InsurTech กับการปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีและ New Normal

SME Startup
22/06/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 3389 คน
InsurTech กับการปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีและ New Normal
banner

Insurtech สตาร์ทอัพสายประกันภัยรูปแบบใหม่ที่มีการนำเอาประกันภัยมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยี  AI, Chatbot, loT และ Big Data เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาและทำให้เกิดประโยชน์ในการให้บริการลูกค้า ไปจนถึงการเสนอขายสินค้าด้านประกันภัย ผ่านโปรแกรมที่ช่วยคิดคำนวณออกแบบแผนการทำประกัน ให้เหมาะสมครอบคลุมความต้องการของลูกค้าได้แบบเจาะจงลงลึกมากขึ้น

นับเป็นรูปแบบที่ผนวกเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจประกันให้มีความทันสมัย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์นิยมในการทำธุรกิจประกันภัยช่วง 3-4 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับธุรกิจประกันภัยกันอย่างแพร่หลาย โดยมีบริษัทประกันหลายแห่งทั่วโลกลงทุนร่วมมือกับบริษัท Startup เพื่อใช้เทคโนโลยีมาเปลี่ยนวงการประกันภัย ดำเนินการโดยคนรุ่นใหม่เพื่อตอบรับการชีวิตของคนรุ่นใหม่รวมไปถึงพฤติกรรมในยุค New Normal ด้วย

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ส่องเทรนด์ Insurtech

ปัจจุบันมีนักลงทุนทั่วโลกลงทุนในสตาร์ทอัพเกี่ยวกับประกันภัยมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 23,000 กว่าล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ในผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับคนรุ่นใหม่วัย millennial เพื่อรักษาดูแลให้ถึงที่สุด เน้นการให้บริการในกรณีฉุกเฉินสามารถช่วยเหลือได้ทันเวลา ให้บริการได้ถูกจุด ฉับไว โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในงานประกันภัยจะช่วยย่นระยะเวลาในการยื่นเรื่อง ติดต่อ เคลมประกันไปจนถึงการติดตามเรื่องไปตามลำดับขั้นตอน

ทำให้เปลี่ยนปรับโฉมไปมากจากอดีต ที่ลูกค้าหรือผู้ซื้อประกันต้องมานั่งรอให้พนักงานคิดเบี้ยประกัน คอยโทรติดตามเช็คเรื่องในการยื่นเอกสารไป-มา บางครั้งต้องใช้เวลานานกว่าจะได้บทสรุปที่เข้าใจ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จึงช่วยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจด้วยตัวเองได้ง่าย

ในส่วนของประเทศไทยได้มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจประกันภัยกันมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลและตอบรับ New Normal ที่กำลังเข้ามา ทำให้เกิดความสะดวก ง่ายดายและรวดเร็ว ทำผู้คนสามารถเข้าถึงการชื้อ-บริการได้ทุกที่ทุกเวลา เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็รับกรมธรรม์ความคุ้มครองได้ทันที ซึ่งเคยมีการประมาณการณ์ไว้ในช่วงที่ Insurtech เข้ามาในประเทศไทยใหม่ๆ ว่าในอนาคตประมาณ 5-10 ปีข้างหน้า จะมีบริการซื้อขายประกันภัยออนไลน์ผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว

โดยอาจจะไม่มีคอลเซ็นเตอร์ไว้คอยตอบรับหรือบริษัทฯ ประกันอาจเลือกใช้เทคโนโลยี เช่น Chatbot และ AI เข้ามาให้การบริการลูกค้าแบบ 100% แทน ซึ่งเรื่องนั้นได้เกิดขึ้นแล้วในวงการประกันภัยของประเทศไทยในขณะนี้ จากเทคโนโลยีที่มาเร็วและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

รุก Insurtech ด้วยเทคโนโลยี TIC The Surveyor ครั้งแรกในเมืองไทย

ล่าสุดไทยประกันภัยได้มีการเปิดตัวเทคโนโลยี TIC The Surveyor (ทีไอซี เดอะ เซอร์เวย์เยอร์) รุกตลาด insurthai เป็นเจ้าแรกของเมืองไทยกันแล้ว โดยเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยให้บริการรับแจ้งเคลม-สำรวจภัยรถยนต์ออนไลน์ครบ Journey แบบ Real-Time ครั้งแรกในไทย ตอบโจทย์ความสะดวก รวดเร็ว และทันสมัยด้วยระบบดิจิทัล พร้อมให้บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ประกันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มดิจิทัล TIC The Surveyor ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ลูกค้าทีมสำรวจภัยและพนักงาน พร้อมลดขั้นตอนความยุ่งยากของกระบวนการแจ้งเคลม และลดการจัดทำเอกสารรูปแบบเดิมๆ สู่การบริการรูปแบบใหม่ที่ลูกค้าสามารถ "แจ้ง-จอง-จ่าย ออนไลน์ 100%" ด้วยประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น สอดคล้องในเรื่อง Customer-Centric ที่ถือเป็นนโยบายหลักของบริษัทฯ โดย TIC The Surveyor เป็นมิติใหม่ของประกันภัยไทยสู่ดิจิทัล มีบทบาทหลัก คือ

- รับแจ้งเหตุ Online ลูกค้าสามารถแจ้งเคลมผ่านไลน์ง่ายๆ แค่คลิก ณ จุดเกิดเหตุ

- e-Claim Form ระบบอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและคู่กรณี รับ e-Claim Form ทันที

- อู่ Online ลูกค้าสามารถจอง และตรวจสอบอู่ในเครือแบบ Online ได้ทันที

- ตรวจสอบ Status Online ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการซ่อมได้แบบ Real-Time

- จัดการข้อมูล Online บริษัทสามารถบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าได้แบบ Real-Time

- Dashboard Real-Time ห้องรับแจ้งสามารถบริหารจัดการข้อมูลการเคลมทั่วประเทศแบบ Real-Time

TIC The Surveyor เป็นเทคโนโลยี Solution ที่จะช่วยแก้ Pain Point ให้ลูกค้าได้ตรงจุด จากเดิมที่ลูกค้าไม่ว่าจะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 3+ เมื่อแจ้งเหตุและเริ่ม Process เรื่องการซ่อม ลูกค้าจะไม่สามารถรู้สถานะความคืบหน้างานว่ารถของลูกค้าได้รับการซ่อม On Going ไปกี่เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้องคอยโทรเช็คกับอู่ ก่อให้เกิดความกังวลใจระหว่างรอซ่อม แพลตฟอร์ม TIC The Surveyor  จึงเป็นฟังก์ชั่นตรวจสอบ Status Online ที่โดดเด่นแบบสามารถรายงานได้แบบ Real-Time ตั้งแต่เริ่มซ่อม อยู่ระหว่างซ่อม ใกล้ซ่อมเสร็จ และซ่อมเสร็จ ช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการมารับรถกับอู่ในเครือได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจาก TIC The Surveyor จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลการเคลมทั่วประเทศแบบ Real-Time แล้ว ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าผ่านข้อมูลที่ได้รับ ทำให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง และนำไปต่อยอดเพื่อเพิ่มบริการ แก้ปัญหา และพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการแบบ "ถูกใจ ถูกที่ ถูกเวลา" และยังเปิดให้มีห้องรับแจ้งเหตุที่จะสามารถเห็นทุกการเคลื่อนไหวของทั้งลูกค้าและเจ้าหน้าที่สำรวจภัยผ่าน Google Maps แบบ Real-Time ตามเวลาเป้าหมายที่กำหนดในการให้บริการเคลมแต่ละครั้ง

 

Insurtech ช่วยตอบโจทย์อะไรให้คนยุค New Normal

จะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาทำงานร่วมกับประกันภัยนั้น ทำให้ธุรกิจและงานบริการลื่นไหลไปได้อย่างต่อเนื่องและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไปได้ตรงจุด ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีที่มีการนำมาใช้ในขณะนี้จะยังไม่สามารถไปได้ไกลถึงขั้นใช้หุ่นยนต์หรือโดรนทำงานแทนเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนการเคลมประกัน เพื่อช่วยลดเวลาที่ต้องเสียไปในการรอเจ้าหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ฝ่าการจราจรอันติดขัดมาหาได้ก็ตาม

แต่คาดว่าจะเกิดเทคโนโลยีดังกล่าวขึ้นในวงการประกันภัยแบบ Insurtech พร้อมกับสัญญาณการบริการ 5G แบบเต็มรูปแบบในเมืองไทยในอีกไม่นาน เพราะปัจจุบันได้เห็นแล้วว่า Insurtech ได้เข้ามาช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจประกันภัยผ่านเทคโนโลยีสมองกล  AI, Chatbot, loT และ Big Data ที่ทำงานประสานกันจนออกมาเป็นโปรแกรมหรือระบบที่นำมาใช้ รองรับตอบโจทย์ธุรกิจได้ดีในเรื่องเหล่านี้ การเลือกซื้อ การขายและการบริการ การพิจารณารับประกัน และการเคลมได้ดี

นอกจากนี้ Frank.co.th บริษัทประกันออนไลน์ในไทย ได้มีการประเมินการทำธุรกรรมประกันภัยแบบ Insuretech ไว้ด้วยว่า ในอนาคตบริษัทประกันภัยจะใช้ข้อมูลส่วนตัวในโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์หาข้อมูล เพื่อคิดเบี้ยประกันให้เหมาะสมกับลักษณะนิสัย พื้นที่การขับรถ ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อออกแบบประกันภัยให้ออกมาได้ตอบโจท์คนแต่ละกลุ่มได้ตรงใจ เช่น มีการใช้รถอย่างไร ควรมีความคุ้มครองแบบไหน เบี้ยประกันต้องเป็นแบบใด

ซึ่งจะทำให้ได้แพ็คเกจบริการที่ดึงดูดใจคนได้มากขึ้น ในเรื่องของเบี้ยประกันที่ไม่เป็นเรทตายตัว แต่ละคนมีราคาไม่เท่ากัน โดยอาจพิจารณาดูจากประวัติการขับขี่ เช่น ไม่เคยชน ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ มีสุขภาพดี ไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยเรื้อรังทางกรรมพันธุ์ หรือการใช้ชีวิตไม่นำมาสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย ทำให้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันในราคาที่สูงเหมือนกลุ่มคนที่เสี่ยงได้ด้วย.

แหล่งอ้างอิง

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/773496 

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/773496 

https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=aW80ZXFkQnpnQjg9 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


Health Tech มาแรงรับกระแส #StayHome

วิธีบริหารกิจการที่จะนำไปสู่ความล้มเหลว


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย SME Startup

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7 ล้านล้านยูโร...
62237 | 12/06/2019
ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ SME Startup

ส่อง 4 สตาร์ทอัพด้านเกษตรที่ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ

ธุรกิจในภาคเกษตรยุคปัจจุบันต้องมีการปรับตัวตามยุคตามสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะช่วยให้เกษตรสมัยใหม่ หรือ Smart Farming ได้ม...
40922 | 04/01/2020
เอ็กซ์เรย์ 10 อาชีพดาวรุ่ง-ดาวร่วงรับปี 2563 SME Startup

เอ็กซ์เรย์ 10 อาชีพดาวรุ่ง-ดาวร่วงรับปี 2563

เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ปัญญาประดิษฐ์’ หรือ เทคโนโลยี Artificial Intelligence(AI) และเทคโนโลยี Big Data  ต...
36508 | 12/12/2019
banner