‘AMCOVET’ ก้าวสู่ผู้นำ ‘ธุรกิจสุกรครบวงจร’ ด้วยแนวคิด ‘Integrated Solutions’

SME in Focus
27/04/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 1865 คน
‘AMCOVET’ ก้าวสู่ผู้นำ ‘ธุรกิจสุกรครบวงจร’ ด้วยแนวคิด ‘Integrated Solutions’
banner


‘แอมโก้เวท’ (AMCOVET) ผู้นำด้านการทำฟาร์มสุกรครบวงจรและผู้นำเข้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจยาวนานกว่า 40 ปี จากการยึดมั่นในโมเดลธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาดด้วยความเข้าใจจริง เพื่อส่งผ่านสิ่งที่ดีที่สุดไปยังลูกค้า จนสามารถครองใจผู้บริโภค และนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน 

Business Model และวิสัยทัศน์ในการบริหารธุรกิจนี้ เป็นอย่างไร? จึงนำพาให้ ‘แอมโก้เวท’ ก้าวสู่ผู้นำในตลาดได้อย่างมั่นคง บทความนี้ จะพาไปหาคำตอบ กับทีมผู้บริหาร คุณศุภณัฐ เจี๊ยบนา และ น.สพ. นิธิทัศน์ เจี๊ยบนา

‘แอมโก้กรุ๊ป’ และความมุ่งมั่นในการเป็น ‘ผู้บุกเบิก’ 

โครงสร้างธุรกิจ “แอมโก้กรุ๊ป” (AMCOGROUP) แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ ธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์และอาหารสัตว์ในปศุสัตว์ (แอมโก้เวท - AMCOVET),  ธุรกิจการพัฒนาสายพันธุ์สุกรและธุรกิจฟาร์มสุกร (แอมโก้ฟาร์ม - AMCOFARM) และธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์สำหรับสัตว์เลี้ยง (แอมโก้เพท – AMCOPET)

จุดเริ่มต้น ต้องย้อนกลับไปกว่า 40 ปีซึ่งเป็นก้าวแรกของการบุกเบิกธุรกิจเวชภัณฑ์ในปศุสัตว์และการพัฒนาสุกร สายพันธุ์สุกรพันธุ์เดนมาร์ก โดยเริ่มต้นจาก บริษัท แอมโก้เวท จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2525 จากการเป็นผู้คัดคัดสรร นำเข้าและจัดจำหน่าย เวชภัณฑ์ อาหารเสริม และวัตถุดิบอาหารสัตว์จากบริษัทชั้นนำทั่วโลก 

ต่อมาในปี 2526  ได้ขยายธุรกิจสู่การนำเข้าและจัดจำหน่ายสุกรจากแดนบรีด (DANBRED) จากประเทศเดนมาร์ก ผ่านบริษัทย่อยในเครือ (ABCO) 

จากนั้นในปี 2534 ‘แอมโก้กรุ๊ป’  ต่อยอดธุรกิจด้วยการก่อตั้ง ฟาร์มไทยแดนนิชอินเตอร์เนชั่นแนล (THAI-DANISH INTERNATIONAL FARM) เพื่อเป็นต้นแบบการทำธุรกิจฟาร์มสุกรสมัยใหม่ ที่เน้นกระบวนการจัดการที่มีประสิทธิภาพคู่กับสายพันธุ์สุกรที่ดี เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตสุกรขุนในเวลานั้น

และต่อมาได้จัดตั้ง บริษัท สยามอะโกรเวท จำกัด (SIAM  AGROVET FARM) ซึ่งเป็นธุรกิจร่วมทุนกับผู้พัฒนาสายพันธุ์สุกรระดับแชมป์จากประเทศเดนมาร์ก เพื่อสร้างฟาร์มผลิตสุกรพันธุ์แท้ (DANBRED - YORKSHIRE, LANDRACE, DUROC) และสุกรพันธุ์สองสาย (DANBRED – LY (LANDRACE-YORKSHIRE)) ในประเทศไทย เพื่อผลิตสุกรพันธุ์คุณภาพสูงเทียบเท่ากับถิ่นกำเนิดในเดนมาร์ก ในราคาที่เข้าถึงได้ให้กับเกษตรกรในประเทศไทย และได้รับความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค โดยได้ส่งออกสุกรพันธุ์ที่ผลิตจากฟาร์มสยามอะโกรเวท ไปสู่เกษตรกรในประเทศในกลุ่ม ASEAN


 
คุณ ศุภณัฐ เจี๊ยบนา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า ‘แอมโก้กรุ๊ป’ เติบโตเข้าสู่ปีที่ 40 โดยธุรกิจเติบโตอย่างมั่งคง เป็นที่ยอมรับในวงการปศุสัตว์ไทยและอาเซียน เนื่องจากเราเป็นผู้บุกเบิกที่เข้าใจในธุรกิจสุกร จริงใจ...สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร  

“ในช่วงแรก ไม่มีใครเชื่อว่าการเลี้ยงสุกรเดนมาร์กในประเทศไทยจะเป็นไปได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมและวัตถุดิบอาหาร ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ทีมวิชาการและทีมแอมโก้ฟาร์มของเรา ได้พยามยามทำเข้าใจและพัฒนาสุกรสายพันธุ์ รวมถึงค้นคว้าหาวิธีการเลี้ยงที่เหมาะสม จนประสบความสำเร็จ ทำให้สามารถเลี้ยงสุกรจากเดนมาร์กในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นได้ 





จากความมุ่งมั่น พยายามทดลองวิธีการใหม่ ๆ ร่วมกับการใช้หลักการบริหารจัดการฟาร์มที่ดีแบบครบวงจร ทําให้สุกรพันธุ์ทุกตัว สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและดึงศักยภาพทางพันธุกรรมได้สูงสุด ปลายทางคือได้เนื้อหมูคุณภาพสูง อร่อย เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง ซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้ผลิต”

โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงในแง่มุมของผู้ผลิต แต่ทีมงาน ‘แอมโก้เวท’ ยังรวบรวมองค์ความรู้ที่มี ส่งต่อให้กับวงการปศุสัตว์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งหวังให้ธุรกิจ คู่ค้า และชุมชน เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง 

‘แอมโก้เวท’ เพื่อนแท้เกษตรกร ที่เข้าใจการทำฟาร์มสุกรในทุกมิติ 

น.สพ.นิธิทัศน์ เจี๊ยบนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและฝ่ายขาย กล่าวเพิ่มเติมว่า เราให้ความสำคัญกับแนวทางในดำเนินธุรกิจแบบแอมโก้เวท ทีมงานเราได้รับการปลูกฝังในเรื่องคุณภาพและความจริงใจ ต้องมาก่อน เราจึงคัดสรรเวชภัณฑ์คุณภาพดี มีประสิทธิภาพสูง คุ้มค่า เหมาะกับสภาวะการเลี้ยงให้แก่ลูกค้า เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีและมีคุณภาพ ส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจในระยะยาว ซึ่งแนวคิดนี้ยังส่งผลดีไปยังธุรกิจของคู่ค้าให้เติบโตด้วยกัน 

“หัวใจสำคัญที่ทำให้เราได้รับความเชื่อมั่นในธุรกิจปศุสัตว์และฟาร์มสุกรได้ยาวนาน คือ เราเป็นทั้งผู้จำหน่ายเวชภัณฑ์และเป็นเกษตรกรที่ทำฟาร์มสุกรด้วยตัวเอง เราค้นคว้า ทำความเข้าใจ ทดสอบ รวมถึงฝึกอบรมการใช้งานทุกผลิตภัณฑ์ในฟาร์มเราเอง จนมั่นใจในคุณภาพ และที่สำคัญคือมีทีมงานที่พร้อมทำความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า และค้นหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาของลูกค้าได้ตรงจุด”

สิ่งที่ทีมแอมโก้ฯ ยึดมั่นมาโดยตลอด คือ “บุกเบิก เคียงข้าง สร้างความสำเร็จ” เราทำธุรกิจแบบเดินไปพร้อมลูกค้า วิเคราะห์ปัญหาของลูกค้าอย่างรอบด้านที่สุด โดยมีการระดมสมอง หาวิธีสร้างโซลูชั่น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า มุ่งเน้นการแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า





น.สพ.นิธิทัศน์ กล่าวต่อว่า แนวทางการทำงานของทีมสัตวแพทย์ของเรา ไม่ใช่การเข้าไปรักษาสุกรป่วย ด้วยวิธีจ่ายยาเพียงอย่างเดียว เพราะหลายครั้งที่ฟาร์มสุกรมีผลผลิตไม่เป็นไปตามแผน ปัญหาอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น เราเชื่อว่า...การทำฟาร์มปศุสัตว์ในยุคใหม่ ต้องอาศัยองค์ความรู้หลากหลายมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี โปรแกรมการดูแลสุขภาพ เวชภัณฑ์ และโภชนาการที่เหมาะสม มีสายพันธุ์ดี ให้ผลผลิตสูง รวมถึงการออกแบบฟาร์มที่ดีเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางชีวภาพ

ทั้งนี้  ‘แอมโก้กรุ๊ป’  มีการต่อจิ๊กซอว์ในธุรกิจของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสู่โมเดล Integrated Solutions คือการรับฟัง วิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของปัญหา และจัดทำโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์สินค้าและบริการ ให้กลุ่มลูกค้าของฟาร์มอย่างครบวงจร ซึ่งตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เราเคียงข้างลูกค้าและพร้อมให้คำปรึกษาในทุกมิติ เพื่อผลผลิตที่ดีที่สุดของเกษตรกร เรามีกลุ่มลูกค้าในทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่มเกษตรกรรายย่อย หรือธุรกิจ SME จนถึงผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 



ใส่ใจ และให้ความสำคัญทุกมิติ

น.สพ.นิธิทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราเชื่อว่าการทำธุรกิจให้ยั่งยืน ต้องให้ความสำคัญกับภาพใหญ่ โดยเราต้องการให้ทั้ง Supply Chain ที่ทุกภาคส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันต้องได้รับประโยชน์ทั้งหมด โดยเริ่มจากพัฒนาสายพันธุ์สุกรให้เหมาะกับการเติบโตในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย 
เพื่อให้ได้แม่พันธุ์สุกรที่มีสุขภาพแข็งแรง ให้ความรู้เกษตรกรเรื่องการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ แนะนำเทคนิคการลดต้นทุนการเลี้ยง ทำให้เกษตรกรมีกำไร ได้ผลผลิตเนื้อคุณภาพสูงและอร่อย สามารถตอบโจทย์ความต้องการของ Stakeholders ทุกกลุ่ม ซึ่งมี 3 ส่วนสำคัญตั้งแต่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มธุรกิจแปรรูปเนื้อ และกลุ่มผู้บริโภค 

ยกตัวอย่าง เช่น ผู้บริโภคในเอเชีย เราชื่นชอบการรับประทานเนื้อหมูที่มีลักษณะนุ่ม มันแทรกพอดี ไม่มีส่วนไขมันหนาเกินไป นิยมรับประทานเนื้อส่วนสามชั้นและสันใน เราจึงคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์ที่ให้เนื้อสามชั้นที่มีคุณภาพสูงจำนวนมาก ลักษณะสวย มีสัดส่วนเนื้อแดงและชั้นไขมันพอดี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค 

ขณะเดียวกัน การพัฒนาสายพันธุ์สุกร ต้องมองไปที่มุมของเกษตรกรด้วย เช่น ในปี 2566 ถึง ปัจจุบัน วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ เราจึงมาเน้นพัฒนาสายพันธุ์ที่แข็งแรง เลี้ยงง่ายและโตไว ที่สำคัญคือมีอัตราการแลกเนื้อที่มีประสิทธิภาพสูง (FCR) ซึ่งสายพันธุ์แดนบริด (DANBRED) เป็นสายพันธุ์สุกรมีอัตราแลกเนื้อที่คุ้มค่าที่สุดในโลก โดยมีค่าเฉลี่ยเพียง FCR = 2.2-2.3 เท่านั้น ทำให้เกษตรกรยังคงมีกำไร แม้วัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงอยู่ในสภาวะผันผวนแบบในปัจจุบัน





ธุรกิจและชุมชน ต้องเติบโตไปด้วยกัน

อีกปัจจัยของความสำเร็จของ ‘แอมโก้กรุ๊ป’ คือความใส่ใจรอบด้าน และมุ่งสร้างโมเดลธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการระบบต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของธุรกิจและชุมชน 

โดย คุณศุภณัฐ เผยว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและป้องกันโรค แม้จะลงทุนสูง แต่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำนินธุรกิจให้มั่นคงในระยะยาว หลักการออกแบบฟาร์มของ ‘แอมโก้ฟาร์ม’ คือ เราตั้งเป้าหมายว่าฟาร์มที่ดีต้องออกแบบให้มั่นคงใน 2 มิติพร้อมๆ กัน คือ 1.ด้านการป้องกันโรคระบาด และ 2.ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งในความจริง 2 หลักการดังกล่าว เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เราจึงเริ่มการออกแบบฟาร์มด้วยการจัดพื้นที่อย่างเหมาะสม พร้อมกับการวางแปลนเพื่อความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ให้รัดกุมที่สุด และลงทุนกับระบบจัดการของเสียอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระบบนิเวศของการทำธุรกิจฟาร์ม 



เราคำนึงเรื่องปริมาณ-ความหนาแน่นในการเลี้ยงที่พอดี ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ มีแนวทางควบคุมโรคที่รัดกุม และออกแบบให้มีการใช้ระบบอัตโนมัติในจุดที่จำเป็น เพื่อลดภาระและสวัสดิภาพที่ดีของพนักงานในฟาร์ม เพื่อให้สัตวบาลและพนักงาน มีเวลาโฟกัสมากขึ้นในการเลี้ยงและดูแลสุขภาพสุกร เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ต้องใช้ความใส่ใจและความละเอียดสูง 

อีกมิติที่เราให้ความสำคัญ คือ รักษาสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่ามากที่สุด ฟาร์มของเราจึงมีระบบจัดการน้ำเสีย MCL Biogas ร่วมกับระบบบำบัดและหมุนเวียนน้ำ เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ภายในฟาร์มที่เป็นระบบปิดโดยสมบูรณ์ เพื่อใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และระบบการบำบัดแก๊สแอมโมเนีย (NH3 Scrubber) ในอากาศ ทำให้สามารถกำจัดกลิ่นรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีเป้าหมายว่าเราต้องการสร้างธุรกิจฟาร์มที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน เป็นฟาร์มที่มีประสิทธิภาพและเป็นฟาร์มสีเขียวที่รักษาสิ่งแวดล้อมเฉกเช่นในประเทศในแถบแสกนดิเนเวีย 

Business & Transformation ปรับตัว เพื่อไปต่อ

ในธุรกิจที่ดำเนินการมายาวนาน ย่อมมีโอกาสเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย ซึ่ง ‘แอมโก้กรุ๊ป’  เตรียมการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างดี ด้วยการวางแผนงานเพื่อรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ ล่วงหน้า ทำให้ธุรกิจไม่เกิดการสะดุดจากอุปสรรคที่ไม่คาดคิด 

คุณศุภณัฐ เผยว่า “เราได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่า ธุรกิจการเกษตร...มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเราต้องปรับตัวให้ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิกฤตโรคระบาด ปัจจัยจากผู้เลี้ยง หรือพฤติกรรมของผู้บริโภค การวางแผนที่ดี จึงต้องยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้”

ทุกครั้งเราที่เจอข้อจำกัด และต้องพยายามมองหาแนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งในสินทรัพย์สำคัญที่สุดในบริษัทฯของเรา คือ พนักงานที่มีประสบการณ์สูงและมีทัศนคติที่เชื่อในความเป็นไปได้ ทำให้เมื่อมีการประชุมระดมสมองในการวางแผนธุรกิจ เราจึงได้ข้อมูลและไอเดียใหม่ๆมาประกอบการตัดสินใจอยู่เสมอ การปรับตัวจึงสามารถทำได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้



สร้างความความเชื่อใจและความแตกต่าง 

น.สพ. นิธิทัศน์ กล่าวถึงทิศทางของธุรกิจว่า ‘แอมโก้กรุ๊ป’ มีแนวทางแบบบูรณาการ โดยเชื่อว่า ความสำเร็จในการทำปศุสัตว์ เกิดได้จากหลายแนวทางและไม่มีสูตรตายตัว เราจึงนำเสนอโมเดล

การจัดการแบบ Integrated Solutions ที่สามารถมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้ลูกค้าได้อย่างครบรอบด้าน สำหรับจุดเด่นของ ‘แอมโก้กรุ๊ป’ คือ เราเป็นบริษัทฯที่ทำครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้าสายพันธุ์ ผลิตและพัฒนาสายพันธุ์ ทำฟาร์มสุกร และยังมีสินค้าและบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่ อาหาร ยาและวัคซีน รวมถึงยังเป็นที่ปรึกษาเรื่องการจัดการสุกรและระบบต่าง ๆ ในฟาร์ม ที่สามารถตอบโจทย์เกษตรกรได้ทุกมิติ 

จึงทำให้ทีมงานของเราทุกคนมีความรู้และเข้าใจจริง จึงสามารถเข้าถึงปัญหาของลูกค้า และช่วยแก้ปัญหาให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง



พันธกิจ...เพื่อก้าวต่อไปของฟาร์มสุกรไทย 

ผู้บริหารทั้งสอง ย้ำว่า ก้าวต่อไปของ ‘แอมโก้กรุ๊ป’ นอกจากพันธกิจหลัก คือการส่งมอบ Integrated Solutions ที่สนับสนุนคู่ค้าได้อย่างครอบคลุมทุกความต้องการ ยังตั้งเป้าเป็นผู้นำการฟื้นฟูธุรกิจฟาร์มสุกรให้กับเกษตรกรไทย หลังการระบาดของโรค ASF (African Swine Fever)

น.สพ. นิธิทัศน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ว่าเราจะเป็นองค์กรขนาดกลาง แต่มั่นใจว่า ด้วยองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทรัพยากรที่มี จะช่วยให้เกษตรกรสามารกลับมาเริ่มทำฟาร์มสุกรอีกครั้งได้อย่างยั่งยืน การช่วยสนับสนุนด้านทรัพยากรและองค์ความรู้ จะทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (Stakeholder) ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปพร้อมกัน”

นี่คือบทพิสูจน์ว่า AMCOGROUP คือ ผู้บุกเบิก เคียงข้าง สร้างความสำเร็จ ซึ่งสามารถพิสูจน์แนวทางในการทำธุรกิจแบบจริงใจและรู้จริง เพื่อส่งผ่านสิ่งที่ดีที่สุดไปยังลูกค้า เพื่อความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกร และเพื่อความสุขของผู้บริโภค มากว่า 40 ปี

ติดตามเรื่องราวของ “AMCOGROUP” ได้ที่

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155807 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
131640 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
118900 | 24/11/2020
banner