AI และ Machine Learning อาวุธการตลาดที่ SMEs ก็เอื้อมถึง

SME in Focus
19/10/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 3528 คน
AI และ Machine Learning อาวุธการตลาดที่ SMEs ก็เอื้อมถึง
banner

หากกล่าวถึงการใช้ Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) หลายๆ ท่านมักโฟกัสที่ธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัททางด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Amazon, Microsoft, Apple Alibaba Tenzen หรือแม้แต่ Huawei ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจระดับโลก และแน่นอนว่าด้วยการที่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลก จึงไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่อาจพลิกโฉมบทบาทของธุรกิจหรือล้ำหน้าคู่แข่งในตลาด

แต่ถ้าในระดับ SMEs ที่มีทุนจะทะเบียนตั้งแต่ 1–100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความจำเป็นอะไรบ้างที่ต้องปรับใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI และ ML

ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนว่าในปัจจุบัน AI และ ML ถูกนำไปใช้ในด้านการพัฒนาธุรกิจอย่างไรบ้าง ซึ่งในการทำธุรกิจคุณมีข้อมูลจำนวนมหาศาล มีข้อมูลเชิงลึกมากมายที่คุณไม่รู้ว่ามีอยู่ และเพื่อที่จะเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวคุณจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยี AI และ ML มาช่วยวิเคราะห์ประมวลผลออกมาให้ได้อย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำสูง

ที่สำคัญเทคโนโลยี AI และ ML แทรกซึมอยู่แทบทุกกิจกรรมของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง การเรียนรู้และความบันเทิง เทคโนโลยีเหล่านี้สอดแทรกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่เริ่มจะสร้างความเคยชินให้กับเรามากขึ้นทุกที

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

AI และ ML กับความสามารถด้านการตลาดยุคดิจิทัล

สำหรับอุตสาหกรรมไทยมีการใช้เทคโนโลยีและจักรกลกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ ไอที การสื่อสาร และค้าปลีก แต่ในสำหรับ SMEs อาจมีศักยภาพในการการนำนำเทคโนโลยี AI และ ML มาใช้ในภาคธุรกิจและบริการเพียง 5% แต่ก็มีแนวโน้มที่น่าสนใจขึ้น เช่นการนำไปใช้ในกิจกรรมด้านการตลาดสมัยใหม่ หรือการทำ Digital Marketing อาทิ

การใช้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยแนะนำ Influencer เป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ Tellscore AI / ML เครื่องมือที่ช่วยแนะนำ Influencer ที่มีทักษะแต่ละด้านให้ตรงตามความต้องการของนักการตลาด เช่น สุขภาพ อาหาร ท่องเที่ยว หรือแก็ดเจ็ต ฯลฯ โดย Tellscore ใช้เทคโนโลยี Deep Learning และ NLP (Natural Language Processing) สามารถเรียนรู้ภาษาของมนุษย์ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ Influencer สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในช่องทางสังคมออนไลน์ต่างๆ ทำให้การสร้างแคมเปญของนักการตลาดตรงตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีในเรื่องความแม่นยำของการเลือก Influencer มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

AI ที่ใช้ในการสร้าง Website โดยมี AI ชื่อว่า Molly ในการ design websites และยังมี platform “she” ที่สามารถทำงานได้ในรูปแบบเดียวกัน คือเป็นการ design website ด้วย AI ซึ่งถ้าเทียบกับการสร้าง Website จริงๆ นั้น เราต้องมีการจ้างทีมที่เชี่ยวชาญในการสร้าง website ซึ่งอาจจะใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมากรวมถึงค่าดูแลรักษาที่ต้องจ่ายรายปี แต่  The Grid นั้นสามารถ start ด้วยงบประมาณเพียง 100$ หรือ 3 หมื่นกว่าบาทต่อปีเท่านั้น สำหรับ 1 website ซึ่งถือว่าถูกมาก

การใช้ AI ในงาน Content Creation นักเขียนคอนเทนต์หลายๆ คนอาจจะคิดว่างานของพวกเค้านั้นปลอดภัยไม่น่าจะถูกแย่งงานจาก AI แน่ๆ แต่ไม่ใช่แล้วในปัจจุบัน ตัวอย่าง tools เช่น  Wordsmith หรือ Quill เป็น tools ที่ใช้ AI ในการช่วยเหลือในการ Create Content โดยรูปแบบการสร้างนั้นจะเป็น template ซึ่งเราสามารถที่จะกำหนดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และกำหนด keyword ที่ต้องการ ซึ่ง tools เหล่านี้จะช่วย create content ซึ่งแทบดูไม่ออกว่า content เหล่านี้นั้นถูกเขียนขึ้นมาโดย AI

AI กับกิจกรรมด้านการตลาดอัตโนมัติ Optimove‘s ซึ่งเป็น AI ที่ช่วยในการแบ่งประเภทของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการสมัครรับบริการของลูกค้าผ่านทาง membership pricing program ของ Adore Me ซึ่ง AI ตัวนี้นั้นจะทำการปรับแต่ง Content ที่จะส่งให้ลูกค้าทาง Email, text message หรือ notification ผ่าน app ซึ่งการแบ่งกลุ่มของลูกค้าและทำการ contact กับลูกค้าผ่านทางบริการต่างๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้นนั้น ช่วยให้ Adore Me เพิ่มประสิทธิภาพในส่วนของ monthly recurring revenue (MRR), average sales price (ASP) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในประสิทธิภาพในการทำการตลาดผ่านเครื่องมือต่างๆ กับลูกค้า ซึ่งเมื่อรูปแบบการทำตลาดแบบอัตโนมัติเหล่านี้สามารถทำโดยใช้ AI ได้แล้วนั้น ก็จะทำให้งานต่างๆ ของนักการตลาดลดน้อยลง และมีเวลาที่จะสามารถสร้าง target market ใหม่ๆ เพื่อสร้างฐานลูกค้าเพิ่มได้

การใช้ Chatbots AI เห็นได้ชัดว่าหลายๆ แบรนด์ เริ่มมีการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงโดยใช้ messenging apps เช่น WhatsApp, Facebook Messenger หรือ Line ซึ่ง messenging app เหล่านี้นั้นเริ่มเข้ามามีบทบาทกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าโดยทั่วไปก็จะมีการสื่อสารกับเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานผ่านทาง app เหล่านี้เป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว ซึ่งบางทีเหล่า Brand ทั้งหลายนั้นก็ต้องตอบคำถามหลายๆ คำถามซ้ำไปซ้ำมา และต้องคอย online ตลอดเวลาเพื่อคอยตอบปัญหาเหล่านี้ของลูกค้า ซึ่ง Chatbots นั้นจะทำให้งานยุ่งยากและน่าเบื่อเหล่านี้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น GrowthBot เป็น Chatbots ที่ใช้  AI ในการตอบปัญหาที่เดียวกับการขายอย่างมืออาชีพ ซึ่งสามารถที่จะทำงานเหล่านี้ได้แบบอัตโนมัติ รวมถึงสามารถที่จะระบุคำถามในหลากหลายรูปแบบตามลักษณะของ Brand สามารถที่จะตอบคำถามเชิง Technical ได้อย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน ทั้ง Chatbots ที่มีความสามารถอย่าง GrowthBots นั้นได้ช่วยเหลือเหล่านักการตลาด หรือนักขายในการวิเคราะห์ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือสามารถที่จะช่วยวิเคราะห์คู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

 

การใช้ AI และ ML ทำการตลาดบน Google

Responsive Search Ads โดย ML จะให้นักการตลาดใส่หัวข้อที่ต้องการ (Headline) พร้อมกับคำอธิบายในแต่ละหัวข้อ (Description) ประมาณ 4 บรรทัด จากนั้น ML จะนำเอาคำโฆษณาไปวิเคราะห์ ประมวลผลเพื่อคัดเลือก Headline และ Description ที่ดีที่สุด มาแสดงผลโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ไปในอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมตามรูปแบบของอุปกรณ์ เพื่อให้การทำโฆษณาได้ผลดียิ่งขึ้น จากข้อมูลภายในของ Google ระบุว่า การใช้ Responsive Search Ads ช่วยเพิ่มยอดการคลิกได้มากกว่า 15%

Smart bidding โดย ML จะทำการวิเคราะห์พฤติกรรมจากฐานข้อมูลของกลุ่มลูกค้า และเสนอเป้าหมายใหม่ๆ ช่วยให้การประมูลโฆษณา แม่นยำ ตรงตามวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น Smart Bidding ยังสามารถ Optimize ตัว Conversion ได้ในระดับ Campaign ซึ่งแล้วแต่ว่าเราอยากเน้นเรื่องอะไร เช่น Online Sale หรือเลือก store visit (ใช้ location เข้ามาช่วย) และยังเลือกตั้งค่าอื่นๆ ได้ เช่น เพิ่มโปรโมชั่นตามช่วงเวลาได้ หรือตั้งเงื่อนไขของ Conversion ต่างๆ เพื่อ Smart Bidding ทำงานได้ตอบโจทย์มากขึ้น

Bumper ads คือวีดีโอโฆษณาที่แสดงทาง Youtube หรือช่องทางอื่นที่เป็น Partner กับ Google โดย Bumper ads ช่วยตัดต่อเวลาวิดีโอโฆษณาของคุณจาก 90 วินาที ให้เหลือเพียง 6 วินาทีหรือต่ำกว่านั้น โดยใช้ ML ของ Google ในการเลือกช่วงที่เหมาะสมสำหรับทำออกมาเป็น 6 วินาที

Shoppable Image Search Result ใน Google Shopping เมื่อผู้ใช้งาน Search หาสินค้าบน Google จะมีการแสดงผลเป็นรูปภาพที่กดสั่งซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Google ได้เลย และยังมีฟังก์ชั่นชำระเงินและ Return Policy เหมือนกับ Marketplace เจ้าอื่นอีกด้วย

Custom Affinity คือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แสดงความสนใจที่ตรงหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่เราตั้งไว้ คล้ายกับ custom audience ของการทำโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง อย่างถูกที่ ถูกเวลา

 

การใช้เครื่องมือ AI และ ML กับการทำโฆษณาบน Facebook

ในส่วนของการใช้ AI และ ML ของการทำโฆษณาบน Facebook นั้น จะมีความแตกต่างจากการทำโฆษณาออนไลน์บน Google คือ Facebook จะเน้นเรื่องการนำ Content ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องมากที่สุด ซึ่งต่างจาก Google ที่จะเน้นเรื่อง Keywords หรือคำเสิร์ชจากกลุ่มเป้าหมาย

โดยการทำโฆษณาบนเฟซบุ๊กนั้น เราสามารถเลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ทั้ง Demographic (เพศ อายุการศึกษา อาชีพ ภาษา สถานภาพสมรส) Location (ที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นประเทศ จังหวัด อำเภอ เขต ถนน ซอย รหัสไปรษณีย์ สนามบิน หรือเจาะลึกขนาดระบุที่อยู่ก็ทำได้) หรือ Interest (ความสนใจต่างๆ เช่น แฟชั่น ความงาม สุขภาพ อาหาร ท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งเพจต่างๆ ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นแฟนเพจหรือมักจะมีพฤติกรรม click, like, share, comment เป็นต้น)

ซึ่ง AI และ ML ของ Facebook นั้นก็จะไปหากลุ่มคนที่เราต้องการให้มาเจอ Content ที่เป็นสินค้าหรือบริการบนเพจของคุณ นอกจากนั้นการทำโฆษณาบน Facebook ยังสามารถทำการ Retargeting เลือกแสดงผลตามความสนใจลูกค้าที่เคยเข้าเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของคุณได้ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขายของคุณได้มากขึ้นและแม่นขึ้นได้อีกด้วย

จากตัวอย่างเหล่านี้ก็เห็นชัดว่า AI และ ML อยู่ใกล้ตัวเรามากว่าที่คิด และคงไม่ต้องตอบว่า SMEs มีความจำเป็นต้องใช้หรือไม่ แต่ควรศึกษาและประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามงบประมาณ ซึ่งจำเป็นว่าในแต่ละปีควรจัดสรรงบประมาณด้านการลงทุนเทคโนโลยีไว้บ้าง

เอสเอ็มอีอาจไม่มีงบประมาณในการลงทุนด้านเทคโนโลยีมากนัก ดังนั้นจึงต้องมีแผนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และข้อดีของยุคที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเครื่องมือที่เป็นประโยชน์มากมาย ในรูปแบบการให้ใช้ฟรี หรืออาจต้องแลกด้วยค่าบริการบ้าง ซึ่งเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ สามารถลดขั้นตอนการทำงานและลดแรงงานได้มาก แต่ไม่ว่าเทคโนโลยี AI จะสามารถทุ่นแรงได้มากแค่ไหน แต่สิ่งที่เอสเอ็มอีขาดไม่ได้คือทีมงานที่มีประสิทธิภาพ     

ดังนั้น การลดจำนวนบุคลากรและแทนที่ด้วยเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ SMEs ยุคใหม่ต้องเรียนรู้และปรับตัว แต่ธุรกิจก็ยังต้องการคนที่มีประสิทธิภาพที่พร้อมสู่เป้าหมายเดียวกันด้วย

 

แหล่งอ้างอิง :

https://365solution.co/

https://techsauce.co/  

https://blog.readyplanet.com/ 


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


Content Marketing เรียนออนไลน์ก็ได้ด้วยระบบ e-Learning 

Martech ทำไมจึง SMEs ต้องให้ความสำคัญ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155813 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132058 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119307 | 24/11/2020
banner