5 ช่องทางดันโอทอปท็อปฮิตในตลาดออนไลน์

SME Update
15/07/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 7679 คน
5 ช่องทางดันโอทอปท็อปฮิตในตลาดออนไลน์
banner

ปัจจุบันสินค้าโอทอปยังมีโอกาสในตลาดที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้ เพราะมีจุดแข็ง จุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ และมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้นทุกปี หากพัฒนาดี จี้ถูกจุด ฉีกแนวจากสินค้าหน้าตาบ้านๆ สู่มาตรฐานระดับสากล และทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายก็สามารถไปต่อได้ แม้ในวันที่ไม่สามารถจัดงานแสดงสินค้าออกร้านจำหน่ายในสินค้า OTOP ทั้งในกรุงเทพฯและส่วนภูมิภาคได้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม  

จากเดิมงานแสดงสินค้า OTOP นั้นมีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นแม่งานในการจัดงานทุกปี ในอัตราความถี่ปีละ 2-4 ครั้ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนของงาน OTOP CITY ที่จัดขึ้นในเมืองทองธานีนั้น จัดเป็นงานโอทอปใหญ่ระดับประเทศ เป็นงานแสดงสินค้าโอทอประดับ 3-5 ดาว ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วจากผู้ประกอบการโอทอปทั่วประเทศ ซึ่งมีกว่า 15,000 ราย ให้มาร่วมออกบูทครั้งละ 2,000 ถึง 2,500 ราย หรือประมาณ 20,000 ผลิตภัณฑ์

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สร้างความหวังให้ผู้ประกอบการโอทอป ภายใต้การหนุนนำขับเคลื่อนของรัฐบาลมานาน เพราะการมาออกงานในแต่ละครั้งผู้ประกอบการสามารถทำเงินได้มากเป็นหลักแสนและหลักกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ทำให้เกิดสภาพคล่องในกิจการและการใช้ชีวิตได้ตลอดรอบปี ด้วยยอดเงินสะพัดดีขนาดนี้ภายใต้ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลช่วยสนับสนุนไปจนถึงให้ฟรี จึงทำให้ผู้ประกอบการบางรายใช้เวลาในการทำผลงาน ชิ้นงานตลอดปีเพื่อมาขายงานนี้เพียงงานเดียว

แต่ในยุคที่มีโรคระบาดการจะกลับมาจัดงานแบบเดิมอีกคงไม่ง่าย เพราะสถานการณ์ของโรคระบาดไม่ได้เพียงจะคร่าชีวิตผู้คน แต่ยังส่งผลถึงรับเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลกด้วย ผู้ประกอบการณ์โอทอปจำต้องปรับเปลี่ยนรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป นำสินค้าสร้างรายได้รับ New Normal และปรับรับเทคโนโลยีโลกให้ทัน ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐที่เปลี่ยนบทบาทไปสนับสนุนการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แทนการจัดงานแสดงสินค้าเหมือนที่ผ่านมา นั่นเท่ากับว่าผู้ประกอบการจะต้องเริ่มเดินเกมการตลาดด้วยตัวเองเป็นหลัก โดยการหันมาพัฒนาจุดด้อย เสริมจุดแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าตัวเองมีข้อด้อยหรือจุดแข็งอย่างไร

จุดอ่อนของสินค้าโอทอป

1. สินค้าไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่มีความแตกต่าง บรรณจุภัณฑ์ หีบห่อไม่สวยงามหรือทันสมัย

2. ราคาไม่สอดคล้องกับต้นทุนของสินค้า ทำให้ประสบปัญหาทางการเงินจนเกิดภาวะขาดทุน

3. ขาดช่องทางการจำหน่าย ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงสินค้า และไม่รู้จักแบรนด์

 

5 ช่องทางดันโอทอปท็อปฮิตในตลาดออนไลน์

จากการส่งเสริมสินค้าโอทอปของภาครัฐที่เปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น โดยทำการส่งเสริมการขายออนไลน์ปรับตัวตอบโจทย์ยุค New normal และผลักดันให้เกิดการซื้อขายในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการโอทอป จะได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและปรับรับเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาสินค้าและสร้างช่องทางการตลาดมากขึ้น ภายใต้การสับสนุนช่วยขับเคลื่อนสินค้าโอทอปสู่ตลาดออนไลน์ในหลายๆ โครงการของรัฐบาล โดยกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) ซึ่งกำลังดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1. โครงการ OTOP Midyear 2020 Online : เป็นการร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee ในแคมเปญ “OTOP Midyear 2020 Online” ที่จะมีสินค้าชุมชนและสินค้าเอสเอ็มอีคุณภาพดี ได้คัดสรรจากผู้ประกอบการทั่วประเทศให้ได้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างจุใจในราคาพิเศษลดสูงสุด 20% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.– 29 ส.ค. 2563 ที่ https://shopee.co.th/otop ภายใต้คอนเช็ปต์ “สั่งซื้อตรง ส่งถึงบ้าน ช้อปสนั่นออนไลน์” แถมโปรโมชั่นจัดเต็ม เพราะเพียงซื้อสินค้าโอทอปเพียง 1 ชิ้น ส่งผลให้ชาวบ้านมีกินมีใช้อีกหลายครอบครัว

2. โครงการ U-OTOP นำร่องโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) : หวังส่งเสริมสินค้าชุมชนผ่านนักศึกษาที่สนใจหารายได้พิเศษ รุกสู่ตลาดออนไลน์สู้ภัยโควิด–19 โดยการให้นักศึกษานำสินค้า otop มาขายบนโลกออนไลน์ในช่วงเกิดปัญหาโควิด–19  ซึ่=-0987654งจะได้รับผลตอบแทนพอสมควรแบ่งเบาความเดือดร้อนของครอบครัวได้ ส่วนผู้ประกอบการโอทอปในแต่ละชุมชนก็จะได้ขยายตลาดบน online และได้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น จึงเป็นโครงการร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนได้ออกสู่ตลาดยุคใหม่ 4.0 เพื่อการพัฒนาต่อยอดในลำดับต่อไปอย่างยั่งยืน

3. โครงการยืดอายุผลิตภัณฑ์ OTOP อาหารถิ่นรสไทยแท้ (OTOP Authentic Thai Taste) : จัดทำสินค้าต้นแบบเชิงพาณิชย์ สร้างสรรค์เมนูอาหารถิ่นรสไทยแท้ที่มีความโดดเด่นของส่วนประกอบที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น 10 เมนู เพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้แก่อาหารถิ่นรสไทยแท้ที่เป็นอาหารปรุงสด ให้เป็นอาหารที่มีอายุการเก็บรักษาเพื่อการบริโภคได้ยาวนานขึ้น สะดวกต่อการรับประทานรองรับเทรนด์ในยุคปัจจุบัน พร้อมขยายตลาดสู่เครือข่ายผู้ผลิตอาหารไทยและผู้บริโภค โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาอาหารไทยที่มีสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคมาพัฒนา นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตมาใช้เพื่อการยืดอายุผลิตภัณฑ์ พัฒนาเป็นสินค้าอาหารแปรรูปที่สะดวกต่อการบริโภค สอดคล้องตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน รสชาติอร่อย แต่ยังคงคุณประโยชน์ คุณภาพ และความปลอดภัย เพิ่มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ และใช้ตราสัญลักษณ์หรือแบรนด์ OTOP Thai Taste ระบุข้อมูลโภชนาการต่อหน่วยบริโภค และจุดเด่นเรื่องราว (Story) ของผลิตภัณฑ์ ลงบนฉลากบรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐานสินค้าระดับสากล

4. พัฒนาแพลตฟอร์มการขาย Online ช่วยระบายสินค้า : ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนทั่วประเทศประสบปัญหาการระบายสินค้า ไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว พช.ได้พัฒนาระบบการขาย Online ต้นแบบ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศได้เรียนรู้ โดยสามารถเข้าชมและเลือกช้อปได้ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.otoptoday.com/newweb ซึ่งได้รวบรวมสินค้าจากทุกจังหวัดทุกภาคให้ผู้สนใจเข้ามาคลิ๊กค้นหาจากรายการสินค้าและมี Link เชื่อมต่อไปยังผู้ขาย และยังมีกลุ่มเฟซบุ๊กเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการโอทอปทั่วประเทศ นำสินค้าเด่นดังประจำจังหวัดมาฝากร้านขายของ สร้างกิจกรรมให้ผู้ซื้อผู้ขายพบกันตลอด 24 ชั่วโมง ซื้อง่าย สั่งได้ พร้อมส่งถึงบ้าน โดยสามารถเข้าชมได้ที่กลุ่ม “OTOP TODAY ฝากร้านขายของ”   https://web.facebook.com/groups/232930151121943

5. ช่องทางด่วนออนไลน์ผ่าน Live สด  : ซึ่งเป็นช่องทางด่วนเพื่อช่วยผู้ประกอบการให้สามารถขายของได้อีกทางหนึ่งของ พช. มีการจัดกิจกรรมไลฟ์สด (Live สด) ผ่านเฟซบุ๊ก OTOPTODAY ซึ่งดำเนินการ 2 ระดับ คือ ในส่วนกลาง กรมการพัฒนาชุมชนได้ร่วมกับโอทอปเทรดเดอร์ จัดกิจกรรม Live สด ทุกวัน ระหว่างเวลา 12.00–13.00 น. สามารถติดตามชมได้ที่ https://www.facebook.com/OTOPTODAYTHAILAND และในระดับพื้นที่ได้สนับสนุนให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรม Live สดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอจัดเอง อีกทั้งจังหวัด และอำเภอได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัด Live สดขึ้นเองด้วย โดยให้ประชาสัมพันธ์นัดวันเวลาล่วงหน้าเพื่อให้มีผู้เข้ามาติดตามจำนวนมาก ซึ่งมีการดำเนินการไปแล้วพบว่าได้รับผลตอบรับดีพอสมควร

การระบาดของโรคโควิด-19 ที่มาหยุดกิจกรรมการชุมนุมแสดงสินค้าหรือพบปะผู้คนจำนวนมากในครั้งนี้ จัดเป็นฤกษ์งามอันดีที่ผู้ประกอบการสินค้าโอทอป จะได้ปรับใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในธุรกิจตนมากขึ้น จนทำให้สามารถฉีกภาพลักษณ์สินค้าบ้านๆ ในแบบเดิมมาสู่สินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงเป็นการกระตุ้นย้ำผู้ประกอบการโอทอปให้ตื่นตัวรุกตลาดด้วยตนเองมากขึ้น โดยไม่หวังพึ่งการตลาดแบบเดิม เพราะพฤติกรรมคนเปลี่ยนไปจากเดิมมากมายในยุค New Normal Thai Style 4.0


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


Thai Silk Online รวมสินค้าหม่อนไหมไทย ขายใน Marketplace

OTOP โอกาสทางการค้าในยุค New Normal


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503074 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130231 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124864 | 28/10/2020
banner