ปรับตัวอย่างไร ถ้าการทำธุรกิจบน Facebook นั้นไม่ง่ายอีกแล้ว

SME Update
02/07/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 4352 คน
ปรับตัวอย่างไร ถ้าการทำธุรกิจบน Facebook นั้นไม่ง่ายอีกแล้ว
banner

ดูเหมือนเฟซบุ๊กจะเผชิญการทดสอบอีกครั้ง ซึ่งผลจากการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิว Black Lives Matter ทำให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านเนื้อหาที่มีวาทะสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ใน Facebook ด้วยแฮชแท็ก #StopHateForProfit หยุดยั้งการแสวงกำไรจากความเกลียดชัง ซึ่งล่าสุดแบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันหลายรายต่างมีนโยบายไม่ทำการตลาดในแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กตลอดจนในอินสตาแกรมอีกต่อไป  ซึ่งในปีที่ผ่านมาเฟซบุ๊กมีรายได้โฆษณาจากทั่วโลกถึง 69,700 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณราว 2.15 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตามหากเฟซบุ๊กไม่มีการปรับเปลี่ยนในทางใดทางหนึ่ง คาดว่ากลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างทยอยบอกลาการทำการตลาด ไม่ซื้อโฆษณาในเฟซบุ๊กอีกหลายรายจนกระทบต่อรายได้ และสุดท้ายเฟซบุ๊กอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

สำหรับธุรกิจไทย เฟซบุ๊กกลายเป็นเครื่องมือช่วยในการทำธุรกิจที่ถูกเลือกใช้มานานจนกลายเป็นความเคยชิน ไม่ว่าแบรนด์น้อยแบรนด์ใหญ่ล้วนหันเข้ามาให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก เพื่อสร้างการรับรู้ไปพร้อมกับการขายสินค้า ด้วยผลตอบรับที่ได้จากการใช้เฟซบุ๊กในช่วงเริ่มต้นนั้นให้ผลดีเกินคาด ทั้งยังทำให้เกิดลูกค้าหน้าใหม่ๆ เข้ามาภายใต้ต้นทุนการจัดการที่ถูกและรวดเร็ว จนทำให้เกิดเศรษฐีหน้าใหม่ขึ้นมาจากการขายของหรือทำธุรกิจบนเฟซบุ๊กหลายคน  

แต่ยิ่งประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มนี้มากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้เสพติดการใช้ไปโดยไม่รู้ตัวจนไม่ได้มองหาลู่ทางเผื่อไว้ ถ้าหากว่าวันหนึ่งข้างหน้าเฟซบุ๊กจะพึ่งพาไม่ได้อีกต่อไป และการทำตลาด สื่อสาร หรือขายสินค้าบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่เคยเป็นมาอีกแล้ว  

ดังสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันที่ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปรับตัว เมื่อ มาร์ก เอลเลียตซักเคอร์เบิร์ก (Mark Elliot Zuckerberg) สั่งปรับลด New Feed ของเพจและเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อคัดกรองโพสต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน ลด Traffic ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานสนใจลง ที่มองว่าเป็นการคงผู้ใช้งานไว้ไม่ให้หนีหายไปอูยู่ในแพลตฟอร์มอื่น

โดยโพสต์ที่ไม่มีการคอมเม้นท์หรือผู้ใช้งานไม่ได้มีส่วนร่วมจะถูกลดการมองเห็นลงไป และให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีประโยชน์มากขึ้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 ทำให้ผู้ประกอบการที่ใช้เฟซบุ๊กในการขับเคลื่อนธุรกิจ ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยหันมาขับเคลื่อนเพจด้วยการผลิตคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ ตรงกลุ่มเป้าหมาย และซื้อโฆษณาจากเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นแทน เพื่อให้เกิดการมองเห็นมากขึ้น ดังนั้นการขับเคลื่อนธุรกิจโดยอาศัยเฟซบุ๊กจึงไม่ง่ายเหมือนเก่าเมื่อ

1. ค่าโฆษณาเริ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว 

2. มีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นแบบคูณ 10

3. ผู้บริโภคเริ่มหันไปใช้แพลตฟอร์มอื่นกันมากขึ้น รวมถึงหันไปใช้บริการซื้อขายสินค้าผ่าน Marketplace อื่นๆ แทนการซื้อขายบนเฟซบุ๊ก ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกถูกโกงมากกว่าใน marketplace

แค่เพียงเหตุผลดังกล่าวก็ทำให้ต้องคิดหาทางออกให้กับธุรกิจต่อไปได้แล้วว่า จะทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้ หากไม่พึ่งพาการตลาดจากเฟซบุ๊ก แล้วแพลตฟอร์มไหนถึงจะเวิร์ก ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้ว ไม่มีแพลตฟอร์มไหนที่จะเอื้อประโยชน์ให้เราเข้าไปใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียอะไรอีกแล้วในตอนนี้

แม้แต่การจะหนีเข้าไปพึ่งพาแพลตฟอร์มอย่าง Amezon, Lazada หรือ Shopee ที่เคยให้ผลลัพธ์เป็นยอดขายที่ดีงามก็จะไม่ดีงามอีกแล้ว ด้วยมีจำนวนคู่แข่งมาก โดยที่สินค้าที่นำเสนอขายไม่ได้มีความแตกต่างกัน สิ่งที่ผู้ลงเล่นใน Marketplace ใช้ตีคู่แข่งก็คือการใช้ราคาเป็นตัวดึงดูดลูกค้า จึงเกิดสงครามการขายตัดราคากันอย่างเข้มข้น และเมื่อมีการแข่งขันกันด้านราคา ผลที่ตามมาคือไม่สามารถทำกำไรได้มาก ผลประกอบการจึงลดลงตามไปด้วย

ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว การปรับกลยุทธ์ออนไลน์เพื่อรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยสามารถเตรียมการปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้

1. สร้างแบรนด์ให้แก่ธุรกิจตัวเอง : การสร้างแบรนด์เป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ เป็นการยกระดับจากการเป็นพ่อค้า แม่ค้า แบบซื้อมาขายไป มาสู่การเป็นผู้ประกอบการรายย่อย โดยอาจจะเริ่มจากการสร้างแบรนด์แบบ Personal Branding ในกรณีที่มีฐานเพื่อนหรือผู้ติดตามมาก เพื่อสร้างภาพจำให้แบรนด์เป็นตัวสื่อสารที่ดี เมื่อมี Personal Branding ดี ก็จะสามารถต่อยอดไปสู่สินค้าอย่างอื่นได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการจดจำและความแตกต่างของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในแบบเดียวกัน โดยมีแบรนด์เป็นตัวกำหนด

2. สร้างเว็บไซต์ใช้ช่องทางของตัวเอง : ต่อไปนี้ถ้าเฟซบุ๊กทำให้คนเข้าถึงสินค้าหรือแบรนด์ได้ยาก การปูทางหาช่องให้ตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น หากธุรกิจยังไม่มีเว็บไซต์จงเรียนรู้ที่จะมีหรือสร้างมันขึ้นมา แล้วทำคอนเทนต์ SEO ดึงดูดคนผ่านช่องทาง google อีกทั้งธุรกิจออนไลน์ที่มีเว็บไซต์รองรับ จะสร้างความน่าเชื่อถือทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมันได้มากกว่า

3. สร้างปฏิสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า : หมดยุคการขายแบบปิดการขายในคราวเดียวแล้วจบกลับบ้านแล้ว ในเมื่อการขายแบบให้เกิดการบอกต่อๆ กันไป แบบปากต่อปากคือการโฆษณาและการตลาดที่ทรงพลังและคาดหวังถึงผลลัพธ์อันดีได้มากกว่า นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเชื่อมลึกระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งเมื่อผลลัพธ์ของสินค้าเป็นที่น่าพอใจ และการมีปฏิสัมพันธ์อันดีทำให้เกิดความรู้สึกในเชิงบวก ก็จะทำให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ

4. ใส่ใจลูกค้าเก่า : ลูกค้าเก่าจัดเป็นฐานอันดีในการทำตลาด เนื่องจากได้ทำความรู้จักกับแบรนด์ ผ่านการรับรู้เรื่องแบรนด์จากประสบการณ์ที่ได้เคยใช้สินค้ามาแล้ว ดังนั้นจงให้ความสำคัญกับการเก็บบันทึกฟีดแบ็ค คำแนะนำหลังการขายของลูกค้าให้มาก เพราะคำติชมของลูกค้าจะนำมาสู่การปรับใช้พัฒนาสินค้าได้ ตอบโจทย์ตรงจุดกว่าเดิม คราวนี้หากจะกระตุ้นการซื้อจากฐานลูกค้าเก่าด้วยโปรโมชั่นที่ยั่วใจก็ไม่ยากอีกแล้ว

ทั้งนี้การพึ่งพาช่องทางการตลาดที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะแพลตฟอร์มเดียว สามารถช่วยให้ธุรกิจลดความเสี่ยงจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญการมีเว็บไซต์ของตัวเอง คือหลักประกันที่ดีที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<

 

6 เทรนด์ต้องรู้ เพื่อช่วยเซฟแบรนด์

ธุรกิจปรับตัวอย่างไร เมื่อ Digital Lifestyle แทรกอยู่ทุกมิติ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503075 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130232 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124871 | 28/10/2020
banner