ผู้นำตลาดโมเสกแก้วไทย ‘Glascera’ สั่งสมประสบการณ์ 20 ปี ต่อยอดสู่ตลาดสากล

SME in Focus
24/12/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 1572 คน
ผู้นำตลาดโมเสกแก้วไทย ‘Glascera’ สั่งสมประสบการณ์ 20 ปี ต่อยอดสู่ตลาดสากล
banner
มองเป็น เห็นโอกาส Bangkok Bank SME ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับธุรกิจโมเสกอันดับ 1 ในประเทศไทย แบรนด์ ‘Glascera’ โดย บริษัท เอส เอส กลาสเซร่า จำกัด ถึงแนวทางการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์อย่างไร ในการนำแบรนด์ก้าวสู่แถวหน้าของตลาดโมเสกในไทย บทความนี้ มีคำตอบ

คุณสถิตย์ ทั่วไตรภพ กรรมการบริหาร บริษัท เอส เอส กลาสเซร่า จำกัด เปิดมุมมองการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตโมเสก พร้อมแชร์ประสบการณ์ที่สั่งสมมาเกือบ 20 ปีในธุรกิจนี้ 



จุดเริ่มต้น ‘Glascera’

คุณสถิตย์  เปิดเผยถึงที่มาของการก้าวสู่ธุรกิจ ‘ตลาดโมเสก’ ว่า “โมเสก” มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ที่มีการใช้เศษกระเบื้องหลากสีสัน หลายรูปทรง มาเรียงต่อกัน เกิดเป็นผลงานศิลปะ ประดับตกแต่งตามโบสถ์ คฤหาสน์ และสถานที่สำคัญต่างๆ จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก

“แผ่นโมเสกจะมีหลากหลายสีสัน ที่ประกอบจากชิ้นส่วนเล็ก ๆ เรียงต่อกันอย่างมีดีไซน์ นับเป็นหนึ่งในวัสดุตกแต่งอาคาร บ้านเรือนที่นิยมใช้ เพื่อสร้างความโดดเด่น บ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย และสถานที่นั้น ๆ โดยส่วนใหญ่จะใช้ตกแต่งผนังห้องน้ำ ห้องครัว ปูพื้นสระว่ายน้ำ ปูพื้นบ้าน เป็นต้น”

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน คุณสถิตย์ มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจผลิตโมเสก เนื่องจากในต่างประเทศมีแนวโน้มการใช้งานโมเสกมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีคู่แข่งเพียงไม่กี่ราย จึงเริ่มเปิดโรงงานผลิตโมเสกแก้ว โดยหุ้นกับเพื่อน ๆ ซึ่งมีประสบการณ์ทั้งในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมกระเบื้องเซรามิก จนเกิดเป็นแบรนด์ ‘Glascera’

คุณสถิตย์ กล่าวว่า “เราเริ่มต้นจาก SME ค่อย ๆ โต ค่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เจอปัญหาหลากหลาย โดยเฉพาะช่วง 3-4 ปีแรก เป็นอะไรที่เหนื่อยพอสมควร เพราะฐานลูกค้ายังน้อย และเงินทุนไม่ได้เยอะมาก ช่วงแรก ๆ ดูแลเองทุกอย่าง ทั้งการขาย การตลาด การบริหาร ช่วยให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ มากขึ้น”
 

สถิตย์ ทั่วไตรภพ กรรมการบริหาร บริษัท เอส เอส กลาสเซร่า จำกัด

สั่งสมประสบการณ์ นำแบรนด์ ‘Glascera’ สู่ โมเสกแก้วแถวหน้าในไทย 

‘Glascera’ เป็น 1 ใน 2 โรงงานผู้ผลิตโมเสกในไทย โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายในตลาดโมเดิร์นเทรด มีสินค้าจำหน่ายทั้งที่โฮมโปร, บุญถาวร, โกลบอลเฮ้าส์, ดูโฮม และร้านค้าวัสดุก่อสร้างทั่วประเทศ 

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ‘Glascera’ มีทั้งโมเสกแก้ว โมเสกเซรามิก และโมเสกจากรีไซเคิลกลาส รวมถึงรับผลิตตามแบบด้วย Product range ค่อนข้างกว้าง มีตั้งแต่ราคาถูก-แพง ดีไซน์แบบใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง 

การไม่หยุดพัฒนา และสั่งสมประสบการณ์มาร่วม 20 ปี ทำให้ผลิตภัณฑ์พร้อมการบริการของ ‘Glascera’ ได้รับความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งบุคคลทั่วไป บริษัท องค์กร โรงแรม ร้านค้า ฯลฯ เข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเจ้าของโครงการต่าง ๆ ที่มักจะเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า มีบริการหลังการขายที่ดีกว่า แม้จะราคาจะสูงกว่าก็ตาม



โมเสกแก้ว VS โมเสกเซรามิก 

คุณสถิตย์ อธิบายว่า “โมเสกแก้ว กับโมเสกเซรามิก ต่างกันที่เนื้อวัสดุ...โมเสกแก้วจะผลิตจากแก้ว ดูมีมิติกว่า เล่นแสงเงาได้ดีกว่า ส่วนโมเสกเซรามิก ผลิตจากเนื้อดิน ผงเซรามิก ซึ่งมีราคาถูกกว่าโมเสกแก้วพอสมควร”

โมเสกเซรามิกของเรา เป็นเนื้อพอร์ชเลน เผาที่อุณหภูมิค่อนข้างสูง ประมาณ 1,200 องศา ทำให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น และมีการใช้เครื่องจักรช่วยในการผลิตมากกว่าโมเสกแก้ว เพราะผลิตในจำนวนมากกว่า

ตลาดโมเสกในไทย

สำหรับ ‘Glascera’ คุณสถิตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ลูกค้าของเราเป็น End user มากถึง 60% ส่วนอีกประมาณ 40% เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์

“เราแบ่งตลาดเป็น 2 ประเภท คือ ตลาดบ้านใหม่ เป็นโครงการบ้าน/คอนโดฯ ที่สร้างขึ้นใหม่ และตลาดรีโนเวท เป็นบ้าน/คอนโดฯ เก่าที่ถูกปรับปรุงใหม่ ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ และเป็นตลาดหลักของเรา”

ในแง่ของการตลาด “ปกติจะมีหน้าร้านที่โฮมโปรกระจายอยู่ทั่วประเทศ เรามี PC ประจำคอยให้คำแนะนำลูกค้า มี qr code ที่สแกนแล้วจะมีภาพตัวอย่างให้ดูว่า ปูโมเสกแต่ละแบบแล้วจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพการใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนบางร้านที่พอมีพื้นที่ จะทำเป็น Mockup room ปูแผ่นโมเสกเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าเห็นภาพที่ชัดขึ้นไปอีก ส่วนการทำงานร่วมกับสถาปนิก จะมีพนักงานฝ่ายขาย ที่คอยดูแลลูกค้าสถาปนิกโดยตรง และมีพนักงานฝ่ายขายประกบผู้รับเหมาอีกที”



ขยับไปจับตลาดออนไลน์ ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่

คุณสถิตย์  กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน เราเริ่มขายผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย ถือเป็นการขยายฐานลูกค้า ทำให้มีลูกค้าเข้ามาเรื่อย ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าออนไลน์โดยเฉพาะ ซึ่งเราตั้งเป้ารายได้จากออนไลน์ไว้ประมาณ 20% ของรายได้ทั้งหมด”

“สินค้าบางแบบ ผลิตออกมาก็ขายได้เรื่อย ๆ ตั้งแต่เปิดบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน อย่างพวกโมเสกโทนสีกลาง ๆ เช่น สีเบจ ขาว เทา ดำ สินค้าบางแบบก็ดีไซน์ไปตามเทรนด์แฟชั่น อาจจะมาเร็วไปเร็ว เป็นช่วง ๆ 4-5 เดือน” 

ต่อยอด ตลาดอินเตอร์ ขยายสู่ ‘ตลาดโมเสก’ สหรัฐฯ

นอกจาก ผลิตและจำหน่ายภายในประเทศแล้ว ‘Glascera’ ยังส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นตลาดโมเสกที่ใหญ่ที่สุดของโลกก็ว่าได้ โดยส่งออกผ่าน Wholesaler รายใหญ่ 

คุณสถิตย์ เผยถึงเรื่องนี้ว่า สินค้าหลักที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ก็คือ “โมเสกเซรามิก” เพราะใช้โอกาสในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ Trade war ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และเริ่มใช้กฏหมายต่อต้านสินค้าจากจีน 

“พอเกิดเหตุการณ์นี้ ถ้าสหรัฐฯ สั่งสินค้าจากจีน จะต้องเสียภาษีนำเข้าถึง 300% เราเลยเห็นโอกาส จากเดิมที่ผลิตแค่โมเสกแก้ว จึงเพิ่มไลน์การผลิตโมเสกเซรามิก แล้วส่งออกไปขายในสหรัฐฯ” 

นอกจากนี้ ประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ‘Glascera’ ก็ไปตีตลาดมาแล้ว อย่าง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ฯลฯ ซึ่งสินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายในแต่ละประเทศก็จะมีรูปแบบดีไซน์ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งโมเสก เป็นสินค้าที่ต้องมีสต๊อกพร้อมขาย เพราะส่วนใหญ่ขายผ่านโมเดิร์นเทรด ต้องมีของพร้อมส่งให้ลูกค้าได้ทันที ทำให้มีต้นทุนที่ต้องสต๊อกสินค้าไว้เยอะพอสมควร 



การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต เพื่อ Performance ที่ดีขึ้น 

คุณสถิตย์ เผยแผนในอนาคตว่า ปีหน้า จะพยายามเอาคำว่า ‘โมเสก’ เข้าไปอยู่ในทุกตลาด ซึ่งปัจจุบัน คิดว่าเราทำได้ครอบคลุมประมาณ 60% ของตลาดแล้วในปีนี้

“ต่อไปอาจลดการผลิต เหลือสัก 100 SKU โดยเน้นที่ปริมาณการผลิต และจะเริ่มกระจายสินค้าตั้งแต่ตลาดบน Tier 1 Tier 2… จนถึงตลาดล่างสุด ซึ่งจะทำให้คุมต้นทุนได้ดีขึ้น แม้อาจใช้เวลานานขึ้นเพื่อเคลียร์สต๊อกให้หมด”

คุณสถิตย์ ทิ้งท้ายว่า การแข่งขันในตอนนี้ค่อนข้างสูง เนื่องจากความนิยมที่มากขึ้น ซึ่งการจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว คือผู้ประกอบการ ต้องคุมต้นทุนให้ได้ มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพสินค้า และหาโอกาสทางธุรกิจในจังหวะที่ใช่...ยังไงก็รอด 


ติดตามเรื่องราวของ ‘Glascera’ ได้ที่
https://www.facebook.com/glasceramosaic/

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155827 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119824 | 24/11/2020
banner