อีกทางเลือก! อียูเล็งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แก้วิกฤต E-waste

SME Go Inter
31/10/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 1679 คน
อีกทางเลือก! อียูเล็งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แก้วิกฤต E-waste
banner

Electronic waste (E-waste) หรือปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มหาทางแก้ไข ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันวิจัย European Policy Centre (EPC) ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในหัวข้อ Towards circular e-waste management: How can digitalization help?

เพื่อทำให้เห็นภาพว่า เทคโนโลยีดิจิทัล จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลจะนำไปสู่การลดการใช้ - นำเข้าทรัพยากรธรรมชาติที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดการขาดแคลน เช่น แร่ธาตุต่างๆ ตลอดจนเอื้อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงสภาพภูมิอากาศ

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

เทคโนโลยีดิจิทัล มีบทบาทอย่างไร? กับการจัดการ E-waste

โดย EPC มองว่าเทคโนโลยีด้านดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทาง data analytics อย่าง Machine Learning และ Artificial Intelligence (AI), Big Data, Cloud, IoT, Mobile Technology และด้านกายภาพ เช่น Robotics, Smart Sensor หรือ Autonomous Vehicles จะช่วยให้การบริหารจัดการห่วงโซ่ขยะทั้งในยุโรปและทั่วโลก เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิผลที่ดี

ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ และยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคไปในด้านบวกได้มากขึ้น จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ

1. การใช้หุ่นยนต์ช่วยคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำวัสดุไปรีไซเคิลตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ให้กับผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังทำให้ขยะรีไซเคิลที่มีคุณภาพกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลได้เร็วขึ้น

2. การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเมื่อนำมาใช้ร่วมกับ Big Data ในมิติต่างๆ จะสามารถช่วยหาแนวทางในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม - แม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเก็บ - ขนขยะ ตลอดจนลดการใช้กระดาษ และสนับสนุนความยั่งยืนของภาคธุรกิจในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ทั้งการวางแผนธุรกิจ การจัดซื้อสีเขียว และออกแบบบรรจุภัณฑ์

3. ขยายการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ มาช่วยในการเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างผู้รีไซเคิลขยะไปยังผู้ผลิตสินค้าและผู้บริโภคผ่านทาง Internet และ Mobile Technology               

4. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยจัดระบบและแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการจัดการขยะ เช่น การป้องกันและติดตามการลักลอบส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนสนับสนุนการใช้เครื่องมือเชิงนโยบายของภาครัฐอื่นๆ เช่น ระบบ Extended Producer Responsibility (EPR) ที่กำหนดให้ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบจัดการซากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผู้บริโภคต้องส่งคืนขยะบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วยังจุดที่ผู้ผลิตจัดไว้ หรือระบบการจ่ายค่าขยะตามปริมาณที่ทิ้ง (Pay-as-you-throw) ซึ่งน่าจะทำให้แต่ละครัวเรือนระมัดระวังในการทิ้งขยะมากขึ้น

รวมทั้งระบบคะแนนพฤติกรรมที่จะช่วยให้ประชาชนปฏิบัติการคัดแยกและรีไซเคิลให้ถูกวิธี (Know-as-you-throw) โดยการใช้คลื่นวิทยุในการบ่งชี้ (Radio Frequency Identification) ที่ติดหรือฝังอยู่ในถังขยะมาใช้ควบคุมและตรวจสอบย้อนกลับการคัดแยกขยะในระดับครัวเรือนให้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยพบว่าการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมในการปลดล็อกศักยภาพขยะอิเล็กทรอนิกส์ของยุโรปในปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา (Innovation Phase) นอกจากนี้ ยังพบว่า รีไซเคิลแพลตฟอร์ม (e-trading platforms) ในยุโรปอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายฐานผู้ใช้บริการ โดยมีการพัฒนาซอฟต์แวร์เกี่ยวกับรูปแบบการจัดการขยะ E-waste และการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตเกือบทุกประเทศ แต่ยังขาดการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีแบบองค์รวมเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบและข้อบังคับของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจการค้า ยังทำให้การเข้าถึงข้อมูลและการประมวลข้อมูลอย่างเป็นระบบมีข้อจำกัด

บทบาทภาครัฐในการสนับสนุนการแก้วิกฤต E-waste

ในเรื่องนี้นักวิชาการ EPC มองว่ารัฐบาลยุโรปควรเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเร่งด่วน และครอบคลุมด้านต่างๆ ที่สำคัญ เช่น เร่งเครื่องวางแผนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในภูมิภาคยุโรปอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่มูลค่าของธุรกิจภายในปี 2030 โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์หมุนเวียนในระดับโลกภายในปี 2050

รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปรับบทบาทภาครัฐให้กลายเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพื่อผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลขยะ E-waste พร้อมให้เงินอุดหนุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและข้อมูลที่จำเป็น

ในปัจจุบันภาครัฐหลายประเทศได้ให้ความสำคัญกับการจัดการ E-waste มากขึ้น โดยไทยเองเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้นโยบายการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG Model) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุด รวมทั้งภาครัฐได้ออกมาตรการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น จัดสถานที่รับคืนขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนและนำไปจัดการอย่างถูกต้อง และยังมีระบบการตรวจสอบตู้บรรทุกสินค้าอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดกฎหมาย

การที่สหภาพยุโรปเล็งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แก้วิกฤต E-waste ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทย เพื่อเป็นองค์ความรู้ในการกำหนดกระบวนการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศต่อไป

 

แหล่งอ้างอิง : กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ

https://epc.eu/

https://www.eea.europa.eu/


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234492 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90314 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44525 | 10/10/2020
banner