แชร์แนวคิด ธุรกิจ Digital Enabler ใช้เทคโนโลยีสร้างสิ่งใหม่ เปลี่ยนธุรกิจให้เติบโตในยุคดิจิทัล

SME in Focus
09/01/2024
รับชมแล้วทั้งหมด 1297 คน
แชร์แนวคิด ธุรกิจ Digital Enabler ใช้เทคโนโลยีสร้างสิ่งใหม่ เปลี่ยนธุรกิจให้เติบโตในยุคดิจิทัล
banner

การเปลี่ยนผ่านองค์กรเข้าสู่ยุค Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตื่นตัว จากสถิติการสำรวจของ Forbes นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก พบว่า กว่า 84% ขององค์กรธุรกิจต้องประสบความล้มเหลว มีเหตุผลหลักมาจากผู้นำองค์กรยังขาดการวิเคราะห์ อย่างตรงจุดว่า Digital จะนำมาปรับใช้ในองค์กรได้อย่างไร และไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของธุรกิจ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า มีธุรกิจที่ปรับตัวสู่ Digital มากขึ้น เช่น ธุรกิจร้านอาหาร, ธุรกิจก่อสร้าง, อุตสาหกรรมการผลิต, ขนส่งและโลจิสติกส์, การแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น


ยิ่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม อย่างรวดเร็ว จึงมีผู้ที่เล็งเห็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม หรือเทคโนโลยี เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่พร้อมปรับตัวให้ธุรกิจทันต่อเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที วันนี้ขอพาทุกคนไปดูกรณีศึกษา 3 ธุรกิจ Digital Enabler ของคนไทยที่คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการยุคใหม่ดำเนินธุรกิจได้ง่าย และสะดวก สบาย แต่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การแข่งขันในโลกธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ ส่วนจะมีนวัตกรรมอะไรบ้างนั้น พบคำตอบได้ในบทความนี้


Digital Enable สำคัญต่อธุรกิจ SME อย่างไร?


ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่นเมื่อก่อน ใครเป็นเจ้าของร้านอาหาร อาจรู้สึกเหนื่อยที่ต้องเข้าร้านทุกวัน พอคิดจะขยายธุรกิจ ก็รู้สึกว่าแค่มีร้านเดียวยังเหนื่อยขนาดนี้ แล้วถ้ามีหลายร้าน จะจัดการอย่างไร และเติบโตไปได้ ขณะที่วัตถุดิบก็ต้องคำนวณให้ดีไม่ให้ค้างสต็อกมากเกินไป ส่วนปัญหาหนักใจที่สุด ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน ต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงจำนวนร้านคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น

แต่ทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็สามารถบริหารธุรกิจได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอปพลิเคชั่น โดยไม่ต้องไปยืนเฝ้าหน้าร้านทุกวันอีกต่อไป


ดังนั้น ถึงเวลาที่ธุรกิจ SME ต้องให้ความสำคัญ และทำความเข้าใจ เรียนรู้ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร หากไม่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย จะแข่งขันในตลาดได้ยากลำบาก มากไปกว่านั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากร เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและควรทำอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจ SME สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยเฉพาะการพัฒนาภาคธุรกิจไทยไม่เพียงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ แต่จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิต ถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อ SME อย่างมาก


ทั้งนี้ขอยกตัวอย่าง 3 ธุรกิจ Digital Enabler จากแนวคิดของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ในการมอง Pain Point ของแต่ละธุรกิจที่ประสบปัญหามายาวนาน นำไปสู่การคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อแก้ Pain Point ดังนี้ ช่วยผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้





ปรับตัวเพื่อเติบโตสู่ยุคดิจิทัล เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการยุค 4.0


บริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Mango Consultant) ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกค้าทุกระดับกว่า 600 บริษัทในไทย ถือเป็นแบบอย่างธุรกิจ Digital Enabler ที่ต่อยอดสู่การพัฒนาโปรแกรม Mango ERP ซอฟท์แวร์ช่วย บริหารงานโครงการ จัดการทรัพยากรในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านแอปพลิเคชัน และด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน จึงมองเห็นปัญหาในธุรกิจนี้มาตลอด


สำหรับปัญหาที่พบบ่อยจากการบริหารงานก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือ งบประมาณบานปลายเกินจากที่กำหนดไว้ ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น ค่าใช้จ่ายของราคาวัสดุและอุปกรณ์ที่เกิดความผันผวน ค่าแรง การขาดแคลนคนงาน การปรับแผนงานก่อสร้าง และคู่แข่งทางธุรกิจ รวมถึงปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคระบาด หรือเศรษฐกิจตกต่ำ สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจทำให้งานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งมอบงาน และเสี่ยงต่อการโดนปรับเพราะไม่สามารถส่งมอบงานให้เสร็จเรียบร้อยตามสัญญา


ด้วย Pain Point ดังกล่าว คุณอัญชลี วงศ์พินทุ กรรมการผู้จัดการบริษัท แมงโก้ คอนซัลแตนท์ จำกัด จึงพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเพื่อจัดการทั้งด้านบัญชี จัดซื้อ และควบคุมต้นทุน เพื่อแก้วิกฤตในธุรกิจก่อสร้างให้ผ่านได้ จนถึงปี 2551 เกิดความคิดว่าอยากจะทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบ จึงนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาโปรแกรม ERP (Enterprise Resource Planning) สำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (ERP for Construction) ที่เข้าใจการทำงานจริงของธุรกิจรับเหมา ให้ควบคุมต้นทุน บริหารโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และโปรแกรมอสังหาริมทรัพย์ (ERP for Real Estate) เพื่อตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการขายโครงการของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง



ซึ่ง ERP จำเป็นสำหรับธุรกิจก่อสร้างอย่างมาก ต้องบริหารเวลา ประมาณการณ์ค่าวัสดุ อัปเดตความคืบหน้า เพื่อช่วยตรวจสอบว่าต้นทุนที่เราใช้ไปตรงตามแผนการดำเนินงานหรือไม่ จึงต้องมีการวัดผลตลอด


นอกจากนี้ ธุรกิจเล็ก หรือ SME ที่ไม่มีนักบัญชี ก็เหมาะกับการใช้ระบบ ERP เพราะจะทำให้เห็นต้นทุนโครงการได้เร็ว แค่กรอกข้อมูลเข้าไป เราจะเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ทันที


อีกส่วนที่สำคัญ คือการควบคุมสต็อกภายในโครงการ นอกจากจะมีสโตร์กลางแล้ว จะต้องมีการควบคุมที่ไซต์งานว่าของส่งไปแล้วได้รับหรือยัง รับแล้วเก็บไว้ที่ไหน ใครเบิกไปใช้บ้าง เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าในงานก่อสร้าง 1 โครงการ สมมุติว่ามูลค่า 100 ล้าน ค่าของจะอยู่ที่ประมาณ 70% เพราะฉะนั้น ถ้าบริหารจัดการไม่ดี ปัญหาที่ตามมาคือเรื่องแรงงาน ของสั่งไม่ทันเวลา สิ้นเปลืองแรงงาน หากมีผู้รับเหมา อาจเสี่ยงว่าเขาจะทิ้งงาน แต่ถ้าบริหารของได้ทัน เขาจะทำงานตามเป้าที่เรากำหนดไว้ได้




คุณอัญชลี กล่าวถึงผลตอบรับที่ได้ คือ ลูกค้าที่นำโปรแกรมไปใช้ ต่างบอกว่า ระบบของเราช่วยลดค่าปรับลงได้อย่างมาก และช่วยจัดการเวลาทำงานได้เป็นอย่างดี จึงลดต้นทุนได้อย่างมาก ขณะที่ลูกค้าบางรายไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองขาดทุนมาตลอด แต่มีการแจกโบนัส แจกรถให้กับพนักงาน เพราะงานเข้ามาเยอะ แต่ไม่เคยวิเคราะห์ว่า ทำไมเขาถึงเป็นหนี้ธนาคารเพิ่มขึ้น พอใช้โปรแกรมเข้ามาช่วย จึงรู้ว่าที่ผ่านมานั้น ที่ทำมา มันขาดทุนมาโดยตลอดนั่นเอง ดังนั้น ERP จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนเรื่องเวลา และลดการสูญเสียต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี


ผู้ที่สนใจอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ :

https://bangkokbanksme.com/en/mango-erp-consultant




จากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับจดออเดอร์ สู่ ระบบจัดการร้านอาหารครบวงจร


บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด คืออีกหนึ่งตัวอย่าง Digital Transformation ในวงการร้านอาหาร ที่สามารถเปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับจดออเดอร์ ปฎิวัติสู่ระบบจัดการร้านอาหารครบวงจร ที่หลากหลายรูปแบบ อาทิ ร้านอาหารทั่วไป ร้านบุฟเฟต์ ร้านกาแฟและฟู้ดทรัค เป็นต้น


โดยเมื่อ 11 ปีก่อน เขามองเห็นปัญหา Pain Point ว่าทำไมประเทศไทยยังไม่มีระบบบริหารจัดการร้านอาหาร จึงเริ่มจากการตั้งเป้าหมายด้วยการสร้างระบบที่สามารถจัดการทั้งหน้าร้าน และหลังร้านได้แบบครบจบในที่เดียวผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน และแท็บแล็ต




คุณฐากูร ชาติสุทธิผล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด สะท้อนปัญหาว่า Pain Point แรกที่มองเห็น คือ ร้านอาหารส่วนใหญ่เลือกใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับการจดออเดอร์ โดยที่พนักงานต้องเดินวุ่น กลับไปกลับมาหลายรอบ เพื่อรับออเดอร์ลูกค้า ติดตามออเดอร์ และเก็บเงินลูกค้า ซึ่งรูปแบบการทำงานทั้งหมดมาจมอยู่กับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว จึงไม่สะดวกและเกิดความล่าช้า


เขาจึงเกิดความคิดว่า จะดีกว่าไหม ถ้าเราย้ายระบบต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์ไปไว้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน และ แท็บแล็ต ที่สามารถรับออเดอร์ส่งตรงไปยังห้องครัว, ติดตามความคืบหน้าออเดอร์ และเก็บเงินในแต่ละโต๊ะได้ครบจบ All-in-One




ด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘FoodStory’ สตาร์ทอัพพัฒนาระบบ POS ที่มา Transform วงการธุรกิจอาหารของประเทศไทย ให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วย iPad เพียงเครื่องเดียว แต่ครอบคลุมทั้งการจัดการหน้าร้านเพื่อรองรับลูกค้า Dine-in และลูกค้าที่สั่งอาหารมาทางบริการเดลิเวอรี่


นอกจากนี้ ยังเพิ่มเติมในส่วน Restaurant Ecosystem ผ่านการเชื่อมต่อกับ LINE MAN และ Wongnai เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ของร้านอาหาร และล่าสุดได้เปิดตัว FoodStory Market เพื่อทำให้การจัดการสั่งซื้อวัตถุดิบเป็นเรื่องง่าย ผ่าน Concept A Place Where Suppliers Meet Kitchens เพื่อแก้ Pain Point ของราคาวัตถุดิบที่ผันผวนตลอดเวลา ทำให้สั่งซื้อยาก ต้องไปจ่ายตลาดเอง และป้องกันการโกงจากพนักงานจัดซื้อ




จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันร้านอาหารมีการปรับตัวและนำเทคโนโลยีไปใช้ได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก โดย FoodStory ได้มีการปรับ Vision จาก Revolutionize Restaurant Industry เป็น Leverage Data To Connect Farm to Folk เพื่อต่อยอดจากระบบการจัดการร้านอาหาร หรือ POS ที่เป็น Data Collector เพื่อนำข้อมูลเปลี่ยนมาเป็น Insight ที่จะช่วยแนะนำธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


ดังนั้น FoodStory จะเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบจัดการดังกล่าว นอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารร้านได้ง่ายมากขึ้นแล้ว ยังสามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย


ผู้ที่สนใจอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ :

https://www.bangkokbanksme.com/en/10focus-new-startup-builds-foodstory-system-living-mobile




ใช้ Data Transformation เสริมแกร่งให้ธุรกิจ รองรับเทรนด์ Digital Transformation


เมื่อข้อมูลทางธุรกิจกลายเป็นหัวใจสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจ องค์กรใดที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และนำมาใช้ประโยชน์ได้ จะทำให้ธุรกิจมีความได้เปรียบคู่แข่งอย่างมาก




บริษัท เอส เทลลิเจนซ์ จำกัด คือตัวอย่าง Digital Transformation ด้านเทคโนโลยี Data Solutions และ Intelligence Automation ช่วยเสริมความแข็งแกร่งภาคธุรกิจในปัจจุบัน ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Data Technology และ Digital Transformation ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการบริการด้านโซลูชันเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้าน Self-Service แถวหน้าของเมืองไทย




ดร.สันติสุข ลิ้มปิติเจริญโชติ ผู้ก่อตั้งบริษัท เอส เทลลิเจนซ์ จำกัด สะท้อนภาพว่า ปัจจุบัน องค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับข้อมูลมากขึ้น การใช้งานข้อมูลเพื่อวางแผนธุรกิจ ดังนั้น เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้สำหรับองค์กรที่เริ่มต้นทำระบบวิเคราะห์ข้อมูล หรือยังไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้มากนัก จึงควรเป็นเครื่องมือที่สามารถทดแทนการเก็บข้อมูลในรูปแบบเดิม ๆ โดยทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูล แบ่งปันข้อมูล ทั้งยังต้องช่วยลดกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน ตลอดจนสามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นผลลัพธ์แบบอัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย ถูกต้อง และตรงจุด




ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์และความท้าทายขององค์กรต่าง ๆ ด้าน Data มาเสริมความแข็งแกร่งในการ ขับเคลื่อนธุรกิจ ‘เอส เทลลิเจนซ์’ จึงนำเสนอ 3 บริการที่จะเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ในการตอบโจทย์ Digital Business Transformation ได้แก่


1. Data Analysis คือการนำข้อมูลจากซอฟต์แวร์ที่องค์กรมี มาเชื่อมโยงกัน แล้วทำเป็นฐานข้อมูลกลางนำมาใช้วิเคราะห์ รวมถึงการสร้างระบบตัดสินใจอัตโนมัติ ซึ่งการบริการเหล่านี้ จะทำให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างทันท่วงที


2. Robotic Process Automation คือการบริการเชื่อมโยงกระบวนการทำงานที่พนักงานในองค์กรจะต้องปฏิบัติงานซ้ำ ๆ โดยเรามีระบบ Automation ช่วยลดการทำงานซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานลดความผิดพลาดในการทำงาน และลดต้นทุนได้อีกด้วย


3. Cyber Security คือการนำข้อมูลจากระบบป้องกันภัยต่าง ๆ ที่องค์กรมีอยู่เดิม มาสร้างการป้องกันภัยเชิงรุก ช่วยสร้างความมั่นคง ปลอดภัย ทางด้านข้อมูลและชื่อเสียงของบริษัท




ทั้งนี้ Data Analysis จะเป็นการบริการที่นำข้อมูลจากซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่องค์กรมี เช่น ระบบ ERP, ระบบ CRM และ ระบบ HR เราจะเข้าไปวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในจุดใด หลังจากนั้นจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลที่ลูกค้ามี มาเก็บไว้ในถังข้อมูลกลาง แล้วออกแบบระบบ Business Intelligence พร้อมสรุปข้อมูลการวิเคราะห์ทั้งหมดให้ผู้บริหาร โดย Dashboard จะช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้จากทุกที่ทุกเวลา และเมื่อเราสร้างระบบตัดสินใจได้แล้วจะมีการฝึกอบรมพนักงานให้ความรู้ให้พนักงานทุกระดับสามารถสร้างข้อมูลการตัดสินใจแบบนี้ได้ด้วยตัวเองในแผนกถัด ๆ ไป




ส่วนการทำงานของระบบ Robotic Process Automation คือการบริการที่เป็นชุดคำสั่งของซอฟต์แวร์ ที่มาทำงานทดแทนการทำงานซ้ำ ๆ ของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าองค์กรจะต้องเข้าไปเช็คเว็บไซต์ของหน่วยงานภายนอกเป็นประจำ แล้วกลับมาทำรายงานให้ผู้บริหารทราบ ระบบดังกล่าวจะเข้ามาทำงานเหล่านี้แทน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ มีเวลาวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผล มากกว่าเป็นผู้ลงมือปฏิบัติงาน


สำหรับขั้นตอนการทำงานแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ


1. การเข้าใจกระบวนการเดิมที่พนักงานทำอยู่ และสร้างชุดคำสั่งให้ทำงานทดแทนกระบวนการนั้น จะมีประโยชน์ถ้าองค์กรมีเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำงานซ้ำ ๆ อยู่เป็นประจำในปริมาณมาก และมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพนักงาน กระบวนการนี้จะเข้ามาทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับงานที่เหมาะกับการใช้ระบบ Robotic Process Automation คือ ส่วนงานบัญชี การเงิน, งานบริหารทรัพยากรบุคคล และงานระดับปฏิบัติการ รวมถึง งานด้านการบริการส่งสินค้า Supply Chain หรือ Inventory เพราะส่วนงานเหล่านี้ มีงานที่ต้องบริหารจัดการจำนวนมาก ซึ่งเดิมจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและเชื่อมโยงความถูกต้องของระบบเหล่านั้น

2. กระบวนการทำงานของ Cyber Security ในส่วนนี้องค์กร SME จะมีระบบป้องกันเช่น Firewall หรือ Antivirus อยู่แล้ว แต่เนื่องจากการโจมตีสมัยใหม่อาจมีการโจมตีที่หลากหลายมากขึ้น และมีการโจมตีที่ไม่สามารถระบุเวลาทำงานได้ เพราะฉะนั้น ระบบเฝ้าระวังภัยไซเบอร์สามารถที่จะดึงข้อมูลจากระบบ Security ต่าง ๆ ที่องค์กรมีอยู่เดิม มารวมศูนย์ทำการวิเคราะห์และแจ้งเตือนความเสี่ยงภัยคุกคามที่เกิดขึ้น หรือถ้าบริษัทโดนเจาะข้อมูล ระบบนี้จะทำให้เราสามารถป้องกันความเสี่ยง และลดผลกระทบได้เมื่อมีความผิดพลาด เกิดขึ้น เรามีทีมงานที่จะเข้าไปให้คำแนะนำในการที่จะป้องกันและลดความเสี่ยงรวมถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที


ผู้ที่สนใจติดตามเพิ่มเติมได้ที่ :

https://www.facebook.com/bangkokbanksme/videos/574354528116536/?_rdc=1&_rdr


จากแนวคิดของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการมอง Pain Point ของแต่ละธุรกิจที่ประสบปัญหาเดิม ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมายาวนาน นำไปสู่การคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อแก้ Pain Point ของธุรกิจได้อย่างตรงจุดและอยู่หมัด ยิ่งไปกว่านั้นคือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรให้ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ดังนั้น กรณีศึกษาของทั้ง 3 ธุรกิจ ถือเป็นตัวอย่างการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ธุรกิจยุคนี้เติบโตท่างกลางเศรษฐกิจยุคดิจิทัลได้ ยิ่ง Transforms ธุรกิจให้เป็น Digital มากขึ้นเร็วเท่าไหร่ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมากเท่านั้น เพราะการทำธุรกิจต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ถึงจะทำให้ธุรกิจก้าวหน้า และไปต่อได้อย่างมั่นคง


อ้างอิง :

https://stepstraining.co/entrepreneur/5-business-model-digital-transformation-era

https://www.facebook.com/profile.php?id=100075637851961&sk=photos

https://www.facebook.com/STelligence?locale=th_TH




Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155768 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
129885 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
117876 | 24/11/2020
banner