จาก Fast fashion สู่เทรนด์เสื้อผ้ารักษ์โลกในสหรัฐฯ

SME Go Inter
29/10/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 2644 คน
จาก Fast fashion สู่เทรนด์เสื้อผ้ารักษ์โลกในสหรัฐฯ
banner

สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นปลีกที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ของโลก โดยแต่ละปีชาวอเมริกันใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าแฟชั่นเป็นมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วงทศวรรษที่ผ่านมากลุ่มสินค้าแฟชั่นรวดเร็วได้เข้ามามีบทบาทและมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมแฟชั่นในสหรัฐฯ ค่อนข้างสูง เนื่องจากมีความทันสมัยตามกระแสนิยมในขณะที่มีราคาจำหน่ายค่อนข้างถูก จึงทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคในตลาดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเมื่อระยะเวลาผ่านไป ผู้บริโภคในตลาดเริ่มตระหนักถึงผลกระทบจากการบริโภคสินค้าแฟชั่นมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่านี่คือขาลงของ Fast fashion สู่เทรนด์ Eco Fashions หรือ Sustainable Fashion ซึ่งก็คือแฟชั่นที่มีความยั่งยืนมากขึ้น

จากข้อมูลรายงานผลการสำรวจผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจสินค้าแฟชั่นล่าสุด พบว่ากลุ่มผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นในตลาด แม้ว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในปัจจุบัน แต่ผู้ประกอบการในตลาดส่วนใหญ่ยังคงพิจารณาให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable) เป็นอันดับต้นๆ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

จากรายงานของ The US Cotton Trust Protocol ได้เปิดเผย ข้อมูลรายงานผลการวิจัยตลาดที่ได้ดำเนินการร่วมกับ The Economist Intelligence Unit (EIU) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น (Is Sustainable in Fashion) โดยได้สอบถามและเก็บข้อมูลจากผู้บริหารระดับสูงของกิจการในอุตสาหกรรมแฟชั่นชั้นนำในตลาดจำนวน 150 ราย โดยผลการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ในตลาด ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านการพัฒนาความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าในการดำเนินกิจการสูงสุด ด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดในระดับค่อนข้างใกล้เคียงกันที่ ร้อยละ 64 และร้อยละ 60 ตามลำดับ ในขณะที่ปัจจัยด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการในตลาดให้ความสำคัญในระดับค่อนข้างต่ำเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น

รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ผู้นำตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นยังให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินกิจการต่าง ๆ ได้แก่ การเลือกวัตถุดิบ การผลิตที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ร้อยละ 65) การปรับการดำเนินกิจการในการผลิตสินค้า เช่น การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ร้อยละ 51) รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) และระบบการเก็บโครงข่ายบัญชีธุรกรรมออนไลน์ (Blockchain) (ร้อยละ 41)

นอกจากนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในตลาด (ร้อยละ 70) ยังเห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นกลุ่มสินค้าแฟชั่นรวดเร็ว (Fast Fashion) ซึ่งมีราคาจำหน่ายอย่างสมเหตุสมผล (Affordable) หันไปทำตลาดสินค้าเพื่อความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

รายงานดังกล่าวยังพบว่า การตั้งกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมที่มีเป้าหมายชัดเจน (ร้อยละ 58) และการรวบรวมข้อมูลในอุตสาหกรรมและระบบห่วงโซอุปทาน เพื่อใช้เปรียบเทียบตำแหน่งของกิจการในอุตสาหกรรม (ร้อยละ 53) เป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการในตลาดให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่ (ร้อยละ 73) ยังสนับสนุนการสร้างมาตรฐานความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก (Global Benchmark) เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมในระดับโลกด้วย อีกทั้งผู้ประกอบการในตลาดยังให้ความสำคัญในการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการดำเนินกิจการของผู้ผลิตสินค้า ได้แก่ ข้อมูลรับรองการผลิตสินค้าที่สนับสนุนความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิตวัตถุดิบ (ร้อยละ 65) ข้อมูลการให้สิทธิและสวัสดิการแรงงานในระบบห่วงโซ่อุปทาน (ร้อยละ 62) ข้อมูลการปลดปล่อยก๊าซ เรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและขนส่ง (ร้อยละ 45) เป็นต้น

 

แฟชั่นกับกระแสรักษ์โลกของคนรุ่นใหม่

ทั้งการเพิ่มปริมาณขยะจากสินค้าแฟชั่น ซึ่งย่อยสลายได้ยาก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้แรงงานเด็กและแรงงานทาสในอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้รวดเร็วทันต่อกระแสนิยม จึงทำให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันเริ่มหันไปนิยมเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นเพื่อความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเฉพาะกลุ่มประชากรรุ่นใหม่ ได้แก่ กลุ่มประชากร Millennials และกลุ่มประชากร Generation Z

โดยปัจจัยดังกล่าวมีส่วนสำคัญทำให้ผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นในอุตสาหกรรม หันไปให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ผ้าจากวัสดุรีไซเคิล แผ่นรองกันกระแทกจากขยะพลาสติกในทะเล เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในตลาดที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันตลาดสินค้าแฟชั่นในสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบจากภาวะการแพร่ระบาดขอ เชื้อไวรัสโควิด ทำให้ผู้บริโภคในตลาดลดปริมาณการบริโภคลง

ดังจะเห็นได้จากมูลค่าการนำเข้าสินค้าในกลุ่มแฟชั่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของสหรัฐฯ ในระหว่างเดือนมกราคม-สิงหาคม 2563 ที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเกือบร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่เชื่อว่าผู้บริโภคในตลาดจะยังคงให้ความสำคัญและเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป จนทำให้มูลค่าตลาดสินค้าแฟชั่นยั่งยืนในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2571 หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate หรือ CAGR) ร้อยละ 11.51

กระนั้นในปัจจุบันแม้ว่าผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มจะ สูญเสียตลาดส่งออกในสหรัฐฯ ให้กับประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนค่าแรงงานการผลิตต่ำกว่า เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย และบังคลาเทศก็ตาม แต่หากมองในมุมของการส่งออกสินค้าวัตถุดิบ ในการผลิตสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมของไทย ยังถือว่ามีโอกาสในการขยายตลาดค่อนข้างมากในอนาคต

โดยนอกจากไทยจะสามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบขยะพลาสติกที่จะนำมาใช้แปรรูปได้จำนวนมากในระดับราคาถูกแล้ว ไทยยังมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการแปรรูปขยะรีไซเคิลที่ทันสมัย ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมการแปรรูปได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งวัตถุดิบที่สามารถผลิตได้น่าจะเหมาะกับการทำตลาดกลุ่มผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่นรวดเร็ว ที่มักจะเน้นเลือกใช้วัตถุดิบการผลิตสินค้าที่มีราคาต่ำ ซึ่งผู้ประกอบการในตลาดมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคตด้วย

 

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์ Just-Style Apparel Sourcing Strategy เรื่อง: “Sustainability top of mind for fashion leaders despite Covid-19”

                     สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครไมอามี 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อ Bualuang Green<< 


ปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ สิ่งที่ธุรกิจต้องตระหนักรู้ 

4 จุดเปลี่ยนที่ต้องปรับเพื่อครองใจผู้บริโภคกลุ่มรักษ์โลก


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234495 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90319 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44537 | 10/10/2020
banner