Brexit ติดกับดักเผชิญต้นทุนขนส่งพุ่ง

SME Go Inter
20/02/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 2477 คน
Brexit ติดกับดักเผชิญต้นทุนขนส่งพุ่ง
banner

หลังสหราชอาณาจักร หรือ ยูเค ได้ผ่านการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือ อียู (Brexit) อย่างเป็นทางการมาเป็นเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา นับจากวันที่ 1 มกราคม 2564 ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการค้าและการลงทุนระหว่างกันเป็นอย่างมาก เพราะต้องยุติระบบการเป็นตลาดเดียวกันหรือ Single Market และสิ้นสุดการเป็น Custom Union ที่เคยเป็นยาวนานถึง 47 ปี 

ทั้งนี้ แม้ว่ายูเคและอียูจะเตรียมพร้อมได้มีการเจรจาทำตกลงกันเป็นอย่างดี รวมทั้งได้ข้อสรุปว่าจะไม่มีภาษีและไม่มีโควตาระหว่างกัน แต่ทว่าก็ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barrier) โดยเฉพาะจากพิธีการศุลกากรเพิ่มมากขึ้น 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ซึ่งนั่นได้สร้างปัญหาด้านการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างยูเคและอียู ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก เนื่องจากหลังจากแยกจากกันแล้ว ผู้ที่ส่งสินค้าข้ามพรมแดนจะต้องมีเอกสารประกอบการขนส่งมากขึ้น เช่น หนังสือรับรองด้านสุขภาพ (Health Certification) จึงนำไปสู่ปัญหาทางปฏิบัติ เช่น เอกสารไม่ถูกต้อง นอกจากความล่าช้าแล้ว ปัญหานี้ยังทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น  

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ขนส่งสินค้าในเยอรมัน บริษัท Transporeon ระบุว่า ต้นทุนการส่งออกสินค้าจากยูเคไปยังอียูสูงขึ้น 47% เมื่อเทียบกับก่อนที่จะ Brexit เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ขณะที่ต้นทุนจากฝรั่งเศสไปยังยูเคเพิ่มขึ้น 39% และต้นทุนขนส่งจากเยอรมันไปยูเค เพิ่มขึ้น 26% เป็นต้น  

ด้วยปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ของทั้งสองฝ่ายชะลอการส่งออกสินค้าชั่วคราว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการฝั่งยูเคชะลอการส่งออกสินค้าไปยังอียูถึงประมาณ 20% ซึ่งอาจจะส่งผลให้อียูต้องหาสินค้ามาทดแทนยูเค โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มประมง  

โดยข้อมูลจากธนาคาร Bank of England คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของยูเคจะได้รับผลกระทบจากปัญหาอุปสรรคด้านพิธีการศุลกากร ทำให้เกิดปัญหากระทบค้าการชายแดนมูลค่า 5,000 ล้านปอนด์  

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ลอนดอน เปิดเผย ข้อมูลสหพันธ์ธุรกิจขนาดเล็กของสหราชอาณาจักร (Federation of Small Businesss : FSE) ระบุว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีของยูเคได้รับผลกระทบจาก Brexit โดยเฉพาะจากปัญหาเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มขึ้น 20% และหลังจากแยกตัวแล้ว การจำหน่ายสินค้าระหว่างกันจะต้องถูกเรียกเก็บภาษีการจำหน่ายสินค้า (Sale Tax) อัตราสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า

ดังนั้น ทางผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว เช่นเดียวกับผู้ประกอบการยูเคที่ต่างก็ปรับตัวโดยการพยายามหาพื้นที่ตั้งคลังสินค้า และจุดกระจายสินค้าในอียู โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คือ Rotterdam Port  

เบื้องต้นมีตามข้อมูลของ Netherland Foreign Investment Agency (NFIA) ระบุว่ามี บริษัทจากยูเค 250 บริษัท ติดต่อเพื่อขอเข้าไปลงทุนในอียูเพื่อแก้ปัญหา เพราะในความตกลงเรื่องการค้าระหว่างยูเคและอียู ให้ความชัดเจนเฉพาะเรื่องภาษีและเรื่องโควต้า แต่กลับไม่ได้กำหนดเรื่องกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าหรือ Rules of Origin หมายถึงสินค้าที่ใช้ฐานผลิตหรือส่งไปรีเอ็กซ์พอร์ตจากยูเคเพื่อส่งออกไปอียู จะต้องถูกเรียกเก็บภาษี VAT และภาษีการค้าเช่นกัน นั่นย่อมจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ค้าขายกับสองประเทศนี้อย่างแน่นอน



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
234495 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
90318 | 12/06/2019
มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป SME Go Inter

มองใหม่! ตลาดบริโภคกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป

กัมพูชา ก็เป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักและส่วนใหญ่ก็รักษาหายแล้ว แต่จากมาตรการป้...
44536 | 10/10/2020
banner