‘เอสเอกรุ๊ป’ ธุรกิจดัดแปลงรถยนต์ พิชิตใจด้วย One Stop Service

SME in Focus
26/12/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 2651 คน
‘เอสเอกรุ๊ป’ ธุรกิจดัดแปลงรถยนต์ พิชิตใจด้วย One Stop Service
banner
คู่แข่งด้านการดัดแปลงรถยนต์ในบ้านเรามีมากมาย ทำไม? บริษัท เอส.เอ.ออโต้บอดี้ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมีคุณสมชาย วิชาญฤทธิกุล กรรมการ และคุณปุณณัตถ์ วิชาญฤทธิกุล ผู้บริหาร เป็น 2 หัวเรือใหญ่จึงเติบโตอย่างแข็งแกร่งอัพสเกลธุรกิจสู่อาณาจักร ‘SA GROUP’

โดยมีถึง 6 บริษัทในเครือด้วยกัน กลายเป็นแถวหน้าเมืองไทยด้านการดัดแปลงยานยนต์ที่มีพันธมิตรอยู่ทั่วประเทศ Bangkok Bank SME ขอนำเคสประสบความสำเร็จนี้ มาให้ผู้ประกอบการและ SME บ้านเราได้เรียนรู้ เพื่อเป็นอีกแนวทางนำไป Business Transformation ปรับใช้กับองค์กรของตน มีที่ยืนในตลาดยุคการแข่งขันสูงเช่นในปัจจุบัน



เปลี่ยน ‘โอกาส’ สู่เส้นทางความสำเร็จในการทำธุรกิจ

คุณสมชาย เผยถึงความหลังครั้งอดีตที่มาของธุรกิจว่า ตนเองเริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างหลายบริษัทก่อนมาเป็นพนักงานเกี่ยวกับหลังคารถยนต์ไฟเบอร์กลาสประมาณ 11 ปี มองเห็นโอกาสจึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจตัวเองเมื่อปี 2539 - 2540

เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายหลังคาไฟเบอร์กลาสแครี่บอยในเขตจังหวัดสมุทรปราการ จากนั้นเข้าไปอยู่วงการจำหน่ายสินค้าแบบเป็นล็อตให้กับหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นการขายตรงเนื่องจากหน่วยงานจะซื้อรถยนต์แล้วต้องมีอุปกรณ์ติดตั้งตามข้อกำหนด ภายใต้ชื่อ บริษัทแครี่บอยฟลีท จากนั้นได้เปลี่ยนเป็น ‘บริษัท เอส เอ ไฟเบอร์’ ในภายหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มบริษัท


สมชาย วิชาญฤทธิกุล และปุณณัตถ์ วิชาญฤทธิกุล 2 หัวเรือใหญ่ บริษัท เอส.เอ.ออโต้บอดี้ เซอร์วิส จำกัด

‘เอส.เอ.ออโต้บอดี้ เซอร์วิส’ ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทรถยนต์ต่าง ๆ จากความชำนาญในการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น จึงหันมาเริ่มผลิตสินค้าเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งไม่ใช่หลังคาไฟเบอร์กลาส เช่น อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่มีจำหน่ายทั่วไป

โดยคุณสมชายมองว่าบริษัทมีศักยภาพสามารถผลิตเองได้ เป็นที่มาให้เริ่มจับธุรกิจอื่น ๆ เกี่ยวกับรถยนต์ จากนั้นมีการพัฒนาเรื่อยมาจนเมื่อ 5 - 6 ปีที่แล้ว เทรนด์โลจิสติกส์มาแรง บริษัทจึงมีการขึ้นไลน์ผลิตตู้ทึบสำหรับบรรทุกของให้กับรถยนต์ประเภทต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และกำลังอยู่ในการขยายโรงงานเพิ่มเติมบนเนื้อที่ 77 ไร่ เพื่อรองรับลูกค้าทุกกลุ่มและขยายไลน์การผลิต



จากนั้นตลาดนี้มีการเติบโตมาโดยตลอด ‘เอส.เอ.ออโต้บอดี้ เซอร์วิส’ จึงขยายธุรกิจเพื่อสร้างความชัดเจนในการดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุมด้วยแนวคิด One Stop Service ก่อเกิด ‘SA Group’ แตกไลน์เป็น 6 กลุ่มธุรกิจ เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันสำหรับรถยนต์

โดยให้บริการจบครบในที่เดียวไม่ต้องให้รถยนต์ 1 คัน ไปเข้าโรงงานต่าง ๆ 4 - 5 โรงงาน ตัดปัญหารถยนต์เกิดปัญหาแล้วหาบริษัทรับผิดชอบลำบาก รวมถึงเพื่อความสะดวกรวดเร็วของลูกค้า กลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญสามารถจัดการทุกอย่างได้ในกลุ่มบริษัทตัวเองอย่างครบวงจร ปัจจุบัน ‘เอสเอกรุ๊ป’ มี 6 กลุ่มบริษัทในเครือคือ 

1. บริษัท เอสเอ ไฟเบอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายหลังคาแครี่บอย 

2. บริษัท เอสเอ ออโต้บอดี้ เซอร์วิส จำกัด อู่บริการซ่อมตัวถังพาหนะทางการทหารเชิงพาณิชย์

3. บริษัท เอสเอ ออโต้ ทรัคส์ จำกัด ผู้ผลิตรถดัดแปลง รถตู้แห้ง รถตู้ทึบ รถห้องเย็น รถแช่เย็น ต่อตู้รถบรรทุก 

4. บริษัท เอสเอเอ็ม อาร์2000 เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายบิลสไตน์อาร์ 2000

5. บริษัท เอสเอ โลจิสติกส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้ให้บริการขนย้ายยานพาหนะ

6. บริษัท สยามเอเชียทิคคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์

“อธิบายให้เข้าใจโมเดลธุรกิจง่าย ๆ ก็คือ กลุ่มบริษัทจะดำเนินกิจการเป็นแบบ B2B สำหรับสัดส่วนธุรกิจจะแบ่งเป็น B2B 70% B2C 30%” 



อะไร? คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ชนะใจลูกค้า

สำหรับเรื่องนี้ คุณสมชาย อธิบายว่า อย่างเช่น บริษัท เอสเอ ออโต้ ทรัคส์ จำกัด จะเป็นการรับออกแบบให้ลูกค้า เช่น อยากจะทำรถฟู้ดทรัคสำหรับขายสินค้า บริษัทก็จะวิเคราะห์ว่าลูกค้าจะนำไปขายอะไร มีการรีเสิร์ชข้อมูลสิ่งจำเป็นที่รถต้องมี รถควรเป็นแบบไหน จากนั้นจะมีทีมงานออกแบบให้ลูกค้าตรวจสอบว่าตรงกับความต้องการหรือเปล่า ก่อนผลิตและส่งมอบงานต่อไป

“ลูกค้าต้องการแบบไหน บริษัทจะมีคำแนะนำให้ อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าเรามีโปรดักส์แบบนี้สามารถตอบโจทย์ที่ต้องการได้ ก็จะช่วยในการปิดการขายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ต้องเข้าใจวิธีการนำไปใช้งานของลูกค้า เช่น ต้องการแบบนี้ต้องใช้อะไรบ้าง นำเสนอตอบโจทย์ช่วยแก้ปัญหา ใช้งานสินค้าแล้วมีปัญหามาปรึกษาเรามีทางออกให้สามารถแนะนำได้ ว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุด เราไม่ใช่โปรดักส์อย่างเดียวแต่คือโซลูชัน” 

ด้าน Marketing ‘เอสเอกรุ๊ป’ จะอาศัยการบอกต่อ เนื่องจากสินค้าที่ผลิตให้กับลูกค้าจะอยู่กับรถที่สัญจรบนท้องถนน เป็นการตลาดที่ไม่ต้องทำโฆษณา แต่เราต้องผลิตสินค้าให้ดีมีคุณภาพ ดีไซน์โดนใจ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นแล้วเกิดความสนใจตามหาบริษัทที่ผลิตสินค้าดังกล่าวซึ่งก็คือ ‘เรา’ นั่นเอง

Marketing ของเอสเอกรุ๊ป จะอาศัยความเข้าใจความต้องการของลูกค้า โดยบริษัทให้ความสำคัญมากในความหมายของ คำว่า Personalization เนื่องจากจากประสบการณ์ที่ทำธุรกิจด้านนี้มานานพอสมควร ทำให้ได้พบกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย

ซึ่งสอดคล้องกับ Company Mission “We listen to your needs and fulfill your wants.” ซึ่งเอสเอกรุ๊ปไม่ใช่โปรดักส์เพียงอย่างเดียวแต่คือโซลูชัน “We made the impossible, possible.”

นอกจากนี้ต้องมีพันธมิตรที่ดีด้วย เช่นบริษัทจำหน่ายรถยนต์ เราจะเป็นมิตรกับทุกค่าย ให้ข้อมูล - ความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ ‘SA Group’ ได้รับการโปรโมทจากค่ายรถยนต์



อีกหนึ่งจุดแข็งคือ After Sale Service ปัญหาของผู้ใช้ส่วนใหญ่คือบริการหลังการขาย ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ไหนและกับใคร ซึ่งการดูแลหลังการขาย ‘เอสเอกรุ๊ป’ จะต่างจากทั่วไปคือ อะไรที่ลูกค้าใช้งานไปแล้วเกิน 1 ปี เช่น หากตู้ทึบมีปัญหาซึ่งเกิดจากคุณภาพเราเองยินดีเคลมให้ แม้จะหมดอายุการรับประกันแล้วก็ตาม แต่หากเกิดจากการใช้งานก็ต้องชี้แจงให้ลูกค้าทราบ เราสร้างรายได้จากจำหน่ายสินค้าและบริการมากคุณภาพ แต่ไม่หากำไรกับการบำรุงรักษา 

สำหรับกรณี Made to Order ซึ่งมีอุปกรณ์หลากหลาย ผู้ที่สั่งสินค้าก็คือเจ้าของบริษัท ขณะที่พนักงานเป็นคนใช้ ดังนั้นเพื่อให้การใช้เกิดประโยชน์สูงสุด ‘SA Group’ จะมีการแนะนำผู้ใช้ตอนส่งมอบด้วย เนื่องจากการทำธุรกิจต้องมองแบบ Customer Based อาจจะมีต้นทุนบ้างแต่เรามองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อ

นอกจากนี้เรายังมีพาร์ทเนอร์สำหรับงานซ่อมทั่วประเทศ หากรถยนต์ลูกค้าตู้ทึบมีปัญหาที่จังหวัดเชียงใหม่ หากอยู่ในประกันสามารถเข้าอู่พันธมิตรของบริษัทได้เลยแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องตีรถมาซ่อมที่ศูนย์ใหญ่จังหวัดสมุทรปราการ ความสะดวกสบายของลูกค้าคือสิ่งสำคัญของบริษัท เนื่องจากทุกนาทีของลูกค้ามีมูลค่าเช่นกัน

“ในอดีตเราเป็นปลาตัวเล็กมีคู่แข่งรายใหญ่ เราต้องใช้ความว่องไวเข้าสู้กับปลาตัวใหญ่ ปัจจุบันเราเป็นปลาตัวใหญ่ก็ต้องเอาความตัวใหญ่ไปสู้กับปลาตัวเล็ก การเซอร์วิสลูกค้าให้คิดเหมือนปลาตัวเล็ก การผลิตสินค้าให้คิดเหมือนปลาตัวใหญ่” 



ใช้ประโยชน์จาก ‘Credit Term’ เพิ่มกำไรให้กับผู้ประกอบการและ SME ได้

ในเรื่องนี้ คุณสมชาย ให้ความรู้อย่างน่าสนใจว่า ‘เครดิตเทอม’ หากมีความเข้าใจสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด เช่น ไม่จำเป็นต้องขอ Credit Term ยาว ๆ แต่ให้ขอส่วนลด 5 - 10% แทน แม้ต้องจ่ายเงินสดก่อนก็คุ้มค่า เป็นการบริหารต้นทุนช่วยให้ต้นทุนถูกลง

โดยทั่วไปสิ่งที่ ‘เอสเอกรุ๊ป’ มีความสามารถในการต่อรองได้ดีก็คือ Volume กับเครดิตเทอม เช่น ได้เครดิตเทอม 30 วัน ราคา 100% แต่อยากได้ราคา 95% ขอจ่ายเงินสด หากพาร์ทเนอร์ตกลง บริษัทจะจ่ายทันทีเพราะมองว่าคุ้มค่าเนื่องจากดอกเบี้ยที่ขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพจะเป็นแบบต่อปี เราใช้เวลาเพียงเดือนเดียวสามารถได้คืนกลับมา 5% แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบริหาร - ดูความเสี่ยงดี ๆ ว่าเราสามารถรับได้มากน้อยเพียงใด 



รับฟัง Gen ใหม่ ช่วยให้ธุรกิจเติบโต

คุณปุณณัตถ์ เผยว่า ด้วยความที่ปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก คู่แข่งต่างพยายามทำให้ Cost ดีขึ้น ราคาสินค้าถูกลง ซึ่งในอดีตอาจมีการบริหาร - ทำงานแบบ Manual เป็นหลัก แต่พอตนเองได้เข้ามาช่วยในการบริหาร คุณพ่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้น

เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันได้ จึงรับฟังแนวคิดพนักงาน Gen ใหม่ รวมถึงแนวคิดของตนเอง ว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อทำให้ Cost ดีที่สุด ซึ่งอาจทำ Manual เหมือนเดิมได้ แต่เมื่อมีแพลนที่จะขยายสเกลธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น จึงต้องมาคิดว่าจะใช้ทรัพยากรอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งด้านคน พื้นที่ รวมถึงเวลา

เนื่องจากต้องแข่งกับเวลา หากบริษัทสามารถบริหารทุกอย่างได้ในที่ ๆ เดียว ก็จะช่วยเซฟได้หลายอย่าง ซึ่งตนเองมองว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้บริษัทขยายสเกลธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง

คุณสมชาย กล่าวสำทับว่า จากแนวคิดของคน Gen ใหม่ที่ตนได้ร่วมงานด้วย จึงมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องลงทุนเพื่อช่วยให้ทำงานสะดวกง่ายขึ้น เช่น ณ ปัจจุบัน เรามีการลงทุนใช้โปรแกรม Oracle มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท หากเป็นเมื่อก่อนอาจจะยังไม่ใช้ เนื่องจากมองว่ายังคอนโทรลได้ด้วยตัวเอง แต่ว่าคน Gen ใหม่ ต้องการเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะมาช่วยทำงาน ซึ่งมีความคุ้มค่าช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและช่วยให้แข่งขันกับรายอื่น ๆ ได้



ส่งท้ายบทสัมภาษณ์ คุณปุณณัตถ์ ได้ให้ความรู้ในการทำธุรกิจยุคปัจจุบันอย่างน่าสนใจว่า การทำธุรกิจยุคใหม่ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ Cost ต้องดีเพียงอย่างเดียว เพราะการจะทำให้ธุรกิจ Sustainable ก็เป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน รวมถึงต้องมีการดูแล - ซัพพอร์ตลูกค้าให้ดีด้วย แล้วส่งต่อคุณค่าที่เราทำ ให้กับผู้คนได้รับรู้ด้วยการสร้าง Brand Awareness ผ่านช่องทางออนไลน์ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ดีสำหรับการนำเสนอสตอรีของเรา

อย่างเช่น ‘SA Group’ นอกจากผลิตสินค้าที่ดีแล้ว ผู้ใช้มีการรีวิวว่าหากรถมีปัญหาที่ต่างจังหวัดก็ไม่ต้องขับมากรุงเทพฯ ให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย สามารถเข้าอู่พันธมิตรของ ‘เอสเอกรุ๊ป’ ได้ทั่วประเทศ 

ตรงนี้จะกลายเป็น Awareness และ Value ที่ลูกค้าคนอื่น ๆ จะได้รับเมื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการของบริษัทในอนาคต ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของกิจการดัดแปลงรถยนต์ รวมถึงธุรกิจแบบ B2B อื่น ๆ ที่ต้องหาคำตอบให้กับตนเองให้ได้ เพื่อเปลี่ยนใจลูกค้าซึ่งกำลังเลือกซื้อสินค้าคู่แข่งให้หันมาสนใจโปรดักส์และเซอร์วิสของเรา
 
รู้จัก ‘SA Group’ เพิ่มเติมได้ที่
https://www.sagroup-cbf.com/th/home 
https://page.line.me/sagroup 
https://www.instagram.com/sagroupth/

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155827 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119823 | 24/11/2020
banner