‘ตู้กับข้าว’ อาหารปักษ์ใต้ต้นตำรับ SIGNATURE ภูเก็ต ตอบโจทย์ทุกความอร่อย!

SME in Focus
30/04/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 6123 คน
‘ตู้กับข้าว’ อาหารปักษ์ใต้ต้นตำรับ SIGNATURE ภูเก็ต ตอบโจทย์ทุกความอร่อย!
banner
‘ภูเก็ต’ อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเยือนไม่ขาดสาย เมื่อมาถึง ต้องลองชิมอาหารพื้นเมืองรสชาติจัดจ้านแบบถึงอกถึงใจ คุณธีระศักดิ์ ผลงาม เจ้าของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ ผู้สร้างสรรค์อาหารพื้นเมืองรสชาติดั้งเดิม อัตลักษณ์ของเมืองภูเก็ตที่หารับประทานยาก จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเวียนมาสัมผัสความอร่อยไม่ขาดสาย



คุณธีระศักดิ์ ผลงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทเบิล สปูน จำกัด และเจ้าของร้านอาหาร ‘ตู้กับข้าว’  บอกเล่าถึงที่มาว่า หลังกลับจากสหรัฐอเมริกา (วรรค) ตนเริ่มทำอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว หลังจากนั้นด้วยความที่ชอบทำอาหารประกอบกับคุณแม่ทำอาหารอร่อย จึงเป็นการจุดประกายแนวคิดที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก

“ความชอบจากใจในการทำอาหาร เป็นเหมือน Passion ของเราในการเปิดร้าน ‘ตู้กับข้าว’ เพราะทำแล้วมีความสุข ตอนอยู่เมืองนอกทำอาหารรับประทานเอง วันหยุดก็ทำอาหารไทยไปวัดทุกอาทิตย์ จึงมีความผูกพันกับการทำอาหารมาตลอด เมื่อกลับมาเมืองไทย รู้สึกอยากเปิดร้านอาหารมาก” 



จาก Passion สู่การทำธุรกิจร้านอาหารได้อย่างไร?

คุณธีระศักดิ์ ยอมรับว่าความคิดที่จะทำธุรกิจร้านอาหาร ครอบครัวไม่สนับสนุน หรือเห็นด้วยนัก เพราะคุณแม่เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มองว่าการทำร้านอาหารเป็นงานที่เหนื่อยและบริหารงานยาก แต่เรามองว่าเป็นความท้าทาย และมีความมุ่งมั่นมาตลอดว่าจะต้องทำให้คุณแม่ยอมรับให้ได้ จึงลองทำให้คุณแม่รับประทาน เริ่มจากทำน้ำพริกโดยใช้สูตรของท่าน ผลคือมีคำชมว่าอร่อย 

เนื่องจากเราไม่มีทักษะด้านการทำธุรกิจ มีแต่ความชอบในการทำอาหาร จึงลงทุนซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหาร เพราะต้องการเรียนรู้ระบบการจัดการว่าเขาทำกันอย่างไร ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำร้านอาหารทั้งหมด จึงลองเปิดร้านอาหารชื่อ ‘เทเบิล สปูน’ ที่ห้าแยกฉลองเป็นร้านแรก นี่คือจุดเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารของเรา



 “ผู้ประกอบการที่สนใจจะเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร ต้องมีพื้นฐานด้านการทำธุรกิจด้วย โดยเฉพาะเรื่องระบบบริหารจัดการร้านเป็นเรื่องสำคัญ การลงทุนรูปแบบ แฟรนไชส์ จะง่าย และสะดวกในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ เพราะเขาดูแลให้เราทั้งระบบ แค่ไปเรียนรู้เท่านั้นเอง หลังจากนั้นเราต้องคิดพัฒนาเพื่อต่อยอดเป็นแบรนด์ธุรกิจของตัวเองต่อไป สิ่งนี้จะทำให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น”



ทำไมถึงชื่อ ‘ตู้กับข้าว’

คุณธีระศักดิ์ เล่าถึงที่มาของชื่อร้าน ‘ตู้กับข้าว’ ว่า ต้องขอบคุณคุณแม่ เมื่อท่านอนุญาตให้ทำ เราถามท่านว่าจะใช้ชื่ออะไรดีที่คนจดจำได้ง่าย ท่านให้แนวคิดว่าเอาเป็นเรื่องราวที่เล่าได้ง่าย โดยจุดประกายมาจากเมื่อตอนสมัยเด็ก ๆ กลับจากโรงเรียนมักจะถามคุณแม่ว่า “วันนี้มีอะไรกินบ้าง” ท่านจะบอกว่าให้ไปดูที่ ‘ตู้กับข้าว’ ซึ่งเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะคุ้นเคยกับชื่อนี้ ฟังแล้วน่ารัก เห็นภาพถึงบรรยากาศสมัยเด็ก จึงเป็นที่มาของชื่อร้านที่อยากให้บรรยากาศดูมีความเป็นครอบครัวที่อบอุ่น



ทำไม ‘ตู้กับข้าว’ ถึงเป็นซิกเนเจอร์ของชาวภูเก็ต

ร้าน ‘ตู้กับข้าว’ เน้นขายอาหารพื้นเมืองภูเก็ต และอาหารปักษ์ใต้สูตรต้นตำรับ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต ริมถนนพังงา ตกแต่งสไตล์ภูเก็ตผสมปีนังด้วยสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส เป็นตึกเก่าแก่อายุ 114 ปี แต่ดูร่วมสมัย เป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ต



สำหรับสไตล์การแต่งร้าน คุณธีระศักดิ์ อยากให้รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเหมือนรับประทานอาหารอยู่ที่บ้าน นี่คือ Theme ร้านตู้กับข้าว เพราะปกติคนภูเก็ตจะไม่ค่อยมีบรรยากาศอย่างนี้สักเท่าไหร่ จึงอยากเป็นร้านที่ชาวภูเก็ตพาลูกหลานออกมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่นในครอบครัว



“ก่อนหน้านี้เราเปิดร้านอาหารอยู่แล้วชื่อ 'เทเบิล สปูน' มี 2 สาขา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต และห้าแยกฉลอง เน้นบริการชาวต่างชาติเป็นหลัก จึงตั้งใจทำร้าน ‘ตู้กับข้าว’ ที่เน้นชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้น ทำให้ร้านนี้มีเมนูอาหารมากกว่า 100 เมนู เป็นอาหารไทยสไตล์ "บะกุ๊ดเต๋" อาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่ผสมผสานความเป็นจีน แต่เน้นรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน คงรสชาติดั้งเดิมตามสไตล์อาหารปักษ์ใต้ โดยเฉพาะอาหารภูเก็ตเราใช้สูตรของที่บ้าน เชฟ เป็นแม่ครัวที่ทำอาหารให้เรารับประทานตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ทำให้อาหารที่เสิร์ฟในร้านตู้กับข้าว เป็นรสชาติดั้งเดิมของคนภูเก็ตจริง ๆ รับรองว่า ถูกอกถูกใจคนในพื้นที่ รวมไปถึงคนไทยที่มาเยือนเมืองภูเก็ตได้ลิ้มลองความอร่อยของอาหารพื้นเมืองแน่นอน”     



เมนูเด็ด ใน ‘ตู้กับข้าว’ 

คุณธีระศักดิ์ อธิบายถึงความพิถีพิถันในการรังสรรค์เมนูอาหารว่า ทางร้านมีเมนูแนะนำที่เป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ต รสชาติดั้งเดิม รับรองความอร่อย เริ่มด้วยเมนู ‘เหลี่ยมต๊อผัดเคยเค็ม’ เหลี่ยมต๊อ คือเนื้อหมูใต้ราวนมตรงโคนขาหลัง ตัวหนึ่งมีไม่เกิน 4 ขีด เนื้อนุ่มปนหนึบคล้ายหมูสามชั้น ผัดกับเคยเค็มหอม ๆ ที่ไม่เค็มมากของภูเก็ต ให้รสชาติอร่อยกลมกล่อม



ตามด้วย ’ผัดบังก๊วน’ จะใช้มันแกวเอามาสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ ผัดกับหมึกแห้งราดน้ำจิ้มแล้วรับประทานเหมือนเมี่ยงคำ



“อีกหนึ่งเมนูที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเทศกาล หรืองานต่าง ๆ ต้องมีเมนูนี้ร่วมโต๊ะอยู่เสมอ นั่นก็คือ ‘หมูฮ้องภูเก็ต’ ใช้เนื้อโคนขาหน้ากับเหลี่ยมต๊อ หมักรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ ซีอิ๊ว น้ำตาล แล้วเคี่ยวไฟอ่อน 4-5 ชั่วโมง จนรสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อ เอาน้ำหมูฮ้องมาคลุกข้าว อร่อยอย่าบอกใครเชียว”



นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำ อาทิ แกงส้มปลา กุ้ง ใส่โชน สับปะรด น้ำพริกกุ้งเสียบ หมี่หุ้นแกงปู และอีกมากมายในราคาที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้

คุณธีระศักดิ์ สะท้อนภาพด้วยว่า ร้านอาหารในเมืองภูเก็ตแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งทำอาหารแนวนี้เหมือนกัน แต่ที่แตกต่างคือเรื่องรสชาติ เมื่อก่อนเราทำอาหารตามใจผู้บริโภคเป็นหลัก แต่สุดท้าย เราไม่สามารถทำอาหารให้รสชาติถูกใจลูกค้าทุกคน เป็นไปไม่ได้ เราจึงเลือกที่จะทำตามสูตรของตัวเองแล้วบอกว่านี่คือ ‘อาหารที่เป็นซิกเนเจอร์ของ ตู้กับข้าว’ ถ้าต้องการรับประทานอาหารรสชาติแบบนี้ ต้องมาที่ร้าน ‘ตู้กับข้าว’ จุดยืนของร้านจะไม่เปลี่ยนรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา



Key Success ของ ‘ตู้กับข้าว’ คืออะไร ?

คุณธีระศักดิ์ กล่าวถึงหัวใจในการทำธุรกิจว่า การรักษาลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะลูกค้าเดิม เพราะลูกค้าใหม่เราสร้างได้ทุกวัน แต่ลูกค้าเก่า จำเป็นต้องรักษาไว้ให้ได้ตลอด เพราะลูกค้าจะช่วยบอกต่อ ทำให้เกิดลูกค้าใหม่ สิ่งนี้ช่วยตอกย้ำเรื่องคุณภาพและความอร่อยของรสชาติอาหารร้าน ‘ตู้กับข้าว’ ได้เป็นอย่างดี เป็นความภูมิใจที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ กลับมารับประทานซ้ำอยู่เสมอ

ทำธุรกิจร้านอาหารต้องมี Story Telling

คุณธีระศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการทำร้านอาหาร Story เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ อย่างร้าน ‘ตู้กับข้าว’ จะเล่าถึงที่มาของอาหารอร่อยที่มาจากสูตรดั้งเดิมของคุณแม่ ที่เรานำมาต่อยอดให้ลูกค้าได้รับประทาน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น ลูกค้าสามารถนำไปเล่าสู่กันฟังได้อย่างเพลิดเพลินบนโต๊ะอาหาร ถือเป็นอรรถรสอย่างหนึ่งที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้บริโภคสมัยนี้ เป็นการตลาดที่สร้างโอกาสในโลกโซเชียลได้ดี”



เราเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้เสมอ

คุณธีระศักดิ์ ให้มุมมองเรื่องวิกฤตที่ผ่านมาว่า บางครั้งวิกฤต ก็สร้างโอกาสให้เราได้ เช่น ช่วงสถานการณ์โควิด 19 เมืองภูเก็ตมีการระบาดหนัก ถูกล็อคดาวน์ก่อนใคร ร้านเราได้รับผลกระทบเกือบ 100% แต่เรารู้สึกสงสารพนักงาน จึงไม่ปลดพนักงานออกเลยกว่า 70 ชีวิต เพราะแต่ละคน มีครอบครัวของตัวเองต้องดูแล

เราแก้ปัญหาโดยตั้งสติ แล้วย้อนกลับมามองดูทุกอย่างในร้านว่า สถานการณ์แบบนี้ ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกน้องได้บ้าง จึงเห็นช่องทางโดยเปลี่ยนจากนั่งรับประทานในร้านเป็นซื้อกลับบ้าน ทำอาหารวันละ 30-40 เมนูมาวางขายหน้าร้าน ขายถุงละ 20 บาท ปรากฏว่าขายดีมาก ซึ่งเมื่อก่อนใครอยากจะมารับประทานอาหารร้าน‘ตู้กับข้าว’ ต้องจองคิวมาที่ร้านได้อย่างเดียว พอสามารถซื้อใส่ถุงกลับบ้านได้ ก็ขายดีสวนกระแสวิกฤตเลย

จนกระทั่งรัฐบาลสั่งปิดทุกโซน แยกทุกตำบล ทำให้ยอดขายลดลง เนื่องจากลูกค้าเดินทางมาซื้อไม่ได้ เราต้องกลับมาคิดต่ออีกว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ารับประทานอาหารเราได้ จึงเกิดไอเดียว่า ถ้าอย่างนั้น ลูกค้าไม่ต้องมาหาเรา แต่เราไปส่งให้เขาถึงที่ โดยใช้สโลแกนว่า ‘อยู่ที่ไหนก็อร่อยได้กับตู้กับข้าว’ โดยเลือกเมนูที่ลูกค้านิยมแล้วทำเป็นอาหารแช่แข็ง ส่งแบบ Delivery ให้ลูกค้าถึงบ้าน ปรากฏว่าเดือนแรกยอดขายถล่มทลาย เพราะสามารถส่งขายต่างจังหวัดได้ด้วย ถือเป็นการสร้างโอกาสในวิกฤตให้กับธุรกิจเรา 

“ปัจจุบัน อาหารแช่แข็งที่เราทำขายช่วงโควิด 19 กลายเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของร้าน ‘ตู้กับข้าว’ ไปแล้ว โดยขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่เพียงเท่านั้น สายการบินชื่อดังก็สั่งอาหารเราไปให้บริการผู้โดยสารบนเครื่องบินด้วย ดังนั้น เมื่อเราทำธุรกิจต้องมีสติ ไม่เศร้ากับวิกฤตที่เกิดขึ้นมากเกินไป แต่ต้องนำวิกฤตนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจเราไปต่อได้”



ก้าวต่อไปของ ‘ตู้กับข้าว’

คุณธีระศักดิ์ กล่าวถึงอนาคตของ ‘ตู้กับข้าว’ ว่า เตรียมเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งติดต่ออยากให้ร้านเราไปเปิด แต่สไตล์ของเราชอบ ‘สแตนด์อโลน’ เพราะมีอิสระในการจัดการร้านมากกว่า 

“มีหลายคนทักว่าอยากให้ร้าน ‘ตู้กับข้าว’ มีความเป็น ‘Unique’ ใครอยากรับประทานต้องมาที่ภูเก็ตเท่านั้น แต่เรามองว่าถ้าอยากให้ธุรกิจเติบโต สยายปีกได้ไกลขึ้น ต้องสนองความต้องการของลูกค้าและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น”



จะเห็นได้ว่า คุณธีระศักดิ์ ผลงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทเบิล สปูน จำกัด และเจ้าของร้านอาหาร ‘ตู้กับข้าว’ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างธุรกิจที่รู้ว่า Positioning ของตัวเองอยู่ตรงไหน และมีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ สร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่น จนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ ‘ตู้กับข้าว’ กลายเป็นอีกหนึ่งร้านอาหาร Signature แห่งเมืองภูเก็ต ที่นักเดินทางให้ความสนใจเช็กอินเข้าไปลิ้มลองรสชาติกันอย่างไม่ขาดสาย

รู้จัก ‘บริษัทเทเบิล สปูน จำกัด’ และ ‘ร้านอาหาร ตู้กับข้าว’ เพิ่มเติมได้ที่

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155807 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
131641 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
118900 | 24/11/2020
banner