BEAUTRIUM บิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ที่มากกว่าแค่ความสวย

SME in Focus
21/04/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 2210 คน
BEAUTRIUM บิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ที่มากกว่าแค่ความสวย
banner
ความต้องการ ณ จุดนั้นของลูกค้าสำคัญอย่างไร? หากพิจารณาในแง่ช่องทางการจำหน่ายที่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านราคา สินค้าหลากหลาย มีอิสระในการเลือก ทำให้เกิดเทรนด์ร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะประเภท (Specialty Store)  และร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะกลุ่มที่รวบรวมสินค้าหลายแบรนด์มาไว้ในที่เดียว (Multi-Brand Store) ซึ่งเทรนด์เหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทสังคม และการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีการสื่อสาร



คุณอติโรจน์  โรจน์รัตนวลี กรรมการบริหาร บริษัทบิวเทรี่ยม จำกัด เชนธุรกิจร้าน  ‘BEAUTRIUM’ บิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ชั้นนำ ที่รวบรวมสินค้าเครื่องสำอางและความงามทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้บริโภค และสร้างความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการรับรู้และการตัดสินใจซื้อสินค้า ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 



บิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ พื้นที่สร้างแต้มต่อ 

Key Success ของ ‘BEAUTRIUM’ ที่ทำให้ยืนหยัดในธุรกิจร้านบิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ได้ นั่นคือทำเลที่ตั้ง (Location) และช่องทางจำหน่าย (Channel) รวมถึงไอเดียธุรกิจที่ต่อยอดจากช่องว่างและใช้สร้างโอกาส โดยในอดีตร้านเครื่องสำอางและความงามที่มีแบรนด์ต่าง ๆ รวมอยู่ในร้านเดียวยังมีไม่มาก เนื่องจากยังขาดความชัดเจนด้านการทำตลาด

เมื่อเห็นช่องทาง คุณอติโรจน์  จึงคิดคอนเซ็ปต์ ในการรวมสินค้าหลากหลายแบรนด์ มาไว้ในพื้นที่เดียวกันเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จนเกิดเป็น ‘BEAUTRIUM’ ร้านบิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ ที่มาจากคำว่า Beauty + Atrium  หมายถึง พื้นที่ขนาดใหญ่ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ความสวย ความงาม รวมถึงบริการไว้ด้วยกัน เมื่อเข้ามาลูกค้าจะได้ความสวยกลับไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า



‘BEAUTRIUM’ เปิดสาขาแรกที่ประตูน้ำ เมื่อปี 2555 และย้ายมายังสยามสแควร์แหล่งรวมตัวของวัยรุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จากนั้นจึงมุ่งขยายสาขาเรื่อยมาตามการเติบโต โดยเน้นลงทุนในพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น แหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันมี 29 สาขา มีแบรนด์สินค้าเครื่องสำอางและความงามให้เลือกกว่า 1,000 แบรนด์ สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม รวมทั้งมีช่องทางจำหน่ายใน Shopee, LAZADA, GrabMart และ  Website ซึ่งเป็นกลยุทธ์ด้านทำเลที่ตั้ง และช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์ - ออฟไลน์ หรือการตลาดแบบ Omni Channel เพื่อรองรับการแข่งขันรวมทั้งพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง



คุณอติโรจน์  ตั้งเป้าหมายว่า  ‘BEAUTRIUM’ ต้องปรากฏตัวในทุกที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้านึกถึงร้านบิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ เป็นอันดับแรกเสมอ ด้วยรูปแบบร้านที่สามารถทดลองใช้สินค้า เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพและราคาได้ก่อนตัดสินใจซื้อ 



การตลาดต้องสร้าง Touchpoint 

คุณอติโรจน์  กล่าวว่า การแข่งขันในช่วงที่ผ่านมา ‘BEAUTRIUM’ เร่งขยายสาขา เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งที่ยกระดับการแข่งขันให้ตลาดมีความน่าสนใจ โดยจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่ ทุกเพศ ทุกวัย ใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์และดูแลตัวเองมากขึ้น ประกอบกับอิทธิพลของสื่อ อินฟลูเอนเซอร์ และคอนเทนต์ออนไลน์ต่าง ๆ มีการสืบค้นและเปรียบเทียบข้อมูลการเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคต้องการเข้าไปยังพื้นที่ที่มีคนให้ข้อมูล หรือความรู้ของสินค้าได้จริง ๆ

เพราะฉะนั้น การตลาดต้องทำงานหนักขึ้น ต้องเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้น และต้องสังเกตคู่แข่งตลอดเวลาว่าใครทำอะไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมา ‘BEAUTRIUM’ ได้นำเอาเทคโนโลยี Big Data เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำตลาด โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นและการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง พร้อมกับกลยุทธ์การตลาดที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภค



“สิ่งหนึ่งที่คิดว่าเราทำได้ดี นั่นคือ ความรวดเร็ว จับกระแสได้ทัน รู้ว่าสินค้าไหนเป็นที่นิยม เทรนด์เป็นอย่างไร มีอะไรที่เป็นกระแสใหม่ๆ เกิดขึ้น หรือเป็นความสนใจของผู้บริโภคในช่วงนั้น เราจึงหาสินค้าที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคได้ รวมถึงสามารถสื่อสารข้อมูลและตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด”

ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์การสื่อสารกับผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ หรือ กับผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ จึงเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เกิดร้านบิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ สามารถให้ความรู้หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นทางเลือกในการเปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อสินค้าได้ตามความต้องการ ‘BEAUTRIUM’ จึงเป็น Touchpoint ที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ผ่านการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในแง่การประชาสัมพันธ์ มีการทำโซเชียลมีเดียเพื่อใช้เป็นช่องทางโปรโมทสินค้าของแบรนด์ทำให้ร้านค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น



Emotion Marketing ประสบการณ์สร้างภาพจำ 

แม้ทุกอย่างล้วนต้องมีเหตุและผล แต่การซื้อเครื่องสำอาง หรือสินค้าความงาม อาจไม่จำเป็นต้องใช้ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Emotion Marketing ด้วยเหตุนี้ การวางตำแหน่งของแบรนด์ (Positioning) ด้วยจุดยืนที่เน้นด้านภาพลักษณ์ บรรยากาศ และอารมณ์ร่วมกับสินค้า หรือ Emotional ถือเป็นวิธีหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ทั้งยังสามารถพบได้บ่อยในสินค้าที่ใช้เพื่อแสดงฐานะของผู้ใช้ หรือสินค้าหรู (Luxury Brand)



คุณอติโรจน์  กล่าวว่า เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ ไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้าที่มีครบถ้วน แต่อยากมีส่วนในการสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ เพราะสินค้าที่เราขายคือเครื่องสำอางและความสวยความงาม ลูกค้าที่มาร้านส่วนใหญ่มักจะอยากทดลองสินค้าดูก่อน จึงตั้งใจว่าลูกค้าทุกคนจะต้องได้ประสบการณ์ที่ดีภายในร้าน เป็นอีกเหตุผลสำคัญในการขยายสาขา ตลอดจนเพิ่มช่องทางที่หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในขณะนั้นได้ โดยในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและความงาม  แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1.Mass - กลุ่มสินค้าที่คนทั่วไปเข้าถึงง่าย ในราคาไม่แพง 

2.Masstige (Mass +Prestige) กลุ่มสินค้าคุณภาพดี ภาพลักษณ์สวยงาม ราคาสูงกว่ากลุ่ม Mass แต่ยังไม่ถึง Luxury
 
3.Luxury กลุ่มแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์หรูหรา และราคาสูงขึ้น เช่น เคาน์เตอร์แบรนด์ 

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดกลุ่ม Masstige ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง ตลาด Mass และ Prestige หรือผู้ที่ต้องการบริโภคสินค้าที่ดูดี มีระดับ แต่ในราคาจับต้องได้ ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้เติบโตอย่างมาก จะเห็นว่าไม่ใช่เพียงราคาอย่างเดียว ที่จะทำให้ธุรกิจเป็นผู้ชนะในตลาดเครื่องสำอางและความงาม แต่ยังมีส่วนผสมของอารมณ์ในการเลือกซื้อ บางขณะอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อแค่เรื่องราคาแต่ซับซ้อนกว่านั้น อาทิ คุณภาพ และภาพลักษณ์ เพราะลูกค้ายุคใหม่ฉลาดเลือก โดยจะหาข้อมูลตามสื่อต่าง ๆ เพื่อประเมินความคุ้มค่าหรือความต้องการที่แท้จริงก่อนตัดสินใจซื้อ 



ส่วนในแง่ของการสร้างลูกค้าประจำ หรือการซื้อซ้ำ ที่ผ่านมาทางร้าน ‘BEAUTRIUM’ ได้จับมือกับ ‘The 1’ บริษัทเดอะวันเซ็นทรัล จำกัด โดยการซื้อสินค้าในร้านสามารถสะสมแต้มได้ เป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า รวมทั้งมีการทำโปรโมชัน ตลอดจนสิทธิพิเศษร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 



สาขาและทิศทางการลงทุนขยายธุรกิจ

‘BEAUTRIUM’ ไม่ได้พิจารณาการลงทุนขยายสาขาเฉพาะพื้นที่ห้างสรรพสินค้า หรือผูกติดกับรายใดรายหนึ่ง แต่มีแผนจะขยายสาขาตามทิศทางการเติบโตของลูกค้าในพื้นที่นั้น ๆ รวมทั้งสาขา Stand Alone ที่เห็นว่าตลาดมีศักยภาพเพียงพอให้พัฒนาได้ ขณะที่การเลือกแบรนด์ของแต่ละสาขาหรือพื้นที่ จะพิจารณาจากความเหมาะสม และความต้องการของลูกค้าในพื้นที่



ยกตัวอย่างสาขาที่มีลูกค้ากลุ่มท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ร้านจะมีสินค้าทางเลือกที่ลูกค้าสนใจเตรียมไว้ หรือบางพื้นที่กลุ่มวัยรุ่นเยอะ ร้านจะเพิ่มทางเลือกในกลุ่มสินค้าที่ราคาไม่สูงมาก หรือสินค้าที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษาสามารถจับต้องได้ การวางแผนดังกล่าว เรามีการเก็บข้อมูลลูกค้า รวมทั้งการดึงข้อมูลของร้านและพันธมิตร อาทิ แบรนด์ขายดี สินค้ายอดนิยมในแต่ละสาขา รวมทั้ง Traffic ของแต่ละร้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ดูพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม แต่ละสาขา เช่นข้อมูลเรื่องอายุ เพศ ความสนใจ พฤติกรรมการซื้อ 



คุณอติโรจน์  กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแผนในการเจาะตลาดต่างประเทศ มีการศึกษาและติดตามอยู่เสมอ โดยมองว่าเป็นตลาดที่มีความเป็นไปได้ มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในแถบประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม เราเป็นร้านค้าที่ขายสินค้า จึงต้องพิจารณาเรื่องกฎหมายของประเทศนั้น ๆ รวมถึงต้นทุนในการดำเนินการ ดังนั้น ในอนาคต หากเราสามารถบรรลุเป้าหมายเรื่องการขยายสาขาในประเทศได้ครอบคลุมเพียงพอ น่าจะมีโอกาสขยายธุรกิจไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

ติดตาม  ‘BEAUTRIUM’ เพิ่มติมได้ที่ : 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155807 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
131640 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
118899 | 24/11/2020
banner