‘อินเดีย’ กำลังมุ่งสู่มหาอำนาจด้านผลิตรถอีวี

SME Go Inter
29/04/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 1992 คน
‘อินเดีย’ กำลังมุ่งสู่มหาอำนาจด้านผลิตรถอีวี
banner

ภายหลัง ‘Tesla’ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ประกาศแผนการทำตลาด ในประเทศอินเดียภายในปี 2564 ทำให้อินเดียหันมาเร่งผลักดันโครงการอุดหนุนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ 

อินเดีย ประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ซึ่งได้ก้าวเป็นผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับ 6 ของโลก เมื่อปี 2561 มีการสนับสนุนการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามอง 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ที่ผ่านมาอินเดีย ก็ไม่ต่างจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อลด ละ เลิก ผลิต รถยนต์ที่ใช้น้ำมันฟอสซิล ซึ่งมีการคาดการณ์จาก India Energy Storage Alliance (IESA) ว่า ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในอินเดียจะเติบโต 44% ต่อปี นับจากปี 2563- 2570 โดยจะมียอดขายรถยนต์อีวีเพิ่มขึ้นถึง 6.3 ล้านคันในปี 2570 

แต่ทว่าความพยายามของอินเดียในการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษและการพึ่งพาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากยังขาดเงินลงทุนและอุปสงค์ (ความต้องการใช้) รถยนต์ไฟฟ้าไม่มากนัก และที่สำคัญโครงการเงินอุดหนุนในปัจจุบันยังมีความแตกต่างกันในแต่ละรัฐ 

แต่สำหรับ นโยบายการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าในครั้งใหม่นี้ ได้มีการปรับปรุง โดยจัดสรรเม็ดเงินอุดหนุนให้เจาะจงมากขึ้น วางแผนจะใช้เงินทั้งหมด 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ 

โครงการเงินอุดหนุน 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่อินเดียใช้เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดส่งออกยานยนต์ของโลก และเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น ผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของโลก

โดยโครงการนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับจะได้เงินคืนจากรัฐบาลเพิ่มขึ้น 2% จากปกติที่คืนอัตรา 4-7% ของยอดขายและมูลค่าการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วน นั่นจึงทำให้นักลงทุนไม่ว่าจะเป็น Tesla ที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนแล้ว แต่ยังมีผู้ผลิตคู่แข่งทั้ง Ford, Volkswagen, Tata Motors และ Mahindra & Mahindra ต่างวางแผนลงทุนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก 

สำหรับผู้ประกอบการที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ต้องเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือผู้ผลิตชิ้นส่วนจะต้องมีรายได้ไม่กว่า 69 ล้านเหรียญสหรัฐ และต้องมีอัตราการเติบโตของธุรกิจ 8% ต่อปี 

ทั้งนี้คาดว่ารัฐบาลอินเดียมองถึงโอกาสกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้น 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปี หลังจากขับเคลื่อนโครงการนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน 5.8 ล้านตำแหน่ง และสร้างรายได้ทางภาษีคืนกลับให้รัฐบาล 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเม็ดเงินสนับสนุนอุตสาหกรรมจะดูดความสนใจของนักลงทุนมากพอสมควร แต่อีกด้านหนึ่งการลงทุนในอินเดียยังมีความท้าทายอีกไม่น้อย ทั้งอัตราดอกเบี้ยและภาษีพลังงานสูง โครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์อินเดียค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้การผลิตในอินเดียมีต้นทุนสูงกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น ไทยและเวียดนามอยู่ 5-8% นั่นจึงทำให้อินเดียต้องให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่นักลงทุน 

และที่สำคัญอินเดียยังมีการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจจะไม่ทันกับการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าด้วย นี่อาจจะเป็นโอกาสของไทย หากสามารถเร่งการลงทุนอุตสาหกรรมนี้ เพื่อทำการตลาดส่งออกไปยังประเทศอินเดียในอนาคต 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234492 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90314 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44525 | 10/10/2020
banner