เรียนรู้แนวคิด Transform ธุรกิจ จากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สู่ผู้คิดค้นวัสดุดามกระดูกเจ้าแรกในไทย ใช้ใน140 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

SME in Focus
03/09/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 1583 คน
เรียนรู้แนวคิด Transform ธุรกิจ จากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สู่ผู้คิดค้นวัสดุดามกระดูกเจ้าแรกในไทย ใช้ใน140 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
banner
ทุกวิกฤตมักมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ และบางครั้งอาจหยิบยื่นโอกาสที่ดีในการทำธุรกิจใหม่ให้กับหลาย ๆ คน เช่นเดียวกับ คุณวินิจ ฤทธิ์ฉิ้ม เจ้าของโรงงาน OEM ที่ประสบวิกฤตจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อย่างหนัก แต่เขาพลิกชีวิตหันมาจับธุรกิจใหม่ จนเป็นรายแรกในไทยที่ผลิตและจำหน่ายวัสดุดามกระดูกฝังใน ได้รับความไว้วางใจจากกว่า 140 โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย เขามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยาวนานกว่า 30 ปี วันนี้ Bangkok Bank SME ขอนำเรื่องราว แนวคิด และไอเดียธุรกิจน่าสนใจ มาฝากกัน



มองเห็นโอกาสในวิกฤต จึง Transforms สู่ธุรกิจใหม่

คุณวินิจ ฤทธิ์ฉิ้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัทออโธพีเซีย จำกัด เล่าถึงเส้นทางธุรกิจว่า เดิมทีตนเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แบบ OEM แต่มาประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 หรือที่เรียกกันว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และมีหลายธุรกิจล้มเลิกกิจการจำนวนมาก 

แต่ในวิกฤตครั้งนั้น ทำให้เรามองเห็นโอกาสธุรกิจ ‘เครื่องมือแพทย์และการรักษา’ ที่ยังคงเติบโตสวนกระแส เพราะไม่ว่าอย่างไร คนก็ยังต้องใช้บริการ โดยเฉพาะวัสดุดามกระดูกที่ยังไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทย ขณะที่สินค้านำเข้าก็มีราคาแพง และไม่เหมาะสมกับสรีระของคนเอเชีย 

“ผมเริ่มศึกษาอุปกรณ์การแพทย์เกี่ยวกับกระดูกแตกและหัก เพราะมองว่าบ้านเรามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เยอะมาก และมีอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกแตกหักอยู่บ่อย ๆ แต่ในเวลานั้นยังไม่มีผู้ผลิตวัสดุดามกระดูกในประเทศไทย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก Pain Point นี้ จุดประกายให้ผมตั้ง บริษัทออโธพีเซีย จำกัด ขึ้นในปี 2545 ถือเป็นบริษัทแรก ๆ ในประเทศไทยที่ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ประเภทวัสดุดามกระดูกฝังใน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพง”



Transforms ธุรกิจ ด้วยนวัตกรรม

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มาตลอด 20 กว่าปี ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องมือทางการแพทย์เลยสักนิด จะมองเห็นเป็นโอกาสได้อย่างไร? คุณวินิจ ตอบข้อสงสัยนี้ว่า ในการ Transforms ธุรกิจ ตนเริ่มจากการเข้าไปสอบถามแพทย์ถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ 

จากนั้นจึงหาความรู้ ศึกษาตลาดและคู่แข่ง เรียนรู้อุปสรรคปัญหาของแต่ละแบรนด์ผ่านความคิดเห็นของแพทย์ รวมถึงการออกบูทแนะนำตัวในงานด้านเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อหาโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องทางการแพทย์ 

รวมไปถึงศึกษาเครื่องจักร วิธีการผลิต ขั้นตอนทดสอบความปลอดภัย แล้วค่อย ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมา โดยทำงานวิจัยร่วมกับแพทย์ไทยซึ่งเป็นผู้ใช้โดยตรง

จุดขายสำคัญ คือการออกแบบให้เหมาะกับสรีระของคนเอเชีย ซึ่งแตกต่างจากชาวตะวันตก สามารถปรับดีไซน์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำราคาให้เข้าถึงได้ง่าย และหากเกิดปัญหาสามารถดูแลแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นความโดดเด่นที่ช่วยแจ้งเกิดธุรกิจใหม่ของ คุณวินิจ ได้สำเร็จ 



พัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทั้งแพทย์ และผู้ป่วย

‘ออโธพีเซีย’ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกชั้นนำของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของแพทย์ และผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง นั่นคือ ‘นวัตกรรมวัสดุทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลัง’ (Lateral Lumbar Interbody Fusion : LLIF) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมแบบเปิดแผลเล็กเข้าทางด้านข้าง 



ข้อดี คือช่วยให้การผ่าตัดทำได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกขึ้น แผลที่ผ่าตัดเล็กลง ทำให้เสียเลือดน้อยลง ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อภายใน ลดความเสี่ยงในการผ่าตัด มีขนาดที่หลากหลาย ที่สำคัญไม่ต้องตัดกระดูกออก จึงเพิ่มโอกาสสร้างกระดูกให้เชื่อมติดกันได้เร็วขึ้น เหมาะกับปล้องกระดูกของคนเอเชีย 

โดยมีการออกแบบชุดเครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษประกอบด้วย ชุดเครื่องมือสำหรับการเตรียมพื้นที่กระดูกให้พร้อม และชุดเครื่องมือสำหรับวัดขนาดหมอนรองกระดูก ซึ่งตอบโจทย์ทั้งแพทย์ และผู้ป่วย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



“เรามุ่งมั่นจะทำให้เกิดผลดีกับผู้ป่วยมากที่สุด โดยหวังให้การผ่าตัดใหญ่เป็นวิธีการสุดท้ายของการรักษา จึงพยายามออกแบบเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อให้แพทย์ผ่าตัดแผลเล็กลงมากที่สุด ผู้ป่วยจะได้เจ็บน้อยลง โดยผลิตภัณฑ์ วัสดุทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลัง เราพัฒนาอยู่เป็นปีกว่าจะตอบโจทย์ทั้งคนไข้ และแพทย์ นี่จึงเป็นโอกาสของคนไทยและคนในภูมิภาคนี้ ที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ” 



ความพยายาม มุ่งมั่น และอดทน คือ ส่วนผสมความสำเร็จ

คุณวินิจ เล่าย้อนถึงเส้นทางการพัฒนาที่ฝ่าฟันกว่าจะมาเป็น นวัตกรรมวัสดุดามกระดูก จนวงการแพทย์ยอมรับอย่างทุกวันนี้ว่า ออโธพีเซีย เริ่มจากผลิต สกรูดามกระดูก สำเร็จเป็นชิ้นส่วนแรก แต่เมื่อผลิตได้แล้วใช่ว่าจะสามารถนำออกมาจำหน่ายได้ทันที 

เนื่องจากวงแพทย์ไทย ยังไม่เชื่อมั่นบริษัทผู้ผลิตโดยคนไทย เพราะไม่มีมาตรฐานรองรับ ที่ผ่านมาเรานำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศมาโดยตลอด บริษัทจึงต้องใช้เวลาอีก 5 ปีเพื่อให้ได้เอกสารรับรองผลิตภัณฑ์มา 



โดยเริ่มต้นจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม แต่ไม่สามารถออกเอกสารได้เพราะไม่เคยมีการผลิตในประเทศไทยมาก่อน เช่นเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งไม่มีเภสัชกรที่มีความรู้เกี่ยวกับการผลิตด้านนี้เช่นกัน

คุณวินิจ จึงต้องนำเอกสารรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศไปยืนยัน จนในที่สุด สมอ. ออกใบมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอ.) ให้ จากนั้นนำไปยื่นที่ อย. ทำให้ได้หนังสือรับรองการจำหน่ายมา จึงสามารถนำไปใช้ยืนยันและใช้เวลาอีกเกือบ 2 ปี จนนำมาสู่การขายได้ในที่สุด 

เนื่องจากเมื่อแพทย์คนแรกยอมรับแล้วนำไปใช้ จะต้องรอดูผลประมาณ 3 เดือน เมื่อทุกอย่างผ่าน กระดูกคนไข้ติดกันได้โดยไม่ติดเชื้อ แปลว่าใช้ได้ผลดี มีการแนะนำและบอกต่อ บริษัทจึงสามารถนำผลการใช้จริงไปการันตีกับโรงพยาบาลอื่นต่อไปได้



และเมื่อผลิตภัณฑ์แรกประสบความสำเร็จในการจำหน่าย บริษัทจึงเริ่มผลิตอุปกรณ์ดามกระดูกส่วนอื่นขึ้นมาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น แผ่นโลหะดามกระดูกไหปลาร้าชนิดหัวสกรูพยุง, โลหะดามกระดูกสันหลังส่วนกะโหลกศีรษะและคอด้านหลัง และโลหะดามกระดูกสันหลังส่วนอกและเอว เป็นต้น เรียกว่าปัจจุบันมีวัสดุดามกระดูกได้ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย 



"อุปกรณ์ดามกระดูกที่ผลิตทุกชิ้นของบริษัท ต้องนำมาทดสอบความแข็งแรงและปลอดภัยของวัสดุในสัตว์ก่อน จากนั้นจึงทำการทดสอบกับผู้ป่วยจริง เพราะเราต้องสอนวิธีใช้ให้แพทย์ใช้งานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ” 



ทั้งนี้ นอกจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO13485 จากภายในประเทศแล้ว ยังได้รับมาตรฐาน CE Mark ระดับสากล ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ที่ยอมรับทั่วโลก เป็นบริษัทแรก ๆ ของไทยที่ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ประเภทวัสดุดามกระดูกฝังใน จนได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 140 แห่งทั่วประเทศ



รางวัลสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี การันตีคุณภาพฝีมือคนไทย

จากการที่ ‘ออโธพีเซีย’ สามารถพัฒนานวัตกรรมวัสดุทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลัง เพื่อใช้รักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมแบบเปิดแผลเล็กเข้าทางด้านข้าง ที่ช่วยให้การผ่าตัดทำได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกขึ้น ตอบโจทย์ทั้งแพทย์ และผู้ป่วย ทำให้ได้รับรางวัล The Best SME Thailand Inno Awards 2019 เป็นรางวัลสูงสุดการประกวดนวัตกรรมแห่งปีมาครองได้สำเร็จ



ตั้งเป้าขยายโอกาสสู่ตลาดอาเซียน

คุณวินิจ สะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจว่า การพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือการแพทย์ของคนไทย เป็นทางเลือกในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่การทำงานวิจัยร่วมกับแพทย์ไทยซึ่งเป็นผู้ใช้โดยตรงถือเป็นการสร้างความรู้จักในสินค้าไปพร้อม ๆ กัน 



ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีขั้นตอนการออกแบบวิจัยพัฒนา และการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สินค้ามีคุณภาพทัดเทียมกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีมาตรฐานรับรองระดับสากลการันตีคุณภาพ ที่ยอมรับกันทั่วโลก อีกทั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงโอกาสทางการรักษาได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นการผลิตและพัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ 



และด้วยขนาดที่เหมาะสมกับรูปร่างของผู้ป่วยชาวเอเชียทั้งในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มหลัก จึงเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนที่ยังไม่มีประเทศใดสามารถผลิตวัสดุศัลยกรรมกระดูกแบบเราได้
               
คุณวินิจ มองว่า นวัตกรรมมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจไม่ว่าจะวันนี้หรืออนาคต และเชื่อว่าเราทุกคนสามารถเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมได้ แค่เปลี่ยนจากการคิดและทำอะไรแบบเดิม ๆ หันมาคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ที่ใช้เวลาสั้นลง แต่ทำให้ดีขึ้น ก็จะกลายเป็นนวัตกรรมได้ในที่สุด ซึ่งนวัตกรรมจะทำให้เราแข่งขันในตลาดโลกได้ พร้อมกันนั้นยังสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจตัวเองได้อย่างยั่งยืน


ติดตามเรื่องราว ‘บริษัท ออโธพีเซีย จำกัด’ ได้ที่

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155807 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
131642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
118901 | 24/11/2020
banner