โควิดก็ฉุดไม่อยู่! บริการดูแลสุขภาพน้องหมาน้องแมว

SME in Focus
09/05/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 3421 คน
โควิดก็ฉุดไม่อยู่! บริการดูแลสุขภาพน้องหมาน้องแมว
banner

สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีไม่เพียงสะท้อนที่ตัวบุคคล ยังสะท้อนผ่านสิ่งของเครื่องใช้ กิจกรรมการดำเนินชีวิต และอาหารที่รับประทาน แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงรสนิยมการดูแลสัตว์เลี้ยง ซึ่งนับว่าเป็นตลาดที่ไม่ว่าโลกจะเผชิญวิกฤตแค่ไหนแต่ดูเหมือนว่ามูลค่าตลาดกลับเพิ่มขึ้น สวนกระแสเศรษฐกิจอย่างมีนัยที่น่าสนใจ

ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมว หรือเรียกจนติดปาก คล่องหูว่า น้องหมา น้องแมว สัตว์เลี้ยงยอดฮิตติดลมบนของคนรุ่นใหม่  ไม่เพียงจะช่วยผู้เลี้ยงมีความสุขทางใจแล้วยังสามารถคลายความเหงาไปในตัว แต่หากมองในแง่เชิงธุรกิจแล้วไม่เศรษฐกิจย่ำแย่แค่ไหน บรรดาสัตว์เลี้ยงเหล่านี้กลับสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องที่มีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตกว่า 10% ทุกปี

จากข้อมูลของ เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ผู้จัดงาน เพ็ท เอ็กซ์โป สาเหตุเพราะกลุ่มผู้รักสัตว์เลี้ยงพร้อมที่จะทุ่มเงินซื้ออาหารคุณภาพชั้นยอด ราคาแพงไม่เกี่ยง ขอให้ความสุขทางใจก็พอ ทำให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เข้าไปมีสวนแบ่งตลาดสูงถึง 43% หรือมีมูลค่าถึง 1.33 หมื่นล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตามธุรกิจที่ถือว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เติบโตแบบก้าวกระโดด ตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้บริโภค คือ Pet Healthcare’ ธุรกิจดูแลสุขภาพเพื่อน้องหมาน้องแมว เช่น โรงพยาบาล คลินิก สปา อาบน้ำ ตัดขน โรงเรียนฝึก โรงแรม และบริการอื่นๆ ซึ่งตลาดนี้มีสัดส่วน 33% รวมทั้งธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น เสื้อผ้า ของเล่น ที่มีสัดส่วน 23% ขณะเดียวกันธุรกิจสัตว์เลี้ยงยังเป็นเทรนด์ที่สอดรับกับสังคมคนโสด สังคมสูงวัย และ ครอบครัว ที่มีขนาดเล็กลง

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ประชากรทั่วโลกนิยมเลี้ยงหมา-แมวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6% ปี โดยมีกลุ่มประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิกเติบโตมากสุดถึง 30% รวมทั้งตลาดภูมิภาคอาเซียน โดยส่วนสัตว์เลี้ยงก็เปลี่ยนไปเลี้ยงพันธุ์เล็กกันมากขึ้น ซึ่งกลุ่มที่หันมาเลี้ยงหมาและแมวขนาดเล็กกันมากสุดในยุคสมัยใหม่ คือกลุ่มคู่สามีภรรยามีรายได้ดีมั่นคงแต่ไม่มีลูก หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า กลุ่ม D.I.N.K (Dual-Income, No-Kids) ซึ่งกลุ่มนี้ผลักดันให้ยอดขายธุรกิจที่เกี่ยวกับการดูแลแมวทั้งหมดทั่วโลกในปี 2018 เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 62,000 ล้านบาท) 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


5 ปัจจัยหลักกระตุ้นตลาดไทยเติบโตไม่หยุด

ในส่วนประเทศไทย เมื่อวิถีชีวิตของพฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวใหญ่กลายเป็นครอบครัวเล็ก เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก สัตว์เลี้ยงน้องหมาน้องแมวจึงเข้ามาเติมเต็มชีวิตของผู้คนเหล่านี้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเติบโตตามไปด้วยจาก 5 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย

1. คนสูงวัยเพิ่มมากขึ้น (Aging Population) ทำให้กลุ่มผู้สูงวัยหันมาเลี้ยง น้องหมา น้องแมว คลายความเหงา จึงทุ่มทุนฟูมฟักสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นให้เหมือนคนในครอบครัว เพื่อให้สมาชิกเหล่านั้นมีชีวิตไม่ต่างจากลูกหรือคนรัก

2. แต่งงานแล้วไม่มีบุตร มีบุตรคนเดียว หรืออยู่เป็นคู่ในเพศเดียวกัน (Dual Income, No Kids : D.I.N.K) ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นมากกว่าแค่สัตว์เลี้ยง กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำว่าครอบครัว เพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่ต้องการร่วมกันดูแลเหมือนใครสักคน

3. กลุ่มคนรักสัตว์นิยมเลี้ยงสัตว์เสมือนลูก (Pet Humanization) หมดยุคเลี้ยงสัตว์แบบคลุกข้าว ก้าวสู่ยุคถนอมดั่งดวงใจ การเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปจากอดีตที่เจ้าของหาข้าวหาน้ำให้กิน ฉีดวัคซีนดูแลยามป่วยไข้ แต่สัตว์เลี้ยงในยุคปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตที่โดยเฉลี่ยเลี้ยงสุนัข 1 ตัว มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000-1,500 บาทต่อเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายของแมว 1 ตัว อยู่ที่ 700-1,000 บาทต่อเดือน

4. วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น (Pet Health Care improved) ตอบสนองกระแสความนิยมในธุรกิจสัตว์เลี้ยง ประกอบกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุ่มเทดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้นักเรียนสัตวแพทย์หันมาเลือกเรียนทางด้านสัตว์เลี้ยงมากขึ้น 70-80% จากเดิมที่เลือกเรียนเกี่ยวกับปศุสัตว์ ทำให้ธุรกิจคลินิกสัตว์เลี้ยงในเมืองโตขึ้นมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีโรงพยาลสัตว์ทั่วประเทศกว่า 3 พันแห่ง แบ่งเป็นคลินิกเล็ก 80% คลินิกผ่าตัด 15% และโรงพยาบาลมีเครื่องมือพร้อมทีมแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางอีก 5%

5. สถานที่และที่พักอาศัยสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น (Friendly Pet Community) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่มีความผูกผันระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของ ทำให้ภาคบริการต่างๆ ผุดขึ้นมารองรับสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ เช่น โรงแรม หมา แมว ที่บริการรับฝากเลี้ยงชั่วคราวในยามที่เจ้าของไม่อยู่บ้านหลายวัน

 

ผู้ผลิตรุกแย่งส่วนแบ่งตลาดไทย-อาเซียนแสนล้านบาท

นอกจากตลาดภายในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องแล้ว ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดอาเซียนก็ขยายตัวไม่แพ้กันที่มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 1 แสนล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำของไทยต่างก็ตั้งเป้าหมายเข้าไปแย่งส่วนแบ่งตลาดครอบคลุมทั้งไทยและอาเซียน โดยตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นตลาดน่าสนใจมาก เพราะมีประชากรมากและมูลค่าการตลาดยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง สวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำจากผลกระทบวิกฤติโรคโควิดเล่นงาน

ส่วนประเทศมาเลเซีย เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นให้ความสำคัญของการสั่งซื้อออนไลน์เป็นหลักตามวิถีการค้ายุค New Normal โดยภายใน 5 ปีข้างหน้า ผู้เลี้ยงจะใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้นถึง 54% เมื่อเทียบกับปี 2560 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1,770 บาทต่อตัวต่อปี และเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีค่าใช้จ่าย 1,145 บาทต่อตัวต่อปี

ไม่ว่าเศรษฐกิจตกต่ำมากน้อยแค่ไหน ธุรกิจสัตว์เลี้ยงกลับไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด กลับกันอัตราการเติบโตสวนกระแสดัชนีเศรษฐกิจไปอย่างสิ้นเชิง โดยเติบโตเฉลี่ยปี 10% ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี เนื่องจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่อยากให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีไลฟ์สไตล์ที่คล้ายคลึงกับตัวเอง ไม่ว่าพาไปนั่งเล่นตามร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ไปออกกำลังกายที่สระว่ายน้ำ ทำสปา แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับสวยๆ หากสัตว์เลี้ยงลาโลกก็จะทำมีพิธีการฌาปนกิจเหมือนกับคนทั่วไป ส่งผลให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีโอกาสต่อยอดได้อีกไกล และมีอนาคตสดใสเลยทีเดียว

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจดาวรุ่งที่ยังคงพุ่งแรงและน่าจับตามาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้สัดส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกลุ่มอาหารสัตว์ ทว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยน สัตว์เลี้ยงจึงเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง การดูแลเอาใจใส่จึงต้องพิเศษมากขึ้น และนี่จะเป็นโอกาสโตของธุรกิจ Pet Healthcare และจะโตเพิ่มขึ้นอีกมากไม่เชื่อคอยดู 


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155824 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132366 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119615 | 24/11/2020
banner