เปิดกลยุทธ์สร้างแบรนด์ แก้ปัญหา ‘ผิวแตกลาย’ ให้ครองใจคุณแม่ทั่วประเทศ พร้อม KEY SUCCESS จาก COCORO TOKYO

SME in Focus
08/01/2023
รับชมแล้วทั้งหมด 1565 คน
เปิดกลยุทธ์สร้างแบรนด์ แก้ปัญหา ‘ผิวแตกลาย’ ให้ครองใจคุณแม่ทั่วประเทศ พร้อม KEY SUCCESS จาก COCORO TOKYO
banner
ชวนอ่านแนวคิด ‘บริษัท โคโคโร่ ฮานาโกะ บาย ฮานาโกะ โตเกียว จำกัด’ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับแม่และเด็กภายใต้แบรนด์ ‘โคโคโร่ โตเกียว (COCORO TOKYO)’ ที่เปลี่ยนจากปัญหา มาเป็นโอกาสธุรกิจ ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์จนถึงการดูแลช่วงหลังคลอด ด้วยความเชื่อที่ว่า “ไม่ใช่ว่าพอเป็นแม่แล้วต้องหยุดดูแลตัวเอง แต่เราสามารถดูแลลูก ๆ ให้ดีไปพร้อม ๆ กันได้”



จุดเริ่มต้นแบรนด์คุณภาพ ‘โคโคโร่ โตเกียว’

คุณวราเศรษฐ์ จงประสิทธิผล กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จว่า ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน ตนเริ่มต้นธุรกิจด้วยการซื้อแฟรนไชส์ HANAKO TOKYO แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวและเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สปา ก่อนที่จะมาสร้างแบรนด์ ‘โคโคโร่ โตเกียว หรือ COCORO TOKYO’ เป็น Sub-Brands  แยกออกมาเพื่อจับตลาดสินค้าสำหรับแม่และเด็กในเวลาต่อมา

 

สำหรับแนวคิดของการสร้างแบรนด์ โคโคโร่ โตเกียว มีจุดเริ่มต้นจากภรรยา หรือ คุณณัฏฐณิชชา โชตสิริเมธีกุล ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ กำลังตั้งครรภ์ และเริ่มเข้าสู่ภาวะหน้าท้องแตกลาย ภายหลังจากคลอดแล้ว แม้จะพยายามหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในตลาดขณะนั้นมาใช้ แต่ก็พบว่าไม่สามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหานี้ได้ ทำให้เริ่มเสียความมั่นใจในรูปร่างของตนเอง

จาก Pain Point ดังกล่าว จึงนำมาสู่แนวคิดการแก้ปัญหา โดยได้หารือเพื่อขอให้ทาง LAB และทีมวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่ คุณณัฏฐณิชชา ประสบโดยเฉพาะ และได้ร่วมมือกับทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อคิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ปัญหาหน้าท้องแตกลายเป็นเวลานานกว่า 1 ปี 



‘โคโคโร่ โตเกียว’ แบรนด์ใหม่ที่ เจ้าของ ทดลองใช้เอง

โดยภายหลังจากที่ คุณณัฏฐณิชชา ทดลองใช้ ปรากฏว่ามีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ และสามารถทำให้รอยแตกลายบริเวณหน้าท้องจางลงได้ถึง 90% ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์โคโคโร่ โตเกียว เพื่อจับตลาดสินค้าสำหรับแม่และเด็กโดยเฉพาะ โดยแยกจากเซ็กเมนต์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวและผลิตภัณฑ์สปาอย่างชัดเจน

“ในช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนแรก แล้วพบว่าท้องแตกลายเยอะมาก แม้จะใช้ทุกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับว่าดีหมดแล้ว แต่ด้วยผลิตภัณฑ์สมัยก่อน มักมีคุณสมบัติเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกด้านในผลิตภัณฑ์เดียว จึงทำให้รอยแตกลายไม่ดีขึ้น ทำให้เราต้องพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ช่วยลดเลือนรอยแตกลายขึ้นเอง

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ของคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ตามด้วยผลิตสินค้าอื่น ๆ ที่ดูแลผิวพรรณของคุณแม่ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด โดยภายหลังจากที่ได้ทดลองกับตนเองจนเป็นที่มั่นใจในคุณภาพ และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดีแล้ว

จึงได้มีการร่วมก่อตั้ง Sub-Brands แยกออกมาในชื่อ “โคโคโร่ ฮานาโกะ” วางจำหน่ายควบคู่กับสินค้า Counter Brand ของ HANAKO TOKYO ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในประเทศ ก่อนที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์การวางจำหน่ายไปยังแผนกสินค้าสำหรับแม่และเด็กเพื่ออำนวยความสะดวกและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น และมีการรีแบรนด์เป็น ‘โคโคโร่ โตเกียว’ ในเวลาต่อมา”



ตอบโจทย์ คุ้มค่า ช่วยแก้ปัญหาให้คุณแม่

คุณวราเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า จากช่วงแรกที่บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อแก้ Pain Point เรื่องลบรอยแตกลายหน้าท้องให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับได้แล้ว บริษัทยังมุ่งพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์ปัญหาอื่น ๆ ของคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติที่ทำให้หน้าท้องเรียบตึง ไม่เหี่ยวย่น, สัดส่วนกระชับ และไม่มีเซลลูไลท์ เป็นต้น

โดยผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โคโคโร่ โตเกียว นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กที่มี Storytelling จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์โดยแท้จริง จึงถูกพัฒนาขึ้นด้วยความเอาใจใส่ และให้ความสำคัญกับรายละเอียดในการแก้ปัญหาเรื่องรอยแตกลาย ที่มีความแตกต่างกันของแต่ละสภาพผิวอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม และเกิดความคุ้มค่าเมื่อลูกค้าต้องเสียเงินซื้อ

ที่สำคัญ สารสกัดที่ใช้ในการผลิต ยังมาจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูง อาทิ การผสานสารสกัดพิเศษจากใบบัวบกญี่ปุ่น ในระบบฟาร์มออร์แกนิกที่ไม่ใช้สารเคมีทุกขั้นตอน ผ่านการคิดค้นและพัฒนาร่วมกับสารสกัดจากส่วนผสมพิเศษ จึงทำให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ มั่นใจเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้ 



พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์คุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์

ขณะเดียวกัน ยังมีการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยใช้โอกาสในช่วงที่ภรรยา ตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 ซึ่งใช้ประสบการณ์จาก Pain Point ท้องแรกที่มีปัญหาท้องแตกลาย มาสู่แนวคิดการหาวิธีป้องกัน โดยร่วมกับทีม R&D พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับปกป้อง และป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตกลายระหว่างตั้งครรภ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จ และได้ผลิตภัณฑ์ออกมาที่มีชื่อว่า ‘Cocoro Cool Organic Oil Serum’

โดยคุณณัฏฐณิชชา ได้ทำการรีวิวและทดสอบผลิตภัณฑ์เองด้วย VDO ทุกเดือน จนถึงเดือนที่กำหนดคลอด ปรากฏว่า การตั้งครรภ์ท้องที่ 2 ไม่มีปัญหารอยแตกลายเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ทั้งยังลดอาการบวมน้ำ และช่วยกระชับทรวงอกที่หย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นตามมาด้วย คือ Cocoro Organic Mama Belly Butter ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื่น ลดผิวแห้งแตก ลดผิวแห้งกร้าน ที่ใช้ทาควบคู่กันได้อย่างลงตัว



แตกไลน์สู่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยและพัฒนาสินค้าสำหรับเด็ก ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในการพัฒนาจากลูกชาย ที่มักมีปัญหาเรื่องผื่นจากผิวภูมิแพ้ และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จนในที่สุดจึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ ‘Cocoro Baby natural Sensitive Skin Cream’ ครีมบำรุงผิวเด็ก และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิว ช่วยลดผดผื่นทุกชนิด ทั้งผิวผื่นแห้งอักเสบ, ผิวสากเป็นผื่น หรือเด็ก และผู้ใหญ่ที่ต้องการบำรุงให้ผิวสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ 



การตลาดไปได้ดีเพราะสินค้าการันตีคุณภาพตัวเอง

คุณวราเศรษฐ์ เปิดเผยถึงเรื่องนี้อย่างน่าสนใจว่า ในช่วงที่กำลังก่อตั้งแบรนด์ โดยมีผลิตภัณฑ์ตัวแรกประสบความสำเร็จ และอยู่ในช่วงที่พัฒนาสินค้าตัวที่สองก่อนที่จะปล่อยออกสู่ตลาด บริษัท มีแผนที่จะจ้างพรีเซนเตอร์มาช่วยโปรโมทผลิตภัณฑ์ และทำ Marketing เพื่อสร้างการรับรู้ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย แต่เมื่อ คุณณัฏฐณิชชา ได้ทำการรีวิวและทดสอบผลิตภัณฑ์เองด้วย VDO จนถึงเดือนที่กำหนดคลอด ก็ทำให้ VDO ที่ถูกเผยแพร่ออกไปมีการถูกพูดถึง และเป็นกระแสในกลุ่มตลาดคุณแม่

 ดังนั้น จึงเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยให้ คุณณัฏฐณิชชา ในฐานะเจ้าของแบรนด์ เป็นพรีเซนเตอร์เอง ถือเป็นการสร้าง Storytelling ที่มีความน่าสนใจ และน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง เนื่องจาก VDO เป็นภาพเคลื่อนไหวจริง ๆ ที่ไม่สามารถตัดต่อได้

รวมทั้ง ยังมีการตลาดออนไลน์ ด้วยการโปรโมทผ่านช่องทาง Facebook โดยใช้ภาพรอยผิวแตกลายของจริง ยิงแอดลงโฆษณา ทำให้เกิดการส่งต่อในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการรับเชิญไปออกรายทางโทรทัศน์ หลังจากนั้นพิธีกรรายการที่อยู่ในวงการบันเทิง ได้มีการบอกต่อไปยังกลุ่มเพื่อนดาราที่เป็นคุณแม่รุ่นเดียวกัน ยิ่งถูกบอกต่อไปเรื่อยๆ กลายเป็นการทำ Marketing แบบปากต่อปาก

จนนำไปสู่รูปแบบการ Barter Media กับดารา และอินฟลูเอนเซอร์ ตามเรทค่าตัวของแต่ละคนไปหลายท่าน นับเป็นการการันตี ให้เห็นถึงคุณภาพสินค้า จนได้รับความนิยมและมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก

โดยปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์แบรนด์ ‘โคโคโร่ โตเกียว’ มีช่องทางการจำหน่ายทั้งแบบ Online โดยจะจัดจำหน่ายผ่าน เว็บไซต์ www.cocorotokyo.com และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่าง Lazada และ Shopee ส่วนแบบ Offline จะวางจำหน่ายที่แผนกแม่และเด็กทั้ง Central, Robinson, Siam Takashimaya, Icon Siam 



สินค้าดีการันตีด้วยรางวัลคุณภาพ

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ ‘โคโคโร่ โตเกียว’ ยังได้รับการการันตีด้วยรางวัลคุณภาพมากมาย ดังนี้ 

Editors' Choices สาขา The Best Stretch Marks Firming Oil จากนิตยสาร HELLO! ในงาน BEAUTY AWARDS 2019 ซึ่งเป็นการการันตีถึงผลิตภัณฑ์แตกลายและกระชับสัดส่วนที่ดีที่สุด

Mommy's Choice รางวัลที่คุณแม่ทั่วไทยกว่า 30,000 คน เทใจให้กับรางวัล ‘Best Pregnancy Stretch Marks Product’ ในงาน Amarin Baby And Kids Awards 2021

Editor's Choice สาขา BEST PREGNANCY STRETCH MARKS PRODUCTS สุดยอดแบรนด์สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง ที่ได้รับการคัดเลือกจากทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ในงาน AMARIN BABY & KIDS AWARDS 2022
 


อยากเป็นผู้นำตลาดต้องตีโจทย์ให้ขาด และเจาะกลุ่มให้ตรง

คุณวราเศรษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เพราะปัจจุบันตลาดมีพื้นที่ให้ผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ และการทำธุรกิจจะต้องเจอกับคู่แข่งที่มีศักยภาพเป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากผู้ประกอบการ SME อยากเป็นผู้นำในตลาด แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการโปรโมทสินค้า

ต้องมีโจทย์ในการทำธุรกิจให้ชัดเจนก่อน แล้วพัฒนาสินค้า หรือผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้อย่างตรงจุด จึงจะนำไปสู่การเป็นที่รู้จักและเกิดการยอมรับในตลาดนั้นได้

ที่สำคัญ ต้องมีการพัฒนาแนวทางเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับบริษัทที่ได้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กออกมาสู่ตลาด ที่แม้จะมีคนพยายามลอกเลียนแบบ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะบริษัทมีสูตรเฉพาะเป็นแบบของตัวเองและได้จดสิทธิบัตร สูตรพิเศษ ลิขสิทธิ์เฉพาะของผลิตภัณฑ์

จึงทำให้มีความแตกต่างและสามารถแข่งขันได้ จนในปัจจุบัน สินค้าได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ใน 10 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แม่และเด็กเลือกใช้ อย่างต่อเนื่อง

โมเดลการก่อตั้งแบรนด์คุณภาพอย่าง ‘โคโคโร่ โตเกียว’ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ‘คุณวราเศรษฐ์ จงประสิทธิผล’ และ ‘คุณณัฏฐณิชชา โชตสิริเมธีกุล’ ชี้ให้เห็นถึงการรู้จักใช้โอกาส พร้อมกับความมุ่งมั่นตั้งใจแก้ไข Pain Point ที่เกิดขึ้นจากสิ่งใกล้ตัว มาเป็นแรงผลักดัน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เป็นที่ยอมรับกับกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้


รู้จัก ‘โคโคโร่ โตเกียว’ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155827 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119823 | 24/11/2020
banner