังพุ่งเข้าชนระหว่างสุนัขที่ตัวเองเป็นเจ้าของ กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตัวเองไม่รู้จักเจ้าของสุนัขจะเลือกช่วยใคร? จะช่วยคนต่างชาติที่ไม่รู้จัก หรือจะช่วยสุนัขแสนรักของตัวเอง โดยให้เลือกรักษาชีวิตได้เพียง 1 ชีวิตเท่านั้น? พบว่า

คนอเมริกันจำนวน 40 % เลือกที่จะช่วยสุนัขของตัวเอง โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า “เพราะฉันรักสัตว์เลี้ยงของฉัน” ส่วนผู้ทำแบบสอบถามอีก 25 % ต่างบอกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะมีความฉลาดพอที่จะเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองได้ แบบสำรวจนี้ช่วยตอบโจทย์เรื่องความรักความผูกพันของคนกับสัตว์เลี้ยง ที่มีอย่างเหนียวแน่นได้เป็นอย่างดีเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือญาติพี่น้องแท้ๆ มีความรักความห่วงใยถึงขั้นทำพินัยกรรมยกเงินหรือทรัพย์สินจำนวนหนึ่งให้แก่สุนัข และจากการศึกษาของ Goldsmiths University ประเทศอังกฤษ พบว่าสุนัขสามารถสัมผัสถึงอารมณ์เศร้าของมนุษย์ได้ และมีวิธีปลอบใจเจ้าของให้คลายเศร้าด้วยการเข้ามาคลอเคลีย เข้ามาเลียเพื่อปลอบใจให้ความอบอุ่น

ประกอบกับเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปด้วย จึงช่วยดันให้ยอดขายอาหารสัตว์สุนัข-แมวเติบโตพุ่งขึ้นทุกปี ตามพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ของชาว Millennials ที่มีการแต่งงานช้า มีอัตราการแต่งงานลดลง และมีบุตรน้อยลง คงอยู่ในสถานะโสดมากขึ้น นิยมพักอาศัยเพียงลำพังมากกว่าอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ จึงทำให้สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมวกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาได้ดี 

ประกอบกับสังคมคนสูงวัยที่มีมากขึ้น ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นเพื่อนแก้เหงาแทนลูกหลานของคนชราไปด้วย ดังนั้นเมื่อเทรนด์การเลี้ยงเปลี่ยนไปจาก "Pet Lover" เป็น "Pet Parent" ผู้เลี้ยงจึงดูแลเอาใจใส่สุขภาพของสัตว์เลี้ยงตามไปด้วย จึงทำให้ต่อให้ประสบกับสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจชะลอตัว ปิดล็อกเมืองท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไร คนที่รักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูกก็จะไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงต้องอดอยาก ตายจากไปอย่างแน่นอน

 

โอกาสของผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยง

จากสถิติการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในไตรมาสแรกของปี 2563 ทีขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% ประกอบกับเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสขยายการส่งออกได้ โดยเฉพาะในตลาดคู่ค้าที่ประเทศไทยมีความตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ที่ทำให้สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทยได้แต้มต่อในการแข่งขัน จากการปลดล็อคกำแพงภาษีศุลกากรกับ 15 ประเทศคู่ค้าเอฟทีเอ ได้แก่ ประเทศในกลุ่มอาเซียน จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรูและฮ่องกง ที่ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยทุกรายการแล้ว มีเพียงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ที่ยังคงการเก็บภาษีนำเข้ากับไทยในบางรายการสินค้า  

ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ประเทศไทยทำความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกกับอาเซียน ทำให้การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยกับคู่เอฟทีเอขยายตัวทุกตลาด โดยอาเซียน ขยายตัวสูงสุด 6,306%  รองลงมาคือ จีน ขยายตัว 3,969% เกาหลีใต้ขยายตัว 650% อินเดียขยายตัว 573% นิวซีแลนด์ขยายตัว 531% และออสเตรเลียขยายตัว 244% ทำให้ในปี 2562 ไทยมีมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงสูงถึง 1,693 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออกไปประเทศคู่เอฟทีเอสูงถึง 954 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับที่ 4 ของโลก รองจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน และเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมวอันดับที่ 3 ของโลก รองจากสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการด้านการผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้ส่งออก ที่จะได้ศึกษาแนวโน้มและวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยมีคำแนะนำในช่วงโควิด-19 ที่อาจเพิ่มปริมาณมากขึ้นเพื่อรองรับการกักตุน หรือลดการเลี่ยงออกไปในที่สาธารณะ เป็นการปรับไปตามวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป โดยอำนวยความสะดวกด้านขนาดบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ขึ้น และยืดระยะเวลาในการเก็บรักษาให้ยาวนานออกไป ตลอดจนเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยวัตถุดิบคุณภาพที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ตามมาตรฐานการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับหลักการสากลด้านสุขอนามัย และปฏิบัติตามกฎระเบียบการนำเข้าอย่างเคร่งครัด ให้สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยสามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่องตลอดไปทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ.

แหล่งอ้างอิง:

https://www.nobfactory.com

https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/432919 

https://marketeeronline.co/archives/68580 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


CBD ในกัญชงสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 

Pet Business ธุรกิจน่าลงทุนยุคนี้



Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234499 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90326 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44547 | 10/10/2020
banner