สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าด้วย โซลูชั่น ให้บริการมากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง

SME in Focus
18/11/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 1408 คน
สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าด้วย โซลูชั่น ให้บริการมากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง
banner
นวัตกรรม หรือ เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเร็วชั่วพริบตา และการคิดค้นสิ่งใหม่ หนีไม่พ้นการทำในสิ่งที่คล้ายกันจนแยกไม่ออก ซึ่งไม่ว่าเราจะหนีไปเร็วแค่ไหน คู่แข่งขันก็พร้อมจะวิ่งตามทันอยู่เสมอในทุกๆ ฝีก้าว  ซึ่งสิ่งที่ทำให้ธุรกิจยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขัน นั่นคือ Business Model ที่มีแนวทางการบริหารโดยยึดมั่นใน Core Value ที่แข็งแรง พร้อมผลักดันสินค้า และบริการให้ไปสู่เป้าหมาย ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนใครก็วิ่งตามไม่ทัน

คุณพราวพัชชา ศิริโก CEO บริษัท พรีเซ้นต์ เทคโนโลยี จำกัด  (PZent Technology Co., Ltd.) เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เริ่มก่อตั้งในปี 2012 ซึ่งมาจากการที่ตนมีแรงบันดาลใจว่า อยากจะมีแบรนด์สินค้าของตัวเอง ซึ่งจากประสบการณ์ที่เรียนจบปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้มีความรู้ทางด้านวิศวกรรม จึงเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด้านการขนส่ง ซัพพลายเชน แมเนจเม้นท์ 

“....ช่วงที่เรียนจบมา ยังไม่มีประสบการณ์ด้านการทำงานมาก แต่มีแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้เรามีความกลัวน้อย แต่มีความกล้าจะลองทำธุรกิจมากกว่า เมื่อมีประสบการณ์จากสิ่งที่เรียนรู้ ทำให้ทราบว่าการทำโปรดักส์ให้ประสบความสำเร็จต้องมีความแตกต่าง และต้องมีทั้ง Functional คือการใช้งานต้องแปลกใหม่  มากกว่าสิ่งที่มีในตลาด และ Emotional ดีไซน์โปรดักส์ที่ดูดี ใช้งานสะดวก และรู้สึกภูมิใจเมื่อได้ใช้สิ่งนี้”

ย้อนไป 10 ปีที่ผ่านมา เรื่องของ Emotional (การตลาดที่ใช้ 'อารมณ์' หรือ 'ความรู้สึก' เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค) รวมถึง Functional (การนำเสนอสินค้า หรือ บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า) ยังไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก พรีเซ้นต์ เทคโนโลยีฯ จึงถือเป็นบริษัทในยุคแรก ๆ ที่นำ 2 อย่างนี้มารวมกันไว้ใน Product นวัตกรรมใหม่ๆ จึงทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

จากแนวคิดนี้ทำให้บริษัทฯ เริ่มผลิตสินค้าออกมา คือ อุปกรณ์บรรยายไร้สาย ที่มีกลุ่มลูกค้าคือโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา โรงงานที่มาจากญี่ปุ่นมักจะมีข้อจำกัดว่าต้องเลือกใช้สินค้าที่มาจากญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่นวัตกรรมขณะนั้นญี่ปุ่นยังไม่มีทั้ง Emotional และ Functional แต่เรามี ทำให้เขามีการโน้มน้าวใจบริษัทแม่ เพื่อให้เลือกใช้สินค้าของเราในตอนนั้น ซึ่งการที่เราใช้คีย์เวิร์ด 2 ตัวนี้ ทำให้เราเอาชนะคู่แข่งจากต่างประเทศได้ จากแนวคิดนั้น เราใช้พัฒนาสินค้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่ออกสู่ตลาด 



ทำไม? พรีเซ้นต์ เทคโนโลยีฯ เลือกทำ IoT & Home Automation

คุณพราวพัชชา เผยว่า ในการผลิตสินค้า ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์บรรยายไร้สาย ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างมาก เริ่มจากเรามีการ Study มีการทำ Research จากการที่เรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการดูงานทั้งใน และต่างประเทศ ทำให้เห็น Pain Point ของลูกค้า เช่น ในกลุ่มสินค้าเช่นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบรรยายต่างๆ มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก เมื่อคนมาเยี่ยมชมโรงงานจะต้องใช้อุปกรณ์ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่สะดวกสบายในการใช้งาน

เราจึงนำปัญหาเหล่านี้มาคิดต่อ โดยใช้คำว่า Functional นำทาง คือศึกษาว่าการใช้งานที่เหมาะสมควรเป็นแบบไหน ทำอย่างไรให้อุปกรณ์ขนาดใหญ่สามารถใส่นวัตกรรมให้ใช้งานได้ในขนาดที่พอดี และมีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการใช้งาน รวมถึง Emotional ที่ตอบโจทย์เรื่องภาพลักษณ์ที่ดี ดูแล้วสวยงาม จึงได้สินค้าออกมาเป็นเครื่องบรรยายที่คล้ายกับบลูทูธ ใช้ง่าย ตอบโจทย์และแก้ปัญหาทั้งหมดนั้นได้

“...จากอุปกรณ์บรรยายไร้สายที่เป็น One Way Communication เราเดินหน้าต่อด้วยการพัฒนาอุปกรณ์ที่เป็น Two Way Communication จากเดิมเราเริ่มจากเซ็กเมนต์สำหรับกลุ่มกลางถึงบน เริ่มมีการขยับลงมาจับกลุ่มบนลงมาด้วย เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น แต่ด้วยกำลังการผลิตเราไม่พอ ในปี 2018 จึงเลือกจะขยายธุรกิจโดยการ ODM กับผู้ผลิตจากต่างประเทศเพื่อให้ Cover ได้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงเรามีการส่งออกไปต่างประเทศในยุโรป และเอเชียแปซิฟิก

นอกจากกลุ่มสินค้าที่ใช้ในโรงงาน เริ่มขยับมาจับกลุ่ม IoT เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากความชื่นชอบในเรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยคุณพราวพัชชา เผยว่า มีความฝันว่าวันหนึ่งอยากทำโครงการ หมู่บ้าน หรือคอนโดสักที่หนึ่ง จึงได้เข้าไปคลุกคลี และเริ่มมีคอนเน็คชันในกลุ่มผู้ประกอบการที่ทำด้านที่อยู่อาศัย จนได้มีโอกาสในการติดต่อให้ทำเรื่องนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยหรือ Smart Home ช่วงประมาณปลายปี 2018 ประเทศไทยยังไม่ได้มีเรื่องเทคโนโลยีในบ้านมากนัก

แต่สำหรับเราถือเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ทำให้เริ่มศึกษาเพิ่มเติม จนได้เห็นโอกาสว่านวัตกรรม IoT & Home Automation จะเป็นเทรนด์ที่อยู่อาศัยในอนาคตอย่างแน่นอน บวกกับได้ผลตอบรับที่ดีจึงเริ่มโฟกัสตลาดกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวราบและแนวสูง ช่วงปลายปี 2019 เน้นจับกลุ่ม B2B (Business to Business) เป็นหลัก 



ปักธงเป้าหมาย “ผู้นำนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยครบวงจร”  

เมื่อมีความตั้งใจ บวกกับ Passion ที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จอย่างมีจุดหมาย คุณพราวพัชชา จึงใช้ Business Model ที่มีความชัดเจนในทุก Process เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ ผู้นำด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร คำว่า ที่อยู่อาศัย จะรวมทั้งบ้าน และคอนโด ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ภายในบ้าน เช่น สวิตช์ไฟ คอนโทรลแอร์ การเปิดประตูบ้าน ม่าน ระบบความปลอดภัย ซึ่งถ้าจะแบ่งเป็นหมวด จะได้ 3 หมวดหลัก ได้แก่ การอำนวยความสะดวกสบายให้คนในบ้าน, ความปลอดภัย, การดูแล Monitor สุขภาพสมาชิกในบ้าน 

“.....ปัจจุบันด้านการอำนวยความสะดวกสบายให้คนในบ้าน และระบบความปลอดภัย เราทำ Full Function แบบครบวงจร รวมถึงเรื่องซอฟท์แวร์ที่เข้ามาสั่งการอุปกรณ์ต่างๆ  ส่วน Health Monitoring ตอนนี้อยู่ในขั้น Experiment (ช่วงทดลอง) ซึ่งเป็น Next Step ที่เรากำลังจะทำ เพราะเรามองว่านอกจากการดูแลบ้านแล้ว การดูแลคนในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน 



สร้าง ‘Core Value’ ให้แข็งแกร่ง

ด้วยความที่ พรีเซ้นต์ เทคโนโลยีฯ มีจุดยืนที่ยึดมั่น คือ การออกแบบนวัตกรรมสำหรับบ้าน ปัจจุบันสินค้าเรามี SKU กว่า 100 รายการ จึงทำเป็นโชว์รูมสมาร์ทโฮมแบบครบวงจรขึ้นมา เพื่อโชว์เคสให้ลูกค้าเห็นภาพว่า สมาร์ทโฮมในปัจจุบันทำอะไรได้บ้าง ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะไม่รู้หรอกว่าตัวเองอยากได้อะไร แต่จะรู้ว่าความต้องการคือ การมีบ้านที่สมาร์ทมากขึ้น เรามีหน้าที่อธิบายให้ลูกค้าเห็นว่าตอนนี้เทคโนโลยี มันไปถึงระดับไหน การใช้งานสะดวกสบายเพิ่มขึ้นอย่างไร และเมื่อลูกค้ารู้จักเทคโนโลยี รู้ความต้องการ จากนั้นเราจะทำการออกแบบการใช้งานให้เหมาะกับลูกค้า และนำเสนอมากกว่าสิ่งที่เขาคาดคิด

สิ่งที่เป็น Core Value ของเรา คือการนำสินค้าสมาร์ทโฮมจากต่างประเทศ มาวิจัย และพัฒนา (R&D) ขยาย ต่อยอด ออกแบบระบบ มีการเทสต์การใช้งาน ก่อนจะ Launch สินค้าออกสู่ตลาด ยกตัวอย่างเช่น ดิจิทัลดอร์ล็อค (Digital Door Lock) ที่เราเห็นเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ปกติเราจะเข้าบ้านด้วยบัตร หรือกุญแจ เราจึงนำ กลอนประตูอัจฉริยะ (Smart Door Lock) ที่เชื่อมกับระบบสมาร์ทโฮมได้เหนือกว่า สร้างความเป็น Automation

โดยถ้าคุณเป็นเจ้าของบ้าน เปิดประตูด้วยการสแกนนิ้ว ระบบจะสั่งการเครื่องใช้ในบ้านให้เปิดอัตโนมัติ เพราะอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงในอีโคซิสเต็มเดียวกันทำให้เราได้ Solution ที่มากกว่า ลองนึกภาพการใช้งานหากเราใช้ Apple เช่น iPhone, Apple Watch, iPad, Macbook พอเราใช้งานร่วมกัน มันคืออีโคซิสเต็มของ Apple ซึ่งมัน Power Full  ของเราก็เหมือนกัน คือเป็นการใช้งานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ 



เทคโนโลยี เปลี่ยนการใช้ชีวิตให้เป็นเรื่องง่าย

คุณค่าของนวัตกรรม คือทำให้มนุษย์สะดวกสบาย ยิ่งยุคที่ทุกอย่างมีฟังก์ชั่นในการอำนวยความสะดวกมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การใช้ชีวิตในที่พักอาศัย ความนิยมใน Smart Home และเครื่องใช้ที่ใส่นวัตกรรมสำหรับบ้านจึงเติบโตขึ้นอย่างมาก ซึ่งอุปกรณ์ของสมาร์ทโฮมของพรีเซ้นต์ เทคโนโลยีฯ มีการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานที่รองรับทั้งบ้านแบบเก่า และแบบใหม่ ซึ่งใช้ตัวเกตเวย์หรือ Smart Station หัวใจหลักของอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ปรับให้เข้ากับต้องการ ว่าต้องการการใช้งานในส่วนไหน เช่นถ้าลูกค้าต้องการควบคุมระบบไฟ (Control Lighting) สามารถเปลี่ยนจากสวิตช์ธรรมดาให้เป็นแบบสมาร์ท ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนก็จะสามารถคอนโทรลระบบไฟได้ แค่เพียงมีอินเทอร์เน็ตนั่นเอง 

“...พอเรามีบ้านที่เป็นสมาร์ทโฮม จะไม่ใช่แค่  Functional หรือ Emotional แต่ต้องเพิ่มความรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต เช่นถ้าเราติดอุปกรณ์ต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ทางเข้าบ้าน เมื่อเราขับรถมาถึงบ้าน ประตูเปิดแบบอัตโนมัติ ไฟในบ้านเปิดเองได้ จากเมื่อก่อนที่เราต้องลงมาจากรถเพื่อเปิดประตู ควานหารีโมท ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่จะเห็นได้ชัดขึ้นว่ามันมีความเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ  

หรือการที่บ้านคุณติดอุปกรณ์ เดินเข้ามาในบ้านแล้วสแกนนิ้ว ไฟ, ม่าน, เพลง, แอร์ เปิดได้เองโดยอัตโนมัติ  เรามีสวิตช์ไฟ, คอนโทรลแอร์, คอนโทรลทีวี, สมาร์ทปลั๊ก, Control Panel ที่บางบ้านมีผู้สูงอายุ แล้วมี Control Panel ที่สั่งงานได้สะดวกสบายมากขึ้น และเชื่อมโยงความเป็น Traditional ทำให้ผู้สูงอายุใช้งานได้จริง กดปุ่มเดียวแล้วใช้งานได้ นอกจากนี้เราเน้นความสวยงามด้วย นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้การใช้ชีวิตต่างจากเดิม 



ชูระบบ ‘ความปลอดภัย’ ที่เหนือกว่า 

ระบบเซ็นเชอร์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย มีหลายรูปแบบเช่น Door Sensor, Smoke, Gas, กล้องวงจรปิดภายใน-ภายนอก, Motion Sensor ต่างๆ  รวมถึง ระบบของเราที่ชื่อว่า “Secure Me” ซึ่งเป็น Platform ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย มันคือการขาย และบริการแบบ (Product As a Service) เป็น Step อีกบันไดหนึ่งที่ท้าทาย เราจะ Focus ในงานโครงการ หรือบ้านอยู่อาศัย การที่เราใช้ Sensors ประตู หน้าต่าง หรือกล้องวงจรปิด อาจจะไม่ได้มอนิเตอร์ Application ตลอดเวลา

ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อเกิดเหตุจะทำได้แค่ส่งเสียงแจ้งเตือน หรือ Alert ไปที่ Application ในสมาร์ทโฟน แต่ระบบของเราจะแจ้งเตือนไปที่ป้อมยามเมื่อมีผู้บุกรุก พิเศษกว่านั้น เราทำระบบเชื่อมไปที่สถานีตำรวจด้วย  



Full Solution จาก Smart Home ถึง Smart Hotel 

การคิดออกแบบสินค้า และบริการให้ครอบคลุมทุกความต้องการ เป็นเรื่องที่หลายๆ ธุรกิจจะวางแผนให้ครบทุกมิติ พรีเซ้นต์ เทคโนโลยีฯ ก็เป็นเช่นนั้น เช่น เมื่อลูกค้ามาในโจทย์ว่าต้องการอุปกรณ์แบบ Full Function เราเก็บ Requirement มาทำการออกแบบตามความต้องการ จากนั้นเราจะอธิบายสิ่งที่ทำมาให้ลูกค้าเข้าใจ อยู่ที่ว่าลูกค้าจะปรับเพิ่ม หรือลดทอนส่วนไหน เพื่อให้เป็น Custom Design ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงๆ

อุปกรณ์ของเรา การติดตั้งไม่ยาก แต่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรื่องของเทคโนโลยี จากประสบการณ์ของเราพบว่าคนไทยชอบได้รับการบริการมากกว่า บางบ้านไม่มีเวลา อยากทำครั้งเดียวจบ อยากได้ผู้เชี่ยวชาญมาทำให้ เราจึงมีบริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง รวมถึงบริการหลังการขาย  ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เราตั้งใจทำเพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายที่จะเป็น “ผู้นำนวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยครบวงจร” ให้สำเร็จ

“..นอกจากที่อยู่อาศัย เคสที่ Challenge คือเราทำ Smart Hotel ทำระบบให้โรงแรม โดยเชื่อมระบบตั้งแต่การเช็คอิน เป็นแบบเซลฟ์เซอร์วิส ลูกค้าไม่ต้องเจอพนักงานเลย สามารถทำได้ด้วยตัวเอง สแกนปุ๊บ ได้คีย์การ์ดออกมา ไปที่ห้อง สั่งอาหาร คอนโทรลอุปกรณ์ในห้องพักได้หมด แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่หลังจากเช็คเอาท์แล้ว ลูกค้าจะไม่สามารถเข้าไปควบคุมฟังก์ชั่นอะไรได้อีก  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเคสที่เป็นโจทย์ค่อนข้างท้าทาย แต่เราทำได้สำเร็จด้วยดี” 



Smart Health’ ต่อยอดเทรนด์ Wellness มาแรง

ปัจจุบันคนให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น เราจึงเปิดบริษัทหนึ่งขึ้นมา ตอบโจทย์เรื่อง Preventive หรือ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น เน้นเรื่อง Wellness ดูแลป้องกันสุขภาพในระยะยาว การใช้ชีวิตมีปัจจัยที่ทำให้เราเกิดโรค เช่น นอนดึก ความเครียด จะมีเซ็นเซอร์เข้ามาคอยเช็ค เช่นการที่เราเปิดตู้เย็นบ่อย เข้าห้องน้ำบ่อยในตอนกลางคืน หรือมีความเครียด จะมีการเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์ (Data analysis) ว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบไหน

เรามี Health Coach คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพด้วย รวมทั้งแนวคิดที่จะผนวก Synergy ระบบความปลอดภัย และ Wellness Command Center เข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถ Monitoring ระบบความปลอดภัยของบ้าน และสุขภาพคนในบ้านได้ครบจบที่ PZent

ไม่ว่าเราจะทำในอุตสาหกรรมไหน โจทย์จะวนกลับไปที่คำว่า ศูนย์รวมนวัตกรรมครบวงจร ที่จะต้อง Beyond และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ  



Step Up – การเติบโตก้าวต่อไปในธุรกิจ 

อย่างที่เราทราบดีว่า Smart Home หรือ IoT คือ Mega Trends ที่หากย้อนไปในปี 2018 จะเห็นว่าเราจับกลุ่ม B2B เพราะสิ่งที่เป็นเทรนด์ลูกค้าจะเป็นกลุ่ม โปรเจ็กต์ หรือโครงการขนาดใหญ่ ที่ซื้อเพื่อใช้กับลูกบ้าน  (User) จนมาในช่วงปี 2019 เราเริ่มเห็นว่า End User กลุ่มที่เป็นเจ้าของบ้านมีความต้องการเรื่องนวัตกรรมในบ้านเพิ่มขึ้น

จากเดิมที่สมาร์ทโฮมจะอยู่ในบ้านที่เป็นกลุ่มไฮเอนด์ แต่พอเทคโนโลยีเข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้การติดตั้งง่าย ราคาก็จับต้องได้ และนวัตกรรมที่ทำให้สะดวกเหล่านี้ เจ้าของบ้านอยากได้อยู่แล้ว เราจึงตัดสินใจโฟกัสที่กลุ่ม B2C ซึ่งอย่างที่บอกว่าเราได้มีการทำโชว์รูม เพื่อรองรับ ซึ่งมีผลตอบรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ เรามี Full Function ครบวงจร แต่ต้องการ Scale Up จึงเริ่มขยับขยายไปสู่การมีตัวแทนจำหน่ายที่เราตั้งเป้าว่าจะมีตัวแทน จังหวัดละ 1 แห่ง ซึ่งขณะนี้ เรามีตัวแทนรายใหญ่อยู่ 4 แห่งทั้งกรุงเทพฯ และในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่, หาดใหญ่ เป็นต้น การที่เราจะขยายอุปกรณ์สมาร์ทไปยังภูมิภาคต่างๆ ต้องอาศัยช่างที่เป็นคนในพื้นที่ เรามีแผนอยู่แล้วว่าจะขยายไปในพื้นที่ไหนบ้าง ฉะนั้นจึงมีการเตรียมพร้อมในเรื่องการเทรนนิ่ง ให้ความรู้ 

“...นอกจากเราเรียนรู้ตลาด อีกทางหนึ่งเราก็ได้สร้างรายได้ให้ช่างรายย่อยในพื้นที่ด้วย เรามีเคสหนึ่งเป็นร้านผ้าม่านในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นร้านไม่ใหญ่มาก เราไปเสนอว่าให้ลองเพิ่มอุปกรณ์ที่ควบคุมการเปิดปิดได้  เป็น Curtain Solution (ผ้าม่านอัจฉริยะ) แค่ติดรางอัตโนมัติเข้าไป ซึ่งเขาก็นำไปต่อยอดธุรกิจได้ มีการเติบโต ตรงตามอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์หนึ่งของเราคือ “โตไปด้วยกัน” 

จริงๆ เรามีฝันว่าในพื้นที่หนึ่ง SME ในพื้นที่อาจจะไม่ต้องเรียนรู้ครบทุกอย่าง แต่เราสามารถแนะนำลูกค้าให้กันได้ เกิดเป็นอีโคซิสเต็มย่อยๆ ในพื้นที่ เรามองเรื่องนี้เป็นเฟสต่อไปที่เราจะขยายธุรกิจในอนาคต 



ท่ามกลางคู่แข่ง ต้องแซงโดยก้าวให้มากกว่า 

แน่นอนว่าสิ่งที่มีดีมานด์สูง ย่อมมีการแข่งขันสูงเช่นเดียวกัน แต่ด้วยจุดยืนที่พรีเซ้นต์ เทคโนโลยีฯ วางไว้อย่างชัดเจน ทำให้รักษามาตรฐาน คิด และทำก่อนคู่แข่งอยู่เสมอ โดยเฉพาะการสร้างความแตกต่างที่ทำให้สินค้า และบริการเหนือกว่าคู่แข่ง 

ลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และคาดหวังสูง เราต้อง Beyond เช่น หากมีอุปกรณ์ใดเสีย ลูกค้าต้องการความเร็ว จะไม่คิดว่าเดี๋ยวค่อยซ่อม แต่เราต้องมีระบบการให้บริการหลังการขาย ให้ไปถึงลูกค้าได้รวดเร็วที่สุด และบ้าน ประกอบด้วยคนหลายเพศหลายวัย การที่เรามีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานให้เหมาะสำหรับทุกคน จะทำยังไง? เป็นโจทย์ที่ยาก ซึ่งเราต้องทำ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย

“เป้าหมายสู่การเป็น Leader ด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยครบวงจร คือ Key Message ที่เราสื่อออกไปทั้งกับทีมงานและลูกค้า นั่นคือความครบ จบที่เดียว นอกจากนี้ คือการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าด้วยโซลูชั่น และการบริการมากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง (Beyond Expectation) อาจจะฟังเหมือนเป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ แต่เราทำให้เป็นรูปธรรมที่ลูกค้าสัมผัสได้ ไม่ใช่แค่พัฒนาคัดสรรนวัตกรรม และบริการ แต่ต้องวิเคราะห์ตรวจสอบภายในองค์กร และสถานการณ์รอบตัวสม่ำเสมอ ถ้าในตลาดมีอะไร เราต้องไปให้มากกว่า” คุณพราวพัชชา ทิ้งท้าย 

จากจุดเริ่มต้น จนถึงเส้นทางความสำเร็จโดยใช้กลยุทธ์การบริหารที่น่าใจของนักธุรกิจสาว เจ้าของอาณาจักรอุปกรณ์ และนวัตกรรมล้ำสมัย ที่มี Passion และเดินตามแรงบันดาลใจด้วยความมุ่งมั่น จนก้าวสู่จุดหมายที่ไม่ใช่แค่เพียงประสบความสำเร็จ แต่เป็นการก้าวสู่ บริษัทที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแบบครบวงจรได้อย่างยั่งยืน และสมบูรณ์แบบ  

รู้จัก บริษัท พรีเซ้นต์ เทคโนโลยี จำกัด  เพิ่มเติมได้ที่ 
https://www.pzentsmart.com/

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155827 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119823 | 24/11/2020
banner