4 ไอเดียธุรกิจ จับใจผู้บริโภค สร้างโอกาส SME รับเทรนด์ท่องเที่ยวบูม!

SME Update
24/03/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 1839 คน
4 ไอเดียธุรกิจ จับใจผู้บริโภค สร้างโอกาส SME รับเทรนด์ท่องเที่ยวบูม!
banner
ปี 2566 นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศเปิดเกมรุก ผลักดันการท่องเที่ยวไทยด้วยแคมเปญ “ปีท่องเที่ยวไทย 2566” สำหรับตลาดในประเทศ และ “Visit Thailand Year 2023 : Amazing New Chapters” สำหรับตลาดต่างประเทศ เตรียมมุ่งสู่การเป็น High Value and Sustainable Tourism เน้นให้ความสำคัญกับการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน ผ่าน Soft Power ทั้ง 5F ซึ่งได้แก่ Food, Festival, Film, Fight และ Fashion ที่อาจกอบโกยรายได้หมุนเวียนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกว่า 2 ล้านล้านบาท



ดังนั้น จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ SME หรือผู้ประกอบการรายใหม่หลาย ๆ ท่าน จะหันมาลงเล่นในธุรกิจสินค้าและบริการในกลุ่ม 5F ที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งวันนี้ Bangkok Bank SME มี 4 ไอเดียธุรกิจ ที่อาจช่วยให้คุณนำไปต่อยอด พัฒนาสินค้าและบริการให้โดนใจนักท่องเที่ยวรับเทรนด์ท่องเที่ยวบูมในปีนี้ มาแนะนำ!



1. ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม 

พูดถึง อาหารไทย ใคร ๆ ก็ยอมรับว่าขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนมีหลายเมนูที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย นับเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการเดินทางมาเยือนไทยของชาวต่างชาติ ไม่เว้นแม้แต่คนไทยด้วยกันเอง ที่ชอบแสวงหาร้านเด็ด ร้านดัง มา Up ภาพอวดกันจนติดเทรนด์บนโซเชียลมีเดียให้เห็นกันอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะอาหารประจำถิ่น ที่หารับประทานได้ยาก ยิ่งดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว



ล่าสุด เว็บไซต์ Oxford Dictionaries ยังได้บรรจุคำว่า pad thai (ผัดไทย) เป็นคำสากลที่ทั่วโลกรู้จัก โดยจัดให้อยู่ในหมวด C2 ซึ่งหมายถึง คำศัพท์ทั่วไปที่ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อแสดงให้รู้ถึงแหล่งที่มา ต้นกำเนิด หรือพื้นถิ่นของสิ่งนั้น ๆ ได้ชัดเจน เหมือนกับคำว่า pizza จากอิตาลี

ซึ่งหากพิมพ์คำว่า pad thai ลงบนเว็บไซต์ Oxford Dictionaries (แทรกลิงก์)https://www.oxfordlearnersdictionaries.com/%E2%80%A6/pad-thai 



จะพบความหมายว่า pad thai คืออาหารประเทศไทยชนิดเส้น ทำมาจากข้าว เครื่องเทศ ไข่ ผัก เนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล

“a dish from Thailand made with a type of noodles made from rice, spices, egg, vegetables and sometimes meat or seafood”

สำหรับประวัติความเป็นมาของ “ผัดไทย” พบว่า เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน เดิมทีเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัด” และถูกเปลี่ยนแปลงด้านรสชาติใหม่ให้เป็นรสชาติของอาหารไทยมากขึ้นในเวลาต่อมา



จะเห็นว่า ผู้ประกอบการ SME ในบ้านเรา มีข้อได้เปรียบในเรื่องของวัตถุดิบอาหารไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องคิดค้น หาวิธีพัฒนาสูตร รสชาติ และรังสรรค์หน้าตาอาหาร ให้ออกมาโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งเป็นจุดขายหลัก ที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาด ถูกสุขอนามัยด้วย



กลยุทธ์แบบไหน จะคว้าใจลูกค้าใน ‘ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม’

ด้วยความนิยมของธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มที่ผู้ประกอบการหลายคน เลือกทำเป็นอาชีพสร้างรายได้ ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงคู่แข่งที่มากเช่นกัน สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไปรอด นอกจากความสะอาดและรสชาติอร่อย คือ ต้องมีกลยุทธ์ที่ดี 



หากใครยังคิดไม่ออก เราขอเสนอกลยุทธ์ “การตลาดแบบน่ารัก” หรือ Cute Marketing ซึ่งเป็นคำนิยามจากงานวิจัย ‘HULIQ’ (https://huliq.com) ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย Soft power อีกรูปแบบหนึ่ง โดยใช้ความน่ารักเป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ สีสันของตัวสินค้า หรือ แพ็กเกจจิ้ง เพื่อกระตุ้นภาพจำทางการตลาดของแบรนด์หรือสินค้าของเราได้ 

ภาพลักษณ์ของสินค้าที่ดูน่ารัก จะช่วยเพิ่มโอกาสการแชร์ต่อ บอกต่อกันบนโลกโซเชียล จนสินค้าของคุณติดเทรนด์ได้ง่าย ๆ 

นอกจากความน่ารักแล้ว การออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ให้สวยงามแปลกตา พร้อมคุณสมบัติ ‘รักษ์โลก’ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งจุดขายให้แบรนด์ของคุณได้เช่นกัน อาทิ การใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติทดแทนพลาสติก อย่าง ภาชนะใบไม้ ภาชนะที่ทำจากเยื่อของพืช หรือภาชนะกาบหมาก เป็นต้น   



2. เปลี่ยน ‘โอท็อป’ เป็น ‘ท็อปแบรนด์’ 

ผลผลิตจากชุมชนใกล้ตัว สามารถพัฒนาเป็นแบรนด์ระดับท็อปได้เช่นกัน หากคุณเข้าใจถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้ไม่ยาก เช่น การใช้กลยุทธ์ Story Telling หยิบยกเรื่องราวที่น่าสนใจ หรือเรื่องราว unseen ของวัตถุดิบ กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ มาเผยแพร่ให้ผู้คนได้รับรู้ ผ่านช่องทางการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย หรืออาศัยไอเดียความคิดสร้างสรรค์ออกแบบผลิตภัณฑ์ และแพ็กเกจจิ้งให้สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ในตัวเมื่อพบเห็น 



เมื่อเรามีสินค้าคุณภาพ พร้อม Story ที่ไม่เหมือนใครแล้ว การเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะยกระดับสินค้าโอท็อปให้เป็นท็อปแบรนด์ได้ เช่น หากสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มขนมขบเคี้ยว อย่าง ผลไม้อบแห้ง คุกกี้ผลไม้ ฯลฯ อาจนำไปฝากขายตามคาเฟ่ที่ Mood & Tone ส่งเสริมกับสินค้านั้น ๆ เพื่อเป็นการปูทางสร้างการรับรู้ และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ ก่อนจะขยับขยายเข้าสู่โมเดิร์นเทรดในอนาคต 

ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมการสร้างตัวตนของแบรนด์ และหมั่น Update เรื่องราวสินค้าโดยใส่ Story Telling บนสื่อโซเชียลมีเดียควบคู่กันไปด้วยอย่างสม่ำเสมอ เช่น การสร้างเพจ สร้างคอนเทนต์ บน Facebook, Instagram และ TikTok ที่คอยแนะนำเรื่องเล่า พร้อมโพสต์ภาพสินค้าที่เกี่ยวข้อง มีความเป็นมาเป็นไปและประโยชน์จากเรื่องที่เล่าสู่แฟนเพจ ภาพถ่ายหรือโพสต์วิดีโอแบบ Real Time เพื่อตอกย้ำภาพจำให้แบรนด์ของคุณ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งที่มีความคุ้นเคยกับผู้บริโภค เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำให้คอยติดตามอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น 



3. ธุรกิจจัดงานอีเวนท์ ในธีมชนบท 

ในช่วงที่หลายประเทศเริ่มเปิดประเทศ และเปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น ประเทศไทยเองก็ได้รับการตอบรับจากกระแสการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้เช่นกัน แน่นอนว่า อีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวบูม คือธุรกิจรับจัดงานอีเวนท์ ที่มีแนวโน้มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งธุรกิจอีเวนท์ จะนำเสนอรูปแบบงานอย่างไรให้ถูกตาต้องใจลูกค้า? เรามีคำตอบ...

Bangkok Bank SME ขอเสนอไอเดียการจัดงานสไตล์ “Rustic Event” ซึ่งเป็นสไตล์ชนบทของประเทศฝั่งตะวันตก มีกลิ่นอายของความอบอุ่น สบาย ๆ เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือของตกแต่งที่ทำจากไม้ ลายไม้ ดอกไม้ ใบไม้ เป็นต้น



โดยส่วนใหญ่ รูปแบบงานจะคุมธีมสีเอิร์ธโทน อาจจัดในคอนเซปต์ที่จำลองเอาโรงนา หมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบท มาไว้กลางเมืองใหญ่ ที่ผู้คนโหยหาธรรมชาติ หรือในเมืองรอง และสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีวิวทิวทัศน์กลมกลืนไปกับการจัดงานสไตล์ Rustic Event อาทิ การจัดงานบนชายหาดริมทะเล ทุ่งหญ้าบนที่ราบริมเขื่อน หรือท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขา เป็นต้น ซึ่งธีม Rustic Event สามารถเข้ากับอีเวนท์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น งานเลี้ยงสังสรรค์ มินิคอนเสิร์ต งานแต่งงาน ไปจนถึงงานแฟร์ต่าง ๆ 

SME ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรับจัดงาน อย่าลืมใช้โอกาสนี้ สร้างรายได้ให้เติบโต เช่น คุณอาจจะจัดเป็นแพ็คเกจแบบต่าง ๆ ให้ลูกค้าที่มองหาบริการรับจัดงานแบบสร้างสรรค์ ใส่ความครีเอท และครบ จบในที่เดียวได้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ มีเพิ่มบริการเสริม เช่น ให้เช่าชุดในคอนเซ็ปต์เดียวกับงาน, บริการจุดถ่ายภาพเช็คอิน หรือ ของแจกในงานตามธีมงาน เป็นกิมมิคที่สร้างความประทับใจให้ผู้ที่มาร่วมงานได้แบบไม่ซ้ำใคร 



4. สตาร์ทอัพเทคโนโลยีสายท่องเที่ยว 

ข้อมูลจากททท. เผยว่า ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายราย นิยมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และช่องทางออนไลน์มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำตลาดถึงกว่า 80% ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา หรือการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ 

จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาส ในการแจ้งเกิดสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มีใจรักเรื่องเทคโนโลยี และการท่องเที่ยว ให้นำทั้ง 2 สิ่งนี้ มาปรับใช้ให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เช่น การให้บริการจองร้านอาหาร-ที่พัก-ยานพาหนะ บริการการขนส่งและนำเที่ยว บริการไกด์ส่วนตัว-ไกด์ท้องถิ่น บริการจองสิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการเสริมอื่น ๆ อาทิ การจองคิวนวดสปา จองเรือคายัค จองเซิร์ฟบอร์ด จองจักรยาน จองคิวเวิร์คชอปต่าง ๆ เป็นต้น 



หนึ่งในเทคสตาร์ทอัพ ที่ปรสบความสำเร็จ คือ แอปพลิเคชัน Hungry Hub ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2014  เริ่มจากการจัดทำระบบจองโต๊ะร้านอาหารผ่านแอป และเริ่มปรับ Strategy ขยายฐานลูกค้า จับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการจองเกี่ยวกับท่องเที่ยวต่าง ๆ  โซลูชั่นที่เป็นจุดเด่น คือ Deal พิเศษ ที่เปลี่ยนให้ร้านอาหารแบบอาลาคาร์ท (A La Carte) ให้ลูกค้าได้รับประทานแบบของ All you can eat ในราคาที่สามารถควบคุมได้ ซึ่งถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ทำให้หลายคนรู้จัก Hungry Hub ที่มีข้อดีคือ รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ มีความโปร่งใส เน้นความคุ้มค่า แต่ไม่เน้นการลดราคา ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและเจ้าของร้านอาหาร 


ชมบทสัมภาษณ์เพิ่มเติม คลิก : https://www.youtube.com/watch?v=IMySlZhbxfU

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สามารถเริ่มต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน สิ่งสำคัญที่คุณต้องมีคือเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน และคอนเนคชั่นกับร้านค้า และที่พักต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ง่าย และรวดเร็ว

เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้เป็นสตาร์ทอัพเทคโนโลยีสายท่องเที่ยว และมีโอกาสการเติบโตทางธุรกิจในระดับโกลบอลอีกด้วย

นอกจากไอเดียธุรกิจ ที่เราได้นำเสนอทั้ง 4 ธุรกิจเหล่านี้แล้ว ยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวฟื้นตัว และกลับมาคึกคักในช่วงเวลานี้ รวมถึงยังเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาระยะยาว เนื่องจากนักท่องเที่ยว ต่างโหยหาการพักผ่อนจากการเดินทางเพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ  และตามรอยอาหารชื่อดังที่มีชื่อเสียงหลังจากหยุดชะงักมาหลายปี 



อย่างที่ทราบดีว่า ช่วงเวลาประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนไม่มีการซื้อขายเนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่ปิดเทอม ไม่มีการเรียนการสอน แต่เมื่อมีกระแสของนักแสดงชื่อดังชาวจีนแต่งกายด้วยชุดนักเรียนไทย ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเผยแพร่ในโซเชียลของตนเอง กลับกลายเป็นความนิยมพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน 

ไม่ใช่แค่ชุดนักเรียนที่มาแรง แต่ช่วงนี้ จะเห็นเหล่าคนดัง, เซเลบริตี้, ไอดอล รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ..สวมใส่ 'กางเกงช้าง' กันมากมาย ด้วยข้อดีของกางเกงลายช้าง ที่เนื้อผ้าเบา ใส่สบาย ดีไซน์เก๋ แถมยังราคาย่อมเยา จับต้องได้ ไม่ว่าใครใส่ก็ดูดี   



เราจะพาคุณไปรู้จัก กับบริษัท ชินรดา การ์เม้นท์ จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตกางเกงผ้าลายช้าง แห่งจังหวัดเชียงใหม่ ที่เห็นช่องว่างทางการตลาดและความต้องการของลูกค้าบวกกับใช้การเย็บที่เปี่ยมคุณภาพ การเลือกผ้าชั้นดี และประยุกต์ลวดลายให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น กลายเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ผู้ประกอบการหลายรายในเมืองไทยเกิดความสนใจ นำมาสู่การจ้างผลิตสินค้าแบบ OEM เพื่อจำหน่ายในเว็บไซต์ชื่อดังต่างประเทศ อย่างเช่น Amazon.com, Etsy.com ก่อเกิดเทรนด์ฮิตติดกระแสอย่างมาก 

คุณกิ่งกาญจน์ สมร เจ้าของ บจ. ชินรดา การ์เม้นท์ เผยว่า ในอดีตตนเองกับแฟนทำงานประจำ หลังจากแต่งงานมีครอบครัว จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ตอนนั้นคุณแม่มีอาชีพเย็บผ้าอยู่แล้ว แต่เป็นร้านขนาดเล็ก รับผลิตแบบ OEM จำนวนไม่มาก  จึงเรียนและฝึกกับคุณแม่ หลังจากได้ฝึกเย็บผ้า-สั่งสมประสบการณ์การทำงานมาสักระยะ ทำให้ทราบว่าออเดอร์การผลิตสินค้า OEM ของร้าน จะมีทั้งช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่น โดยช่วงโลว์ซีซั่นจะอยู่ช่วงหน้าฝน มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มาก ไม่มีออเดอร์ส่งมา จึงคิดว่า จะทำอย่างไรให้ร้านอยู่รอด นำมาสู่แนวคิดการเปิดร้านเสื้อผ้าเป็นธุรกิจของตัวเอง

 ขณะนั้น 'กางเกงลายช้าง' คือสินค้าขึ้นชื่อของบริษัท ทำให้ผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยหลายรายติดต่อสั่งซื้อในตอนแรกหลักสิบตัว แล้วโปรโมทด้วยการให้นางแบบนายแบบต่างชาติสวมใส่ แล้วโพสต์ลงในเว็บไซต์ เมื่อได้รับความนิยมมีผลตอบรับที่ดี จึงมีการสั่งซื้อกางเกงลายช้างมากขึ้นจากหลักสิบจนมาถึงหลักหมื่นตัวต่อเดือน

ปัจจุบัน บริษัทได้ทำธุรกิจกับผู้ประกอบการวัยรุ่นไทยประมาณ 5 - 6 รายด้วยกัน ต่อเนื่องมา 7-8  ปีแล้ว โดยแต่ละรายมียอดสั่งซื้อต่อครั้งหลักหมื่นตัว รวมยอดสั่งซื้อทั้งหมดประมาณ 50,000 ตัวต่อเดือน
ด้วยความที่ คุณกิ่งกาญจน์ สมร เจ้าของ บจ. ชินรดา การ์เม้นท์ เห็นช่องว่างทางการตลาดและความต้องการของลูกค้า จึงเอาชนะใจด้วยการผลิตกางเกงผ้าลายช้างมากคุณภาพ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่สั่งซื้อสินค้าเกิดความเชื่อมั่น-วางใจ นำไปสู่ Long Term Relationship ระหว่างสองธุรกิจ ประสบความสำเร็จไปด้วยกันในระยะยาว




แม้จะเป็นเทรนด์ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SME ไทยที่จะใช้ช่วงเวลานี้ สร้างสรรค์ และพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการต่อยอดช่องทางใหม่ ๆ ให้พร้อมรับกับความต้องการที่มากขึ้น 

สิ่งสำคัญ นอกจากตามเทรนด์ให้ทัน เรื่องของการตั้งราคาที่เหมาะสม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การขายสินค้าของคุณมีความยั่งยืน และครองใจผู้บริโภคได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่กระแสชั่ววูบหรือชั่วคราว แต่เป็นธุรกิจที่เข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ในระยะยาว แบบที่การตลาดแบบไหนก็สู้ไม่ได้... 


อ้างอิงข้อมูลจาก
https://thai.tourismthailand.org/Articles/%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-2566

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก SME Update

เศรษฐกิจหมุนเวียน เมกะเทรนด์ของโลก

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตัวให้สังคมทั่วโลก องค์กรต่างๆ ร่วมจัดการปัญหาขยะพลาสติกด้วยการลดใช้ ไม่เพิ่มปริมาณขยะพลาสติกใหม่เข...
3503049 | 19/07/2019
ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019 SME Update

ส่องเทรนด์เทคโนโลยีในองค์กรประจำปี 2019

Salesforce แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) อันดับ 1 ของโลก ได้ออกรายงานฉบับใหม่ “Enterprise Technology Trends” ซึ่งเป็นผลงานจากการสำรวจผู้นำด้า...
130215 | 11/06/2019
5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง SME Update

5 พิกัดเด็ดตลาดค้าส่งเสื้อผ้ามือสอง

เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่ช่วงปี 2018 จากเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการเติบโตของตลาดเสื้อผ้ามือสองจึงมีมาอย่างต่อเนื่อง ข้อ...
124738 | 28/10/2020
banner