กลยุทธ์ Zenn เมกอัพไทยจับนักช้อปจีนโกย 600 ล้าน/ปี

SME Go Inter
03/06/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 5139 คน
กลยุทธ์ Zenn เมกอัพไทยจับนักช้อปจีนโกย 600 ล้าน/ปี
banner

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ความงาม หรือเครื่องสำอางแบรนด์สัญชาติไทย เรียกได้รับการยอมรับไม่แพ้แบรนด์ดังยุโรป ญี่ปุ่น หรือเกาหลี โดยเฉพาะสาวจีนยุคใหม่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ในช่วงยังไม่เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของฝากที่นิยมซื้อไปฝากญาติมิตรหรือเพื่อนฝูง คงหนีไม่พ้นสินค้าเพื่อความงาม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สปา

โดยพบว่าแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ มิสทีน (Mistine) สเนลไวท์ (Snail White) บิวตี้ บุฟเฟต์ (Beauty Buffet) คิวท์เพรส (Cute Press) แอนเจอรี่ (ANJERI) และเรย์ (RAY) จากความนิยมดังกล่าว ทําให้บริษัทผู้ผลิตแบรนด์สินค้าเพื่อความงามของไทยทยอยบุกตลาดจีนกันอย่างต่อเนื่อง

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

โดยในช่วงเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาตลาดความงามเติบโตขึ้นทุกปี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุว่าตลาดเครื่องสำอางในจีนมีอัตราการเติบโตไม่หยุด สอดคล้องกับข้อมูลจาก Euromonitor ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านวิเคราะห์การตลาด ได้เปิดเผยข้อมูลว่า นับตั้งแต่ในปี 2560 ยอดขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในจีนมีมูลค่าถึง 186,700 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้น 10.3% เช่นเดียวกับยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแต่งหน้ามีมูลค่า 34,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 21.3% โดยชาวจีนนิยมซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์ดังต่างประเทศมากขึ้น

ในขณะเดียวกันข้อมูลจากกรมสถิติแห่งชาติจีน ระบุว่ามูลค่าขายปลีกผลิตภัณฑ์ความงามในปี 2561 มีมูลค่าถึง 261,900 ล้านหยวน สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนว่าตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในจีนมีขนาดใหญ่มาก

บริษัทไทยส่วนใหญ่เข้าไปทำตลาดจีนส่วนใหญ่จะเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนนิยมซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะความสะดวกและประหยัดเวลา ทำให้ทิศทางการซื้อขายออนไลน์ในจีนยังคงขยายตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2551 ตลาดจีนมีมูลค่าการซื้อขายทางธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ คิดมูลค่ารวมทิ้งสิ้น 3.14 ล้านล้านหยวน จากนั้นก็ทยอยเพิ่มขึ้นไม่หยุด โดยปี 2561 มีมูลค่ารวมสูงถึง 31.63 ล้านล้านหยวน ซึ่งขยายตัวถึง 10 เท่าในช่วงระยะเวลา 10 ปี ทำให้จีนครองแชมป์ตลาดซื้อขายปลีกผ่านระบบออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก

 

“มิสทิน” แบรนด์ไทยรายแรกเจาะตลาดจีนสำเร็จ

แบรนด์ มิสทิน จากไทย ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่เข้าไปรุกทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยสามารถทำยอดขายในปี 2562 สูงถึง 5,000 ล้านบาท ซึ่ง 90% ของยอดขายมาจากการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมิสทีนสามารถทำยอดขายติดอันดับ TOP 10 แบรนด์เครื่องสำอางที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 7 บน TMALL เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และสินค้าเครื่องแต่งหน้าของมิสทีนก็มียอดขายเป็นอันดับ 1 แซงหน้าแบรนด์อินเตอร์หลายแบรนด์ในบางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีน ส่วนการทำตลาดออฟไลน์มิสทีนเข้าไปเปิดร้านสาขาแรกที่ Super Brand Mall ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าสัญชาติไทยในเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2561

 

Zenn” แบรนด์น้องใหม่มาแรงปีเดียวกวาด 600 ล้านบาท

อีกแบรนด์สัญชาติไทยที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมในตลาดจีนอย่างมากนั้นก็คือ แบรนด์ Zenn ซึ่งเป็นแบรนด์เครือเดียวกันกับ Tokyo Dolls สัญชาติไทยขนาดแท้ โดยยอดขายของแบรนด์ Zenn ในประเทศจีนเมื่อปี 2562  ประมาณกว่า 2 ล้านชิ้น ราคาขายหน้าร้านในประเทศจีนชิ้นละประมาณ 200-300 บาท คิดเป็นยอดขายก็ประมาณ 600 ล้านบาทเลยทีเดียว

ทั้งนี้สาเหตุที่แบรนด์ Zenn สามารถเจาะตลาดจีนจนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เพราะ

1. วาง Position อย่างชัดเจนว่า ตำแหน่งของแบรนด์สินค้าจะอยู่ในจุดไหน กลุ่มเป้าหมายคนจีนที่จะมาเป็นลูกค้าคือเป็นผู้หญิง อายุ 18-35ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นและสาววัยทำงานสมัยใหม่

2. วาง Brand character กำหนดตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจน แต่ละโพสต์ที่ลงในเว็บไซต์ Weibo เน้นแฟชั่นสมัยใหม่ และสีสันของคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่า ปรับสไตล์ให้ทำเข้ากับผู้หญิงจีนที่ชอบแต่งหน้าแนวสีสันสดใส  

3. วางกลยุทธ์การตลาด ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ให้สอดคล้องกับ ข้อ 1 และ 2

กำหนดแผนทำตลาดให้ถูกจริตของกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน

สำหรับแบรนด์ Zenn วางแผนระยะสั้นและกลางในการทำตลาดจีน คือทำให้คนจีนเริ่มรู้จักจนมี Distributor ติดต่อเข้ามา ซึ่งขั้นตอนนี้สามารถใช้สื่อออนไลน์ช่วยทำให้คนจีนรู้จักและไปเตะตา Distributor ได้ เช่น การใช้ KOL (Key Opinion Leader) ผู้นำทางความคิด Celeb ในโลกออนไลน์หรือเน็ตไอดอล หรือคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมากในโลกออนไลน์

พอเริ่มเป็นที่รู้จักและมี Distributor ติดต่อเพื่อนำไปจำหน่ายในจีน สิ่งที่ทางแบรนด์ Zenn ทำต่อไป คือการกำหนดแผนระยะยาวว่าจะอยู่ในตลาดจีนได้เช่นไร แนวทางจัดจำหน่ายแบบไหน ซึ่งทางแบรนด์ Zenn ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะต้องขายใน Modern Trade ให้ได้ เพื่อที่จะเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ขายในจีนระยะยาว และเน้นสร้าง Product ให้ถูกจริตของคนจีน

ทุกวันนี้ประเทศจีนไม่เพียงแต่เป็นโรงงานผลิตสินค้าสำคัญของโลก แต่ด้วยตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคนแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อมหาศาล ตลาดจีนจึงเป็นที่หมายปองของผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ อยากเข้าไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดในทุกวงการธุรกิจ รวมทั้งตลาดความงามด้วยเช่นกัน

 

แหล่งอ้างอิง ถอดบทเรียนแบรนด์เครื่องสำอางไทย กวาดยอดขายหลักร้อยล้านบาทที่จีน ใน 1ปี #อ้ายจง

                      https://www.blockdit.com/posts/5ec7bc6f7fee701cb5fc5bd2 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


ส่องแพลตฟอร์ม ‘Tmall’ ค้าออนไลน์สุดฮอตตลาดจีน

สาวญี่ปุ่นฮิต ‘สวย’ ด้วยธรรมชาติและออร์แกนิค


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234489 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90307 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44513 | 10/10/2020
banner