โอกาสแฟรนไชส์ต่างชาติในเวียดนาม ตลาดนี้มีดีกว่าที่คิด

SME Go Inter
19/09/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 4098 คน
โอกาสแฟรนไชส์ต่างชาติในเวียดนาม ตลาดนี้มีดีกว่าที่คิด
banner

ธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์ในตลาดเวียดนามยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุนหลายประการ อาทิเช่น รัฐบาลเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเวียดนามแบบให้ถือครองหุ้นได้ 100% มีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่จากรายได้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาและอายุน้อย มีความนิยมชมชอบต่อผลิตภัณฑ์ตะวันตกเพิ่มขึ้น กลายเป็นกระแสเสพติดสินค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ด้วยเศรษฐกิจที่โตเร็วและเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรวัยหนุ่มสาวค่อนข้างสูง  

โดยประชากรชาวเวียดนาม 65% มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และประชากร 37% ของกลุ่มดังกล่าว อาศัยในเขตเมือง และเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่อหัว (GDP per Capita) ประมาณ 2,150 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วยเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์เติบโต

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและถีบตัวเองจากหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก กลายเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ และในระหว่างปี 2002-2018 มีประชากรมากกว่า 45 ล้านคนถูกปลดจากความยากจน

ขณะที่อัตราความยากจนลดลงอย่างรวดเร็วจากกว่า 70% เป็นต่ำกว่า 6% และ GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 จากรายงานของธนาคารโลก (World Bank) พบว่ากว่า 70% ของประชากรเวียดนามพ้นจากภาวะความยากจนแล้ว และกว่า 14 ล้านคนจัดเป็นชนชั้นกลางที่กำลังมีการขยายตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้น 1.5 ล้านคนในแต่ละปี ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนชนชั้นกลางสูงถึง 33% ของประชากรเวียดนามในปี 2020 ที่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1,500-2,000 เหรียญสหรัฐต่อปี และเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศเวียดนามในอนาคต

 

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปช่วยดันแฟรนไชส์ให้เติบโต

ส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตของแบรนด์แฟรนไชส์ต่างๆ ในเวียดนามก็คือกระแสความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์สัญชาติต่างประเทศ ที่เป็นตัวช่วยผลักดันให้แบรนด์แฟรนไชส์ต่างประเทศเป็นที่นิยมมากในประเทศเวียดนาม เนื่องจากผู้บริโภคชาวเวียดนามเชื่อว่าแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย ญี่ปุ่น ฮ่องกง แคนาดา มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ มีภาพลักษณ์อันดี จึงทำให้ผู้บริโภคชาวเวียดนามหันมานิยมใช้ผลิตภัณฑ์และบริการจากแบรนด์ต่างประเทศอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ชาวเวียดนามยังมีพฤติกรรมในการบริโภคอาหารนอกบ้านมากขึ้น วัยรุ่นหนุ่มสาวต่างนิยมนั่งเล่นตามคาเฟ่ร้านเครื่องดื่มที่มีการตกแต่งอย่างสวยงามและมีพนักงานบริการดูดีกันมากขึ้น จนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการเติบโตและแข่งขันกันมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มชานมไข่มุกที่ได้รับความนิยมขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของเครื่องดื่มที่ชาวเวียดนามหนุ่มสาววัย 15-34 ปีชื่นชอบ

จากการที่ชาวเวียดนามมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่านิยมการทานอาหารนอกบ้านกลายเป็นกิจวัตรที่ทำบ่อยเป็นประจำ จึงส่งผลให้ชาวเวียดนามมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการลงทุนในตลาดอาหารและเครื่องดื่มจากนักลงทุนต่างชาติในเวียดนามเพิ่มขึ้นหลายแบรนด์  

ข้อมูลจากสมาคมแฟรนไชส์นานาชาติพบว่า ปัจจุบันเวียดนามมีการขยายตัวของธุรกิจแฟรนไชส์อยู่ในอันดับที่ 9 จาก 12 อันดับของตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดในธุรกิจดังกล่าว โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม (The Ministry of Industry and Trade : MOIT) ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 มีแบรนด์จากต่างประเทศกว่า 213 แบรนด์ ที่มีการจดทะเบียนธุรกิจแฟรนไชส์ในเวียดนามในหลายประเภทธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ เบเกอรี ร้านกาแฟ ร้านอาหารร้านขายยา และธุรกิจบริการด้านความงาม ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 50 ของธุรกิจแฟรนไชส์อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งครอบคลุมร้านอาหาร ร้าน Fast food เบเกอรีและเครื่องดื่มด้วย

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม ประมาณการว่าค่าใช้จ่ายในการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของคนเวียดนาม คิดเป็น 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และคาดว่าเวียดนามจะอยู่ 1 ใน 3 อันดับของภูมิภาคอาเซียน ที่มีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุดในปี 2020 และ Business Monitor International (BMI) ยังชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในเอเชียสูงถึง 16.1

ผู้บริโภคชาวเวียดนามที่นิยมออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน นิยมบริโภคอาหารตะวันตกถึง 35% เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจำนวนแฟรนไชส์ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนของอาหารตะวันตกในตลาดมีการเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากมีการปรับปรุงเมนูที่ตอบสนองรสนิยมของคนเวียดนามมากกว่าเน้นเพียงเมนูดั้งเดิม ซึ่งผู้บริโภคพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ

 

ชานมไข่มุก เครื่องดื่มยอดฮิตคนเวียดนาม

จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าปลีกเวียดนาม พบว่าผู้บริโภค 77% ในชนบทต้องการลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และผู้บริโภคชาวเวียดนามจำนวน 95%  รู้สึกชื่นชอบสินค้าที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย และกล้าใช้จ่ายให้กับเครื่องดื่มชานมไข่มุกแก้วโปรดที่มีราคาถึง 2.5 เหรียญสหรัฐ

ธุรกิจชานมไข่มุกกลายเป็นกระแสที่มาแรงในเวียดนาม โดยเริ่มเปิดดำเนินการในเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2002  จนถึงกระแสความนิยมร้านชานมไข่มุกในเวียดนามนั้นจะคล้ายกับกระแสการเปิดร้านกาแฟในอดีต มีการตกแต่งอย่างสวยงามและมีพนักงานบริการบุคลิกดีคอยให้บริการ มีการสร้างความแตกต่างด้วยเครื่องดื่มที่เอกลักษณ์ของแต่ละร้าน เช่น เมื่อไปที่ร้าน Gong Cha ต้องสั่งฟองนม ในขณะเดียวกันเมื่อไปที่ Koi The ต้องดื่มมัคคิอาโต (Macchiato) หรือชานมไข่มุกสีทอง (Golden bubblemilk tea) ร้าน Royal Tea ต้องสั่งชานมครีมชีส และ The Alley กับเครื่องดื่ม Brown sugar deerioca เป็นต้น

ด้วยการแข่งขันอันดุเดือดในธุรกิจนี้ จึงมีการขยายฐานลูกค้าจากวัยรุ่นไปสู่กลุ่มพนักงานออฟฟิศและลูกค้าวัยกลางคน โดยเน้นภาพลักษณ์ทันสมัยมีลูกเล่นแตกต่างกันออกไป เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ ตลาดชานมไข่มุกในเวียดนามจึงมีการแข่งขันสูงทั้งในฝั่งของแบรนด์ท้องถิ่น แบรนด์ต่างประเทศ และแบบ Street Food ดังนั้นแบรนด์ที่มีการพัฒนาแผนธุรกิจมาอย่างดีและมีผลิตภัณฑ์น่าดึงดูดใจ จึงจะสามารถมีโอกาสอยู่รอดและเจริญเติบโตได้ในตลาดเวียดนาม

สำหรับความนิยมด้านอาหารและเครื่องดื่มของเวียดนามนั้นพบว่า 36% ของผู้บริโภคชาวเวียดนาม นิยมทานอาหารในร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (Full-service restaurants) และนิยมทานร้านอาหารจานด่วน (Quick service restaurants) 36% ส่วนร้านอาหารข้างทางแบบ Street food ได้รับความนิยม 11% นอกจากนี้จะเป็นร้านประเภทอื่นๆ ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ โรงอาหาร บาร์ คลับ และโรงแรม ซึ่งผู้บริโภคชาวเวียดนามใช้จ่ายประมาณ 440 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนในการรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือมากกว่า 35 เหรียญสหรัฐต่อคน โดยมีผู้บริโภคชาวเวียดนามที่ทานอาหารนอกบ้าน 35% นิยมทานอาหารตะวันตกที่มีการปรับเมนูให้สอดคล้องกับรสนิยมความต้องการของชาวเวียดนาม นอกจากนี้การเลือกทำเลที่ตั้งยังมีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าร้านของชาวเวียดนามสูงถึง 65% ซึ่งมีผลมาจากสภาพความแออัดของการจราจร ฝุ่น ควัน ต่างๆ ที่เกิดจากจำนวนประชากรในเขตเมืองเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวเวียดนามยังเปิดกว้างสำหรับการสั่งอาหารออนไลน์ด้วย

แฟรนไชส์กับโอกาสการลงทุน

นอกจากแฟรนไชส์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในตลาดเวียดนามแล้ว สินค้าและบริการที่ไม่ใช่อาหาร ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในเวียดนามเช่นเดียวกัน โดยแฟรนไชส์ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง เช่น ร้านโทรศัพท์มือถือ, ร้านผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, สปาและผลิตภัณฑ์ด้านความสวยความงาม และผลิตภัณฑ์สาหรับสัตว์เลี้ยง, ธุรกิจบริการด้านการศึกษา, ธุรกิจความบันเทิง, การดูแลสุขภาพ, การดูแลความงาม, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเด็ก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle ก็มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

แม้แต่เครื่องสำอางแฟรนไชส์ก็ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มหญิงสาวชาวเวียดนาม ที่ต้องการใช้บริการความงามเพิ่มขึ้นถึง 30% ต่อปี นอกจากนี้ชาวเวียดนามยังมีความต้องการแฟรนไชส์ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการในชีวิตประจำวัน เช่น การค้าปลีก ร้านสะดวกซื้ออย่างเช่น Circle K, Family Mart, B’s mart, Shop&G อีกเป็นจำนวนมากด้วย ที่กำลังเติบโตในประเทศเวียดนาม

ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมธุรกิจค้าปลีก การขยายตัวของเมือง การขยายตัวของชนชั้นกลาง และสัดส่วนประชากรในวัยหนุ่มสาว ทำให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกต่างชาติมองเห็นโอกาสในเวียดนาม ทำให้เกิดการลงทุนขยายธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อแบรนด์ต่างๆ จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคชาวเวียดนามจึงมีโอกาสทางเลือกที่หลากหลายภายใต้ข้อกำหนดบทกฎหมายของรัฐบาลเวียดนาม ที่ใช้ Decree No. 35/2006/ND-CP (ซึ่งถูกแก้ไขด้วย Decree 120/2011/ND-CP ในเดือนมกราคมปี 2016 and Decree No.8/2018/ND-CP ในเดือนมกราคม 2018) เป็นกรอบแนวทางสำหรับการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้กฎระเบียบดังกล่าว ได้อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถทำธุรกิจแฟรนไชส์ได้ทั้งแบบเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ (Franchisor) และแบบผู้รับสิทธิ์ดำเนินธุรกิจ (Franchisee) ในเวียดนาม.


แหล่งอ้างอิง สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ศูนย์สนับสนุนธุรกิจใน AEC https://thestandard.co/   



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


ส่องเทรนด์ธุรกิจร้านคาเฟ่ในกัมพูชา

ถ้าไม่อยากให้ร้านกาแฟเจ๊ง ต้องเร่งปรับตัวด้วย 9 เทคนิคนี้


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234367 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90076 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44331 | 10/10/2020
banner