รู้เท่าทันป้องกันอันตรายจาก ‘ฮีทสโตรก’

Edutainment
20/04/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 1433 คน
รู้เท่าทันป้องกันอันตรายจาก ‘ฮีทสโตรก’
banner

เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น ร่างกายมีข้อจำกัดเรื่องการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “อากาศร้อน” จากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา คือ โรคลมแดด หรือ ภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke)’ ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมากเกินไป เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมองในส่วนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ดังนั้น Bangkok Bank SME จึงพามาทำความรู้จักกับโรคนี้เพื่อการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อาการฮีทสโตรก

อาการโรคลมแดดเกิดขึ้นได้ในทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันออกไปแต่ละบุคคล โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

- อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นถึง 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป 

- ร่างกายไม่ขับเหงื่อออกแม้จะมีอุณหภูมิในร่างกายสูง

- ผิวหนังแดง เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูง

- ผิวหนังของผู้ป่วยจะแห้งและร้อน แต่กรณีที่เป็นโรคลมแดดจากการออกกำลังกายผิวอาจมีความชื้นอยู่บ้าง

- เป็นตะคริวหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

- หายใจถี่และตื้น

- หัวใจเต้นเร็ว

- มีอาการปวดศีรษะตุบๆ

- คลื่นไส้ อาเจียน

- มีอาการชัก

- วิงเวียนศีรษะ มึนงง หน้ามืด หรือเป็นลมหมดสติ

- มีสภาพจิตใจหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สับสนมึนงง กระสับกระส่าย หงุดหงิด พูดไม่ชัด มีอาการเพ้อ หรือไม่สามารถทรงตัวได้

 

สาเหตุการเกิดฮีทสโตรก แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง : เมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงหรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น และไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ตามปกติ เช่น เมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้นเป็นเวลา 2 หรือ 3 วันติดต่อกัน มักจะเกิดขึ้นบ่อยกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง

การออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังมาก : เมื่อออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้กำลังมาก โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรมในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัด มักเป็นเหตุทำให้เกิดโรคลมแดดได้ อย่างไรก็ตามโรคลมแดดประเภทนี้อาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อน

 

กลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะฮีทสโตรก

1. กลุ่มที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้ง เช่น คนงานก่อสร้าง หรือบุคคลที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง เป็นต้น

2. คนสูงอายุ กลุ่มเด็ก จะมีการสูญเสียความร้อนได้มากกว่ากลุ่มวัยรุ่นปกติ

3. คนไข้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ต้องใช้ยาโรคประจำตัว เช่น โรคพาร์กินสัน โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคลมแดดได้มากขึ้น

4. ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

5. บุคคลที่อยู่ในภาวะอ้วน

6. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

อุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้นกี่นาทีทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรกได้

โดยปกติร่างกายคนเราจะมีระบบสมองที่คอยควบคุมให้ร่ายกายไม่ให้มีอุณหภูมิที่สูงมากจนเกินไป ซึ่งร่างกายปกติจะอยู่ในปริมาณ 37.5 องศาเซลเซียส ถึงแม้ว่าอุณหภูมิภายนอกจะหนาวมากหรือร้อนมากก็ตาม สมองเราจะสั่งการร่างกายให้มีการปรับอุณหภูมิเข้ากับสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับตัวเราทันที หากร่างกายปรับได้ไม่ทันจะมีอาการทางระบบประสาท ดังนั้นไม่ว่าจะนานเท่าไรก็ตามก็สามารถเกิดฮีทสโตรกได้

 

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

- นำผู้ป่วยเข้าที่ร่มในบริเวณที่อากาศเย็นหรืออากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

- ควรคลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้เร็วขึ้น

- ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติ แล้วเช็ดตัว ซอกรักแร้ คอ ขาหนีบ และหน้าผาก โดยเช็ดย้อนรูขุมขนเพื่อระบายความร้อน

- ใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน หรือพัดแรงๆ เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด

- หากยังไม่ฟื้นให้รีบโทร. 1669 เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที

การป้องกัน

การดูแลตัวเองในหน้าร้อน คืออย่าไปอยู่กลางแจ้งให้นานเกินไป ถ้ามีร่มก็สามารถใช้ร่มได้ ดื่มน้ำให้มากๆ ทานน้ำแข็ง ทานไอศกรีม หรือถ้าอยู่ในบ้าน พยายามเปิดประตู หน้าต่าง ไม่ควรอยู่ในที่อับหรืออยู่ในห้องปิด เพราะการอยู่ในห้องปิดจะทำให้อากาศไม่ถ่ายเท เกิดความร้อนสะสมทำให้เกิดฮีทสโตรกได้แม้อยู่ในบ้าน ขณะที่ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรอยู่กลางแดดนานเกินไป ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรหาเวลาเข้ามาอยู่ในที่ร่มบ้าง

ข้อควรระวัง : ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ และควรดื่มน้ำเยอะๆ

 

หากคุณพบกับผู้มีภาวะฮีทสโตรก ให้รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่มอากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียน ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น คลายชุดชั้นใน ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น น้ำแข็งประคบตามซอกคอ หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบร่วมกับใช้พัดลมเป่า เพื่อระบายความร้อนและลดอุณหภมิร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.paolohospital.com/

https://www.rama.mahidol.ac.th/

https://www.thaihealth.or.th/

https://www.siphhospital.com/

https://web.med.cmu.ac.th/

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์ Edutainment

6 สิ่งที่ต้องทำเมื่อริจะเป็นฟรีแลนซ์

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ คือสวรรค์ของฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานออฟฟิศ มีไลฟ์สไตล์ทำงานอยู่บ้าน หรือร้านกาแฟ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเผช...
330417 | 02/07/2019
ตด 6 ประเภทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อร่างกาย Edutainment

ตด 6 ประเภทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยต่อร่างกาย

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเรื่อง ‘ตด’ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำ แต่มนุษย์ก็หลีกเลี่ยงเรื่องตดไม่ได้ ทั้งนี้ทางการแพทย์ระบุว่ามนุษย์ต้องตดเ...
319891 | 11/09/2020
10 สถานปฏิบัติธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง Edutainment

10 สถานปฏิบัติธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง

หลีกหนีความวุ่นวายทั้งไปในชีวิตประจำวันและความเครียดสะสมในการทำงาน  เพื่อไปปฏิบัติธรรมหาความสงบให้จิตใจ การได้ฝึกปฏิบัติ ฝึกจิตและสมาธิ ใช้ชีวิตแบบ...
301994 | 29/01/2020
banner