เกษตรรักษ์โลก เทรนด์อาหารโลกยั่งยืน

SME Update
12/11/2021
รับชมแล้วทั้งหมด 5561 คน
เกษตรรักษ์โลก เทรนด์อาหารโลกยั่งยืน
banner

โลกร้อนถูกหยิบยกมาสู่เวทีระดับโลกอีกครั้งภายใต้การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญา หรือ Conference of the Parties หรือ COP ครั้งที่ 26 จัดขึ้นที่เมืองกลาสโลก ของสกอตแลนด์ระหว่างวันที่ 1 – 12 พ.ย. 2564 โดยมีผู้นำจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมหารือถึงผลกระทบจากโลกร้อน ตามสนธิสัญญาณสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศเพื่อการแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

เป้าหมายสำคัญคือการที่นานาชาติจะยื่นแผนในการกำหนดเป็นเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ อาทิ ประเทศไทยตั้งเป้าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25% ภายในปี 2573 รวมถึงการบรรลุตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่กำหนดให้ประเทศที่ร่วมลงนามปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2050


โลกร้อนขึ้นส่งผลต่อภาคเกษตรไทยอย่างไร?

ก่อนหน้าที่เราจะรู้จักคำว่า โลกร้อน วงการเกษตรไทยคงจะคุ้นเคยกับคำว่า เอลณีโญ และ ลานีญา กันมาบ้าง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิมหาสมุทรอุ่นขึ้นผิดปกติ ประกอบกับความดันบรรยากาศสูงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก ส่วนลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิมหาสมุทรเย็นลงผิดปกติ ประกอบกับความดันบรรยากาศต่ำบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก กลไกลที่ทำให้เกิดความผันแปรของภูมิอากาศโลก ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน การทำเกษตรที่พึ่งพาดินฟ้าอากาศเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้วงการเกษตรผูกติดกับเรื่องของภูมิอากาศแทบจะทุกกระบวนการ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ข้อมูลด้านภูมิอากาศ ของแต่ละประเทศจึงมีความสำคัญไม่เฉพาะแค่วงการเกษตร แต่ในด้านการค้า ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดราคาสินค้าในตลาดโลกได้เช่นกัน ซึ่งถ้าใครอยู่ในวงการค้าข้าวจะทราบดีว่า ข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศ การเกิดภัยธรรมชาติ จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตข้าวเปลือก ยกตัวอย่างเช่น หากปีไหนพื้นที่ปลูกข้าวของเวียดนาม หรืออินเดียเกิดภัยธรรมชาติ ปีนั้นราคาข้าวในตลาดโลกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็จะเป็นโอกาสของตลาดข้าวไทย  

จึงกล่าวได้ว่า สภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติ จึงเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดผลผลิตอาหารของโลก ดังนั้น จากโลกร้อนจึงนำไปสู่แนวคิดการสร้างอนาคตและสร้างความยั่งยืนด้านอาหารของโลก ซึ่งมีการประเมินว่าในอีกราว 30 ปีข้างหน้า ประชากรโลกจะพุ่งสูงขึ้นกว่า 9 พันล้านคน ขณะที่พื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์จะลดลง ที่สำคัญจะเกิดผลกระทบจาก Climate Change คำใหม่ที่คิดขึ้นมาเพื่อย้ำเตือนว่าวิกฤตความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่อง ล้อเล่น


ขณะเดียวกันวงการเกษตรยังถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ลิงค์ :  https://www.bangkokbanksme.com/en/agriculture-environment-trend-of-precision-farming

กล่าวได้ว่าวงการเกษตร หรือการทำเกษตรแบบดั้งเดิมกำลังถูกกระแสโลกกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำเกษตรที่ รักษ์โลก มากขึ้น ซึ่งจะเป็นไปในรูปแบบมาตรการด้านการค้าของแต่ละประเทศที่จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสูการทำเกษตรแบบรักษ์โลก และใส่ใจสภาพแวดล้อมมากขึ้น

อาทิ การลดใช้สารเคมีและการทำเกษตรแบบอินทรีย์ การนำเครื่องจักรสมัยใหม่มาเพิ่มคุณภาพผลผลิตและลดต้นทุน การให้ความสำคัญต่อแหล่งที่มาของวัตถุดิบและสินค้าเกษตร หรือแม้แต่การส่งเสริมอาหารจากพืช และซูเปอร์ฟู้ดส์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าของเท่าของการทำฟาร์มปศุสัตว์แบบดั้งเดิม

ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาด้านการทำเกษตรในปัจจุบัน อาทิ การส่งเสริม Smart Farming การสร้างเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือแม้แต่การทำฟาร์มแนวตั้งหรือที่เรียกว่า Precision Farming คือการทำเกษตรแบบแม่นยำสูง ควบคุมได้ทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีแรงผลักดันมากจากปัญหาโลกร้อนและความมั่นคงด้านอาหาร สองสิ่งที่เกี่ยวพันกันอย่างมีนัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพรวมที่ภาคเกษตรไทยที่ยังคงมีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม แต่ก็มีผสมผสานเทคโนโลยีมาช่วยในด้านการผลิตและลดต้นทุน แต่เมื่อมองถึงประเด็น เกษตรรักษ์โลก หลายคนคงยังมองว่าไกลตัวอีกมาก แต่หากมองว่าไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลก มองในแง่ของการสร้างความมั่งคั่ง และมั่นคงทางเศรษฐกิจ รายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชากร และการก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาด้วยนวัตกรรมเกษตร

สิ่งเหล่านี้คือ ภาพรวม ที่เกษตรกร และผู้ผลิตอาหาร จะต้องมองให้ออก และปรับเปลี่ยนการทำเกษตร ไปสู่เกษตรรักษ์โลก ซึ่งไม่เพียงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า แต่ยังเป็นเกาะกันภัยในอนาคต เพราะบรรดามาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งเป็นการกีดกันทางการค้ารูปแบบหนึ่งจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของนานานาประเทศทั่วโลก  


ดังนั้นเรื่องโลกร้อน จึงเกี่ยวพันถึงกาทำเกษตรโดยตรง และเป็นโอกาสให้เกษตรไทยได้มีการปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมไปสู่การทำเกษตรที่มีความยั่งยืนที่แท้จริง    

ถึงตรงนี้ เราคงไม่ต้องบอกว่า โลกที่ร้อนขึ้น หรือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตเกษตร และคุณภาพของสินค้าเกษตรอย่างไร เพราะคงไม่มีใครบอกได้ว่าถึงตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นสิ่งที่อยากเน้นย้ำคือการทำความเข้าใจกับเรื่องของสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลการเกิดภัยธรรมชาติ จะสร้างโอกาสทางการค้าได้ และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตร อาทิ ลดการไถกลบและการเผา ลดใช้สารเคมี การทำเกษตรแปลงใหญ่ การเพาะปลูกที่มุ่งเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณ และการใช้นวัตกรรม จะเป็นโอกาสของวงการเกษตรในยุคต่อไป


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503080 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130234 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124898 | 28/10/2020
banner