นโยบายการค้า-การลงทุนญี่ปุ่นในยุคนายกสุงะ

SME Go Inter
04/10/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 2118 คน
นโยบายการค้า-การลงทุนญี่ปุ่นในยุคนายกสุงะ
banner

การประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นของ "นายชินโซ อาเบะ" เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาจากเหตุผลด้านสุขภาพ ได้สร้างตื่นตระหนกต่อภาคส่วนต่างๆ ไม่น้อย ด้วยเหตุที่นายกรัฐมนตรีอาเบะถือเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานนับจากปี 2555 ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

การลาออกดังกล่าวเป็นการลาออกแบบยกทีม เพื่อเปิดทางให้ "นายโยชิฮิเดะ สุงะ" เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปรียบเสมือนมือขวาของ "อาเบะ" ซึ่งเพิ่งจะได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) พรรคที่ครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในเวลาต่อมา โดยนายสุงะจะดำรงตำแหน่งไปจนสิ้นสุดวาระที่ 2 ในเดือนกันยายน 2564

หลายฝ่ายจับตามองถึงการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศอย่างตาไม่กระพริบ โดยเฉพาะการสานต่อนโยบายเศรษฐกิจหลัก "อาเบะโนมิกส์" ที่อาเบะวางไว้ 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ประเด็นนี้ "นายสุงะ" ประกาศจุดยืนการทำงานว่าพร้อมจะมีนโยบายให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น ผ่อนคลายมาตรการทางการเงิน เพื่อคงระดับการจ้างงาน พร้อมทั้งระบุด้วยว่าญี่ปุ่นมีธนาคารท้องถิ่นมากเกินไป ซึ่งจะสนับสนุนให้ธนาคารเหล่านั้นรวมกันเป็นหนึ่ง โดยยังคงยึดนโยบายอาเบะโนมิกส์ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ เพื่อดึงให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นจากภาวะเงินฝืดให้ได้

ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รายงานสรุปข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่า จะเน้น 3 เรื่องหลัก คือ

1) การสานต่อนโยบายอาเบะโนมิกส์ โดยให้ความสำคัญกับการยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด 19 ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

2) การปฏิรูประบบราชการ สร้างความเข้มแข็งด้วยมาตรการต่างๆ และการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

3) แนวคิดในการส่งเสริมและพัฒนาระบบดิจิทัล โดยมีแนวคิดจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อบูรณาการทำงานระหว่างกัน ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม  

ขณะเดียวกัน "นายสุงะ" ยังได้ดำเนินมาตรการเพื่อพลิกฟื้นสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทันที โดยการ "ยกหูโทรศัพท์" ถึงประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน เพื่อหารือกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา หลังจากก้าวขึ้นรับตำแหน่งเพียงไม่กี่วัน

ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนมีปัญหากันอย่างมากในช่วงระยะหลัง โดยเฉพาะกรณีความขัดแข้งในเรื่องเกาะเตียวยู/เซนกากุ และการเยือนศาลเจ้าที่บูชาดวงวิญญาของอาชญกรสงคราม ช่วงสงครามโลกของอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และญี่ปุ่นก็มองจีนว่าเป็นภัยคุกคามอย่างชัดเจน

ท่าทีการแสดงออกของผู้นำในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองมีความเห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ที่จะมุ่งให้ความสำคัญกับการรักษาห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการลงทุนระหว่างกัน จากก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีนโยบายให้ภาคเอกชนกระจายความเสี่ยงการลงทุน จากการขยับย้ายฐานการผลิตจากที่เคยพึ่งพาจีนเป็นหลักให้กลับมาที่ญี่ปุ่น หรือกระจายมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อกระจายความเสี่ยง

ในส่วนของประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมถึงไทย ต่างก็ต้องจับตามองการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจสองประเทศนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน เพื่อวางมาตรการและกำหนดนโยบายที่จะส่งเสริมและดึงดูดการลงทุนเข้ามายังกลุ่มภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะไทยที่ต้องการการดึงดูดทั้งนักลงทุนญี่ปุ่นและจีนเข้ามายังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในฐานะที่ทั้งสองประเทศนี้ถือเป็นเจ้าตลาดที่เข้ามาลงทุนอันดับต้นๆ ของไทยเลยก็ว่าได้


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน รอบใหม่ไทยอาจได้ประโยชน์

10 Megatrends อาหารเพื่อโลกที่หิวโหย

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234489 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90307 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44513 | 10/10/2020
banner