‘อินเดีย’ ว่าที่ผู้นำ ‘มอไซค์ไฟฟ้า’ มาพร้อมโอกาสของไทย

SME Go Inter
12/02/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 2075 คน
‘อินเดีย’ ว่าที่ผู้นำ ‘มอไซค์ไฟฟ้า’ มาพร้อมโอกาสของไทย
banner

เนื่องด้วยอินเดียมีประชากรอันดับ 2 ของโลก (ประมาณ 1.4 พันล้านคน) จึงมีอัตราการใช้พาหนะเพื่อการสัญจรสูง โดยเฉพาะจักรยานยนต์ คาดว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ขับขี่ยานยนต์เลือกใช้จักรยานยนต์ เพราะต้องการความคล่องตัว ประกอบกับการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล จึงทำให้เป้าหมายในการก้าวขึ้นเป็นผู้นําในการผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อป้อนสู่ตลาดโลกอยู่ไม่ไกล

สถาบันวิจัย BloombergNEF ประเมินว่าในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตลาดรถยนต์ทั่วโลกหดตัว เกือบ 25% แต่ตลาดจักรยานยนต์กลับฟื้นตัวได้และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในอินเดียยอดขายจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2562-63 มีปริมาณรวมแล้วกว่า 1.95 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 20%

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ด้านการลงทุน เมื่อไม่นานมานีOla Electric เพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าใหญ่ที่สุดของโลกในรัฐทมิฬนาฑู สอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่สนับสนุนให้มีการรวมตัวของกลุ่มธุรกิจด้านยานยนต์ (Auto Clusters) ในทมิฬนาฑู เดลี มหาราษฏระ คุชราต และรัฐอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 65 ล้านตําแหน่งภายในปี 2569 ตามที่แผนพันธกิจยานยนต์ (Automotive Mission Plan 2026)

นอกจากนี้รัฐบาลอินเดียยังได้อนุมัติโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการผลิต (Production-Linked Incentive : PLI) มูลค่ารวม 1.45 ล้านล้านรูปี (6 แสนล้านบาท) สําหรับการผลิตในอุตสาหกรรมหลัก 10 ประเภท โดยเป็นเงินอุดหนุนสําหรับอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนมากที่สุดคือ 5.7 แสนล้านรูปี (2.34 แสนล้านบาท) อีกทั้งยังมีโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (Faster Adoption and Manufacturing of Electric Vehicles II : FAME II) ส่งผลให้อุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้เปรียบอย่างมาก

ทั้งนี้โครงการ PLI จะให้การสนับสนุนเฉพาะธุรกิจที่มียอดขายเกิน 1 หมื่นล้านรูปี (4.1 พันล้านบาท) มีมูลค่าการส่งออก 2 พันล้านรูปี (8.2 ร้อยล้านบาท) และการลงทุนในทรัพย์สินถาวรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน 3.5 พันล้านรูป(1.44 พันล้านบาท) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมธุรกิจ MSMEs ที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้สามารถเติบโตเป็นผู้ผลิตระดับโลกได้


โอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการไทย

จากข้อมูลสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อินเดีย (Society of Indian Automobile Manufacturers : SIAM) ระบุว่าในเดือนพฤศจิกายน 2563 อินเดียมียอดขายยานยนต์สองล้อราว 1.6 ล้านคัน สูงกว่าในเดือนเดียวกันปีก่อนหน้า ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ราว 1.41 ล้านคัน อยู่ 13.43% ส่วนในเดือนธันวาคม 2563 ยอดขายยานยนต์สองล้อในอินเดียอยู่ที่ 1.09 ล้านคัน สูงขึ้นจากเดือนธันวาคมปีก่อนหน้าอยู่ 8% แสดงให้เห็นถึงอุปสงค์ในจักรยานยนต์ที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

แต่ประเด็นสำคัญก็คืออินเดียยังไม่สามารถผลิตแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนในประเทศได้เพียงพอ ทําให้แบตเตอรีดังกล่าวมีราคาแพง โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายกว่า 40-50% ของการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าหนึ่งคัน ดังนั้นความต้องการแบตเตอรีลิเธียม-ไอออน ถือเป็นโอกาสอันดีของไทยในการส่งออกแบตเตอรียานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับอุปสงค์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

 

ผลักดัน “ไทย” ให้เป็นฮับแบตเตอรีโลก

อุตสาหกรรมแบตเตอรี่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในรถยนต์ไฟฟ้าและสาขาพลังงาน โดยหน่วยงานวิจัยของสหภาพยุโรปคาดการณ์ว่า ในปี 2040 จะมีมูลค่าตลาดแบตเตอรี่ทั่วโลกประมาณ 2 แสนล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1.5 หมื่นล้านยูโรในปัจจุบัน

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยว่า หลังจากค่ายรถยนต์จากจีน เอ็มจีและเกรทวอลล์ ตัดสินใจเข้ามาลงทุนโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าจะมีค่ายรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากจีนอีกหลายค่ายให้ความสนใจและเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้รถยนต์กลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ทั้งนี้ บีโอไอได้ส่งเสริมการลงทุนยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภททั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ รถโดยสาร และรถบรรทุก รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ขณะที่การส่งเสริมรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า รอบ 2 (รอบแรกสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2561) ภายใต้กรอบการลงทุนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และหากมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็สามารถได้รับสิทธิเพิ่ม

แพ็กเกจใหม่เน้นเรื่องการผลิตแบตเตอรี่ในบ้านเรา ต่างจากแพ็กเกจแรกที่ไม่ได้กำหนด ซึ่งผู้ประกอบการก็จะใช้วิธีนำเซลล์เข้ามาแพ็กเอง แต่รอบนี้เราต้องการให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่ทำเป็นโมดูลเลย ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่พร้อมทำตามเงื่อนไข หรือใครจะเลือกแบบใดก็สามารถทำได้

ไทยสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็น “ฮับ” ยานยนต์ไฟฟ้าได้ เพราะมีจุดเริ่มต้นจากพื้นฐานของการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่อันดับ 11 ของโลก อันดับ 4 ในเอเชีย เป็นรองเพียงแค่จีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เท่านั้นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แม้อุตสาหกรรมรถยนต์ในขณะนี้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และกำลังเผชิญกับ “กระแสยานยนต์ไฟฟ้า” ในอนาคตอันใกล้ก็ตาม

การ “ผลิตแบตเตอรี่” รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยรักษาขีดความสามารถของไทยในการแข่งขันกับฐานการผลิตรถยนต์อื่นๆ เนื่องจากในอนาคตแบตเตอรีจะเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์ในฐานะส่วนประกอบที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่สุดของการผลิตรถยนต์

 

แหล่งอ้างอิง :

https://aec.ditp.go.th/d

https://www.matichonweekly.com/

https://www.prachachat.net/

https://tdri.or.th/  



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234499 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90325 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44547 | 10/10/2020
banner