‘นมแพะมาโต’ ประโยชน์เยอะ เลี้ยงอิงธรรมชาติจากฟาร์มปลอดโรค มุ่งเจาะตลาดนมคุณภาพ

SME in Focus
04/08/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 2245 คน
‘นมแพะมาโต’ ประโยชน์เยอะ เลี้ยงอิงธรรมชาติจากฟาร์มปลอดโรค มุ่งเจาะตลาดนมคุณภาพ
banner
ก่อนจะเป็น ‘นมแพะมาโตะ’

มาโตฟาร์ม (Mato Farm) ฟาร์มแพะรายใหญ่แห่งภาคใต้ ตั้งอยู่ที่บ้านแป-ระใต้ หมู่ 3 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล จุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวทำอาชีพเกษตรกร สวนยาง สวนปาล์ม โดยนำแนวคิดพัฒนาพื้นที่ราว 500 กว่าไร่ เป็นเป็นฟาร์มเลี้ยงแพะ จำนวน 1,200 ตัว โรงเรือนขนาด 3,400 ตารางเมตร จำนวน 28 หลัง และแปลงปลูกหญ้าที่ให้โปรตีนสูงเพื่อใช้เลี้ยงแพะ 



สร้างเขื่อนเก็บน้ำขนาดเล็กไว้ใช้ในฤดูแล้ง มีการบริหารจัดการการเลี้ยงแพะตามหลักสัตวบาล มาตรฐาน ‘ฟาร์มปลอดโรค’ ของกรมปศุสัตว์ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน  และใส่ใจทุกกระบวนการเลี้ยง เน้นการเลี้ยงแพะคุณภาพแบบอิงธรรมชาติ เพื่อให้ได้น้ำนมแพะที่มีคุณภาพ อร่อย และปลอดภัยต่อผู้บริโภค



บรีดดิ้งพันธุ์แพะเลือดผสม

คุณสมวงศ์ ธีระกุลพิศุทธิ์ เจ้าของ มาโตฟาร์ม (Mato Farm) จบการศึกษาด้านสัตวบาล สาขาสัตวศาสตร์ ดูแลด้านการจัดการและการผลิต กล่าวว่า ส่วนตัวชอบเลี้ยงสัตว์ ปี 2545 จึงลงทุนซื้อที่เพื่อทำฟาร์ม และแปลงปลูกหญ้าเลี้ยงแพะเนื้อพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งมีจุดเด่นด้านความทนทานต่อโรค แต่ก็มีข้อจำกัดด้านอื่น เช่น โตช้า ตัวเล็ก และให้ผลผลิตน้อย



ซึ่งต่อมาฟาร์มได้มีการปรับปรุง โดยนำแพะสายพันธุ์ต่างประเทศที่มีจุดเด่น เช่น ให้น้ำนมและเนื้อเยอะ โครงสร้างร่างกายใหญ่ มาผสมกับแพะพันธุ์พื้นเมือง ทำให้ได้แม่ฐาน หรือ ‘แม่พันธุ์แพะ’ สายเลือดใหม่ที่พัฒนาขึ้นเอง

ต่อมาได้นำแพะพันธุ์สายพันธุ์ต่างประเทศมาผสมอีกครั้ง ทำให้ได้สายพันธุ์แพะที่มีเลือดผสม 3 สายเลือด มีคุณสมบัติเด่นคือ โครงสร้างร่างกายใหญ่ขึ้น ให้น้ำนมมากขึ้น โตเร็ว และทนทานต่อโรค 



‘แม่ฐาน’ ของแพะที่ฟาร์มมาโต จะเป็น แพะเนื้อพันธุ์พื้นเมือง ผสมกับ แพะนมสายพันธุ์ยุโรป โดยเน้นพันธุ์นม คุณสมวงศ์ เผยว่า ช่วงแรกยังไม่คิดจะพัฒนาเป็นฟาร์มนมแพะ แต่ด้วยโครงสร้างร่างกายของแพะสายพันธุ์ต่างประเทศที่นำมาผสม และพัฒนาข้ามสายพันธุ์จนได้แพะเลือดใหม่ออกมา มีด้วยโครงสร้างที่ใหญ่กว่าแพะสายพันธุ์พื้นเมืองทั่วไป ทำให้แม่แพะผลิตน้ำนมได้มาก และมีปริมาณเพียงพอ ในการทำให้แพะลูกผสมเติบโตได้เต็มศักยภาพทางพันธุกรรม

ต่อมาเกิดปัญหาภาวะ ‘แพะล้นตลาด’ จึงเกิดแนวคิดในการทำฟาร์มแพะนมอย่างจริงจัง เนื่องจากในโซนภาคใต้ยังมีผู้ผลิตเพียงไม่กี่ราย ประกอบกับทางฟาร์มมีแม่พันธุ์แพะนมลูกผสมที่มีศักยภาพดังกล่าว 



“นมแพะ มีสารอาหารที่มีประโยชน์มาก สมัยก่อนเรารีดดื่มเองอยู่แล้ว โดยการนำมาพาสเจอไรส์ แต่การทำนมแพะเพื่อจำหน่าย ต้องผ่านมาตรฐานด้านอาหาร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก เราจึงมุ่งพัฒนาสินค้านมแพะในเชิงพาณิชย์ ให้มีมาตรฐานรองรับ เพราะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการทำธุรกิจ”
 
มาโตฟาร์ม เริ่มต้นจากแนวคิดธุรกิจพัฒนาฟาร์มแพะขนาดเล็ก ด้วยความชื่นชอบ นำองค์ความรู้ด้านสัตวศาสตร์ มาพัฒนาและบริหารจัดการฟาร์มให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และใส่ใจสวัสดิภาพสัตว์ ไปจนถึงการพัฒนาผลผลิตของฟาร์มเพื่อสร้างตลาด ‘นมแพะ พาสเจอร์ไรส์’  ปัจจุบันสามารถจำหน่ายทั่วประเทศ ขณะที่  ‘แพะเนื้อ’ ซึ่งเป็นสินค้าเดิมของฟาร์ม ปัจจุบันยังทำอยู่เช่นกัน 



‘มาโตะ’ นมแพะไม่มี (สาบ) กลิ่นแพะ

การจัดการฟาร์มนมแพะ เป็นงานที่มีรายละเอียดเยอะมาก คุณสมวงศ์ กล่าวว่า ต้องพิถีพิถันและใส่ใจทุกรายละเอียดในการเลี้ยง เพื่อให้ได้ผลผลิตนมแพะคุณภาพสูง แม้ว่าจะมีรสชาติที่อร่อย และคุณประโยชน์มาก แต่โดยธรรมชาติของนมแพะจะมีกลิ่นเฉพาะตัว 

หากมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ สะอาด ถูกสุขลักษณะ และมีการจัดการสภาพแวดล้อมในฟาร์มให้สอดคล้องตามหลักสวัสดิภาพของสัตว์ จะทำให้นม ไม่มีกลิ่นสาบ และคงรสชาติดั้งเดิมไว้ได้ 

นอกจากนี้  มาโตฟาร์ม ยังมีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อร่วมกันพัฒนาเรื่องรสชาติและกลิ่นนมแพะที่ทำให้ถูกปากผู้บริโภค รวมถึงมีการใช้หลักการจัดการฟาร์มที่เน้นใช้อินทรีย์จัดการเรื่องกลิ่นสาบแพะได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับการรีดนมแพะของมาโตฟาร์ม คือจะคัดเลือกเฉพาะแพะตัวที่ยืนนิ่ง ๆ ยอมให้รีดนมแต่โดยดี ซึ่งโดยธรรมชาติของแม่แพะที่ถูกรีดนมในช่วงแรกจะดิ้น หรือขัดขืน ทำให้ได้ปริมาณที่น้อย โดยนมแพะที่ได้ในส่วนนี้จะนำไปเลี้ยงลูกแพะก่อน ส่วนแพะที่คุ้นเคยในการรีดนมแล้ว จะยืนให้รีดโดยดี และจะรู้สึกมีความสุขเมื่อถูกรีดรีดนม

เพราะนมจะตึงและคัด เมื่อรีดนมออกจะรู้สึกสบาย  โดยที่ฟาร์มใช้ระบบสูญญากาศในการรีดนมแบบเดียวกับที่ใช้ในฟาร์มโคนมที่มีมาตรฐาน จึงปลอดเชื้อปนเปื้อนต่าง ๆ นมแพะจากมาโตฟาร์ม จึงสะอาด ไม่มีกลิ่นสาบ และเป็นนมที่ได้จากแม่แพะอารมณ์ดี ไม่ได้เกิดความเครียดจากการรีด จึงเป็นนมที่มีความเข้มข้นสูง เราจึงนำส่วนนี้ไปทำเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ขาย



ขยายตลาดผลิตภัณฑ์จากนมแพะ

คุณกมลวรี สถิติสังวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮารอย ฟู๊ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมแพะพาสเจอไรส์ แบรนด์ ‘มาโตะ’ (Mato)  กล่าวว่า วัตถุดิบจากนมแพะสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย

โดยสินค้ากลุ่มแรกของบริษัทฯ ยังเป็นกลุ่มนมแพะพาสเจอไรส์ รวมทั้งล่าสุดขยับไปพัฒนา ‘ไอศกรีมนมแพะ’ แบบซอฟท์เสิร์ฟใส่กระปุกแช่แข็ง โดยจะใช้กลยุทธ์ในการออกบูทแสดงสินค้าเพื่อสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย



ทั้งยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  พัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘โยเกิร์ตนมแพะ’ รวมทั้งการทำ ‘นมแพะแบบผง’ และอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขั้นตอนการศึกษา และเก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากนมแพะที่ตอบโจทย์ด้านการตลาดได้ในอนาคต อาทิ นมแพะ UHT เป็นต้น



ความสุขของแพะ สู่นมแพะพาสเจอร์ไรส์

มาโตฟาร์ม ใช้รูปแบบการเลี้ยงสัตว์เชิงป้องกันโรค ผสานองค์ความรู้ด้านการดูแลสัตว์ตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลผลิต เน้นให้แพะกินอาหารดี ที่อยู่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอนการเลี้ยง แพะจึงไม่เพียงสุขภาพดี แต่ยังมี ‘ความสุข’ ทำให้สามารถลดการใช้ยากระตุ้น และเคมีได้ด้วย

“หากมองที่คุณประโยชน์ นมแพะ 1 ขวด ขนาด 150 มิลิลิตรให้โปรตีน 5 กรัม มีปริมาณแคลเซียม 25 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปริมาณที่ผู้ใหญ่หนึ่งคนต้องการต่อวัน และไม่มีกลิ่นสาบ ด้วยการเลี้ยงที่มุ่งเน้นคุณภาพ แตกต่างจากในท้องตลอดที่จำหน่ายทั่วไป”  



3 จุดแข็งของธุรกิจ ‘นมแพะ Mato’ 

คุณกมลวรี กล่าวอีกว่า จุดเด่นของนมแพะ Mato ที่แตกต่างจากในตลาด ได้แก่ 

1. มาโตฟาร์ม เป็นรายเดียวที่ทำผลิตภัณฑ์นมแพะจากวัตถุดิบในฟาร์มของเราเองทั้งหมด แต่ในท้องตลาดส่วนใหญ่ จะเกิดจากการรวบรวมวัตถุดิบรายหลาย ๆ ฟาร์ม มีข้อจำกัดด้านการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ

2. เป็นฟาร์มปลอดโรคตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ แม้ปัจจุบันกฎหมายยังไม่ได้บังคับ แต่เราพิจารณาว่า นี่คือความใส่ใจที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ทุกปีจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์มาตรวจสอบและประเมินคุณภาพอยู่เสมอ

และ 3.เน้นผลิตนมแพะคุณภาพ จากกระบวนการเลี้ยงที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่ สายพันธุ์ที่พัฒนาอย่างเหมาะสม ให้ผลผลิตสูง มีแหล่งอาหารเพียงพอ รวมถึงการจัดการฟาร์มตามหลักสุขลักษณะและหลักสวัสดิภาพสัตว์ ทำให้กล้ารับประกันว่าเราเป็นนมแพะที่ดีที่สุดในตลาด และเป็นรายเดียวในภาคใต้ที่ผลิตสินค้านมแพะจากฟาร์มแห่งเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์ (Single Farm )

คุณสมวงศ์ อธิบายเสริมว่า การรับนมแพะจากแหล่งอื่น มีปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ผลิตต้องแบกรับมากมาย แต่หลัก ๆ คือเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวของตลาดนมแพะ ด้วยเหตุนี้ มาโตฟาร์มจึงไม่เปิดรับนมจากแหล่งผลิตอื่น ๆ เข้ามาจำหน่าย เพราะมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะสามารถควบคุมคุณภาพได้ 

นอกจากนี้ อีกความพิเศษ ของ ‘นมแพะ Mato’ คือ เราจะไม่รีดนมนานเกินไป  โดยกำหนดไว้ว่า 1 ตัว จะรีดไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งโดยทั่วไปอาจจะรีดได้ถึง 4-6 เดือน แต่จากการศึกษาข้อมูล เราพบว่ายิ่งรีดนมนาน คุณภาพน้ำนมจะเจือจางลง หรือความเข้มข้นลดลง ดังนั้น มาโตฟาร์มจึงเลือกรีดนมในระยะเวลาสั้นลง เพื่อรักษาคุณภาพน้ำนมที่ให้คงประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากที่สุด



เจาะตลาดผู้บริโภค Health Conscious

คุณกมลวรี กล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หรือที่เรียกว่า กระแส Health Conscious ทำให้มีกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ หันมานิยมดื่มนมแพะ ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้แพ้นมวัวเพียงอย่างเดียว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ใช้ชีวิตในเมือง มีความกังวลเรื่องการเกิดภัยต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง และโรคภูมิแพ้  ที่จากเดิมกินนมจากพืช ก็หันมากินนมแพะ

ข้อมูลเหล่านี้ เราได้จากการสอบถามลูกค้าช่วงที่ไปออกบูทตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเทคนิคคือการแนะนำสินค้า ให้ทดลองชิม สิ่งที่ลูกค้ารู้สึกได้ คือนมแพะของเราไม่มีกลิ่นสาบ แต่ยังคงกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรสชาติอร่อย

ดังนั้น การแก้ Pain Point เรื่องสาบแพะ เราจึงทำสินค้าที่เป็นนมแพะพาสเจอไรส์ รสธรรมชาติออกมา สำหรับมือใหม่ที่สนใจทดลองอยากชิมนมแพะ รวมทั้ง นมแพะพาสเจอไรส์ รสกลมกล่อม รสนมไข่มุกบุก รสกาแฟ รสช็อคโกแลต และรสชาเขียวมัทฉะ ออกจำหน่าย 



ช่องทางจำหน่าย  ‘นมแพะ Mato’

ปัจจุบัน  ‘นมแพะ Mato’ จำหน่ายผ่าน Page Facebook และ  LINE SHOP โดยใช้ชื่อว่า Mato Goodmilk ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มคนรักสุขภาพจะเข้าถึงมากกว่า ในแพลตฟอร์มขายออนไลน์ทั่วไป รวมถึงจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม Shopee เนื่องจากต้องการทดลองตลาดว่าสามารถเพิ่มยอดขายได้หรือไม่

ส่วนออฟไลน์ ปัจจุบันยังไม่ได้ทำตลาดมากนัก โดยมีจำหน่ายผ่านสาขาของเราที่จังหวัดตรัง และสตูล รวมถึงวางจำหน่ายในคณะแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีแผนจะเพิ่มช่องทางจำหน่ายที่ แม็คโคร และมินิบิ๊กซี

รวมทั้งช่องทางโมเดิร์นเทรดอื่น ๆ  ส่วนเป้าหมายระยะต่อไป จะเน้นสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้นด้วยการแนะนำสินค้าแก่ผู้บริโภค ผ่านการจัดงานแสดงสินค้า โดยร่วมกับหน่วยงานพาณิชย์จังหวัดสตูล ที่คัดเลือกให้ ‘นมแพะ Mato’ เป็นสินค้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัด นอกจากนี้ยังเพิ่มการให้บริการผ่านเดลิเวอรี่ด้วย  



บริการส่งแบบแช่เย็น-แช่แข็ง ถึงหน้าบ้าน

สำหรับการจัดส่งนมแพะให้ลูกค้าทั่วประเทศ มาโตฟาร์ม ได้มีการร่วมมือกับ บริการ KERRY COOL แพลตฟอร์มขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ ในการจัดส่งสินค้านมแพะแช่เย็นหรือแช่แข็ง โดยจะมีรถบริการเข้ารับพัสดุถึงหน้าฟาร์ม ส่งตรงให้แก่ลูกค้าถึงบ้าน ในเขตกรุงเทพฯ ใช้เวลาจัดส่งประมาณ 1 วัน ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดประมาณ 2 วัน ซึ่งส่วนนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่งแบบแช่เย็นหรือแช่แข็งไปให้ โดยคิดค่าขนส่งเท่ากัน  



เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจฟาร์มนมแพะยังเป็นสิ่งใหม่ของฟาร์มมาโต โดยปัจจุบันกำลังผลิตของ ‘นมแพะ Mato’ ต่อวัน อยู่ที่ประมาณ 1,300 ขวด (ขนาด 150  ml.) คุณกมลวรี มองว่า ยังไม่จำเป็นที่จะต้องรีบเร่งขยายตลาดให้เติบโต หรือขยายกำลังการผลิตให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เน้นทำเพื่อความสุข  เป็นฟาร์มที่ผลิตสินค้านมแพะคุณภาพสูง เพื่อผู้บริโภค
 
ด้วยเหตุนี้ แนวคิดธุรกิจ มาโตฟาร์มจึงพัฒนาธุรกิจจากขนาดเล็กให้มั่นคงเสียก่อน ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการเรียนรู้ตลาด เพราะไม่เคยทำธุรกิจอาหารมาก่อน แต่มีศักยภาพและจุดแข็ง คือมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตร ปศุสัตว์ และการจัดการฟาร์มยุคใหม่ 

เรามองว่า ‘นมแพะ Mato’ เป็นอาหารสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นคนรักสุขภาพที่มีกำลังซื้อสูงพอสมควร แต่ยังคงวางคอนเซ็ปต์เป็น Niche Market ที่เน้นเจาะตลาดผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ รู้คุณประโยชน์ของนมแพะดีอยู่แล้ว ก่อนค่อย ๆ ขยายเป็นวงกว้างไปสู่กลุ่มคนที่อยากทดลองดื่มนมแพะต่อไป 

ปัจจุบัน มาโตฟาร์ม ยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว และปรับปรุงรายละเอียดเพื่อพัฒนาตลาดให้ผู้บริโภคให้เข้าถึงได้สะดวกมากขึ้น ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้า ในกลุ่มสินค้าพรีเมียม ขณะเดียวกัน จะสร้างแบรนด์ ‘นมแพะ Mato’ ให้มีความแข็งแรงและเติบโต เมื่อมีความพร้อมในเวลาที่เหมาะสม จะก้าวสู่ขั้นต่อไปคือพัฒนาผลิตภัณฑ์  รวมทั้งเพิ่มการแปรรูปนมแพะให้เป็นสินค้าที่หลากหลายขึ้น ในอนาคต

ติดตามเพิ่มเติมที่: 
https://lin.ee/1iZxJfyN0 
https://aroifoods.com/frontpage 
https://www.facebook.com/matogoodmilk 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155807 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
131642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
118902 | 24/11/2020
banner