ปั้นแบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงอย่างไร ถึงโตไกลในต่างแดน

SME Go Inter
05/10/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 2184 คน
ปั้นแบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงอย่างไร ถึงโตไกลในต่างแดน
banner

ธุรกิจกลุ่มสินค้าสัตว์เลี้ยงยังเป็นที่น่าจับตาในปัจจุบันจากอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยคนเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าในไทยหรือต่างประเทศจากที่เคยเป็น Pet Lover ได้กลายเป็น Pet Parent ความต้องการแสวงหาสิ่งที่ดีและสร้างความสุขมากที่สุดให้กับลูกๆ นั้น จึงกลายเป็นความต้องการที่มีมูลค่าสูง ผู้ประกอบการในตลาดกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดรับกับตลาด ดังนั้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของแบรนด์สินค้าที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกสินค้ากลุ่มสัตว์เลี้ยงจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

อัฐพล ศิริขจรกิจ เจ้าของแบรนด์ บาร์ฟบ็อกซ์ (BarfBox) อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง เปิดเผยว่า เริ่มต้นสร้างแบรนด์เมื่อ 3 ปีก่อน จากการพยายามหาวิธีแก้ปัญหาการเลี้ยงสุนัขที่มีราคาแพงในด้านต่างๆ โดยเรื่องอาหารนั้นให้ความสนใจกับกลุ่มอาหารบาร์ฟ (BARF : Biological Appropriate Raw Foods) ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้วต่างประเทศและรู้จักกันเพียงกลุ่มเล็กๆ ในไทย ผ่านการพูดคุยและหาข้อมูลทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งอาหารบาร์ฟทั่วไปเป็นอาหารดิบและสด เพื่อให้ใกล้เคียงกับการกินในแบบธรรมชาติที่ได้สารอาหารมากที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่สภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ กลับทำให้เกิดเชื้อรา อาหารเสียเร็ว ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยง จึงทำการศึกษาและลองนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ จนกลายเป็นอาหารบาร์ฟแห้งสำเร็จรูปพร้อมทานในแบรนด์ บาร์ฟบ็อก (BARFBOX)

หลังจากทำตลาดในประเทศมาได้สักระยะ จึงมองหาตลาดต่างประเทศ จนถึงปัจจุบัน BARFBOX ได้ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชียมา 2 ปีแล้ว โดยลูกค้าหลักคือ มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินเดีย, ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ด้วยจุดแข็งที่ต่างจากแบรนด์อื่น คือ สะอาด สะดวก ง่ายต่อการขนส่ง และไม่ต้องใช้ตู้เย็นในการเก็บรักษา อีกทั้งการร่วมงานแสดงสินค้าที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนั้น ทำให้มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าและเป็นโอกาสให้เราได้นำเสนอสินค้า พร้อมเข้าใจลูกค้าได้อย่างไม่รู้จบ ส่งผลดีต่อธุรกิจในการนำไปพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ตลาดนี้มากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าต่างชาติที่ได้รู้จักกับแบรนด์เรา มักจะถูกใจในความใส่ใจ คุณภาพ และความง่ายในการเก็บรักษา และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจคิดมาเพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างจริงใจ”

ศศิญา โสภาเสถียรพงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ด็อกกี้โพชั่น (Doggy Potion) แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ผิวหนังบอบบาง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสุนัขพันธุ์ปักกิ่งที่เลี้ยงและเป็นโรคผิวหนังตั้งแต่เด็กๆ จากภูมิคุ้มกันไม่ดี จึงได้เริ่มศึกษาข้อมูลเพื่อทำให้ผิวหนังสุนัขดีขึ้น จึงเกิดไอเดียจุดประกายที่จะผลิตสินค้าดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง โดยสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญอยู่เสมอ คือประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) การเข้าใจปัญหา และความต้องการของลูกค้าก่อนนำเสนอสินค้า (customized solution)

แบรนด์ ด็อกกี้โพชั่น ทำการส่งออกมา 4 ปีแล้ว ในช่วงแรกไม่ได้มองตลาดต่างประเทศเลย แต่เมื่อได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าหรืองานแฟร์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ทำให้เห็นการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในต่างประเทศ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ายอดจำหน่าย คือประสบการณ์ การมีโอกาสได้เจรจากับลูกค้าหลายครั้ง ทำให้ทราบความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศ ได้เรียนรู้แนวทางการทำการตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ เกิดมิตรภาพทางการค้ากับผู้ประกอบการคนอื่น

โดยประเทศในเอเชียอย่างสิงค์โปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน จีน เวียดนาม และเมียนมา ถือเป็นตลาดหลักของการส่งออกและได้รับการตอบรับที่ดี เพราะมีสภาพอากาศคล้ายกับไทย ปัญหาผิวหนังของสัตว์เลี้ยงคล้ายกัน ตอนนี้สัดส่วนการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศคือ 90:10 จากการเป็นแค่ผู้จำหน่ายสินค้าระหว่างกัน ตอนนี้ขยับขึ้นเป็นการมองหาพาร์ทเนอร์ชิพที่ตั้งใจทำให้ด็อกกี้โพชั่นมีโอกาสเติบโตในประเทศนั้น ที่สำคัญคือต้องการทำงานกับคนที่มี core value เดียวกัน คือเป็นคนรักสัตว์จริงๆ และจริงใจกับลูกค้า”

ปิยณัฐ รัตนวงศาโรจน์ เจ้าของแบรนด์ BARKËTEK สินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยง เล่าว่า ตลาดของใช้สัตว์เลี้ยงนั้นในปีที่เริ่มต้นธุรกิจยังมีช่องว่างทางธุรกิจ สินค้าสัตว์เลี้ยงในขณะนั้นยังไม่มีการออกแบบ ทำให้รูปลักษณ์ คุณภาพ ไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้ทำการออกแบบสินค้าใหม่ทั้งหมดให้สอดรับกับพฤติกรรมของคนยุคใหม่ ที่ต้องการสินค้าที่มีการออกแบบและการใช้งานที่ดีขึ้น โดยแบรนด์ก่อตั้งมา 7 ปี และส่งออกมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว

เป้าหมายแรกนั้นต้องการเจาะตลาดต่างประเทศอยู่แล้ว จึงเริ่มทำการออกบูทและทำการตลาดในประเทศต่างๆ ซึ่งทำให้ได้คู่ค้าและที่ปรึกษาในต่างประเทศ ทั้งยังได้เครือข่ายธุรกิจเพิ่มเติมจากงานแสดงสินค้าที่เข้าร่วม ใช้เวลาสร้างฐานลูกค้าพอสมควรในช่วงหลายปีแรก ทั้งนี้ลูกค้าหลักของเรา คือตลาดเอเชีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น จีน ลูกค้าต่างชาติชอบในรูปแบบสินค้า การออกแบบที่เรียบง่าย และราคาที่ไม่แพง ทำให้ตัวแทนสามารถนำไปกระจายสินค้าได้ง่าย”

 

ด้าน นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2562 มีมูลค่าการเติบโตที่ 35,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ประมาณ 10% โดยแบ่งเป็นธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 45% มูลค่า 15,954 ล้านบาท ธุรกิจการให้บริการสัตว์เลี้ยง 32% มูลค่า 11,345 ล้านบาท และธุรกิจสินค้าอุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยง 23% มูลค่า 8,154 ล้านบาท ด้วยความต้องการของกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ คือเลือกสิ่งที่ดีมีคุณภาพให้กับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ บริการต่างๆ ดังนั้นตลาดกลุ่มนี้ยังมีการโอกาสทางการเติบโตที่ค่อนข้างสูง เป็นกลุ่มตลาดที่ต่างประเทศให้ความสนใจ ด้วยผลิตภัณฑ์จากไทยมีความใส่ใจคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์แบบพรีเมียม 



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


4 สินค้าและบริการที่ตลาดสัตว์เลี้ยงในจีนต้องการ

ปรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง รองรับการขยายตัวต่อเนื่อง

 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234495 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90319 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44537 | 10/10/2020
banner