‘แป้งเด็กไร้ซแคร์’ ผลิตจากข้าวเจ้า ปลอดภัยไร้สารตกค้าง สร้าง Value Added ให้กับข้าวไทย

SME in Focus
26/11/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 2362 คน
‘แป้งเด็กไร้ซแคร์’ ผลิตจากข้าวเจ้า ปลอดภัยไร้สารตกค้าง สร้าง Value Added ให้กับข้าวไทย
banner
หลายธุรกิจอาจกำลังมีไอเดียใหม่ๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งการจะทำให้ New Product เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค รวมไปถึงการทำให้ไอเดียกลายเป็นสินค้าใช้ได้จริง ลูกค้าให้การยอมรับมีที่ยืนในตลาดไม่ใช่เรื่องที่ใครก็สามารถทำได้ นำมาสู่วิธีคิดอันน่าสนใจว่าบริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ ‘แป้งเด็กไร้ซแคร์’ (ReisCare) และแป้งเครื่องสำอาง Lady Audrey ทำอย่างไรในการต่อยอดแนวคิดนวัตกรสู่ตลาดจริงของบริษัทแม่ซึ่งก็คือ บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด

ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards เมื่อปี 2015 ก่อนเป็นจุดเริ่มต้นให้ธุรกิจเติบโตย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ กลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่ผู้ประกอบการและ SME ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนำไป Business Transformation กิจการของตน อยู่รอดในสมรภูมิที่มีการแข่งขันสูงเช่นปัจจุบัน


 
เปิดเส้นทาง ‘แนวคิดนวัตกรสู่ตลาดจริง’ จากแป้งทำอาหารสู่แป้งเด็กทาตัว

คุณวาทิน วงศ์สุรไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด เผยถึงเส้นทางธุรกิจให้ฟังว่า ‘Nurture Care’ เป็นบริษัทที่แตกไลน์มาจากบริษัทแม่ก็คือ บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด โดยเมื่อปี 2549 - 2550 ได้เกิดนวัตกรรมใหม่คือการนำแป้งข้าวเจ้าซึ่งปกตินำมาทำเป็นอาหาร ต่อยอดนวัตกรรมให้เป็นแป้งทาตัว ภายใต้แบรนด์ ‘ไร้ซแคร์’ (ReisCare)

ซึ่งตอนนั้นตนเองมีความคิดว่าควรจะเปิดอีกหนึ่งบริษัทเนื่องจากเป็นสินค้าคนละกลุ่มเป้าหมาย คนละอุตสาหกรรมรวมถึงตลาด สู่การก่อตั้งบริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด โดย ‘ไร้ซแคร์’ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards เมื่อปี 2015 กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการผลิตสินค้าใช้ได้จริงแล้วนำไปจำหน่ายทั้งในไทยและต่างประเทศ



โดยแนวคิดเปลี่ยนจากแป้งทำอาหารมาทำแป้งทาตัวนั้น มาจาก ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร ผู้บริหาร ‘โรงเส้นหมี่ชอเฮง’ ต้องการต่อยอดให้กับแป้งข้าวเจ้าว่าสามารถนำไปผลิตอะไรได้บ้าง โดยก่อนหน้านั้นมีการคิดค้นนำแป้งข้าวเจ้า - แป้งข้าวเหนียว มาใช้ทดแทนแป้งข้าวสาลี เนื่องจากข้าวสาลีในอดีตมีราคาค่อนข้างสูง รวมถึงการผลิตแป้งที่ใส่ในเม็ดยา และแป้งที่ทำเป็นขนมจีนเส้นสด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแป้งข้าวเจ้า



ก่อนที่คุณวาทินจะเกิดไอเดียธุรกิจหลังจากได้ไปดูงานที่ยุโรป จากการไปพบเจอแป้งเด็กทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาผลิตจากแป้งข้าวโพด ก่อเกิดความสงสัยก่อนพบคำตอบว่า แป้งข้าวโพดมีความปลอดภัยย่อยสลายได้ ไม่ตกค้างในร่างกาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ - ภูมิแพ้ ไม่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งรังไข่ ซึ่งในยุโรปรวมถึงสหรัฐฯ มีการศึกษามานานแล้ว กลายเป็นไอเดียให้กับ ‘Nurture Care’ ในการพัฒนาให้แป้งข้าวเจ้ามีคุณสมบัติเหมาะที่จะนำมาใช้เป็นแป้งเด็กทาตัว สู่จุดเริ่มต้นของการวิจัย – พัฒนาคุณภาพเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน



“ความยากในการทำแป้งข้าวเจ้าให้เป็นแป้งทาตัวก็คือ ต้องมีกระบวนการผลิตที่หลากหลายขั้นตอนเนื่องจากโดยธรรมชาติแป้งข้าวเจ้าจะมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบปริมาณมาก ส่วนแป้งข้าวโพดมีโปรตีนน้อย จึงต้องมีการแยกสิ่งแปลกปลอมออกก่อนทำให้มีกระบวนการซับซ้อน และต้องมีการโมดิฟายเพื่อให้มีคุณสมบัติเหมาะที่จะเป็นแป้งทาตัว ซึ่งแป้งที่จะเหมาะกับการทาตัว อยากให้ลองจินตนาการ หากนำแป้งข้าวเจ้าตามท้องตลาดมาทาตัวเมื่อสัมผัสกับเหงื่อหรือน้ำแป้งข้าวเจ้าจะเป็นก้อนแป้งเปียก ดูดน้ำเหมือนเวลาเราผสมทำขนม ไม่เหมาะนำมาทาตัว ดังนั้นโจทย์ของบริษัทก็คือ ทำอย่างไรไม่ให้แป้งข้าวเจ้าดูดซับน้ำหรือความชื้น เนื่องจากแป้งที่นำไปทาตัวเด็กจะเป็นจุดอับชื้นต่าง ๆ เช่นทาในบริเวณที่ใส่แพมเพิร์สแป้งก็จะดูดความชื้นมาไว้ที่แป้งทำให้ตัวเด็กเหนียวเหนอะหนะ ซึ่งคุณสมบัติของแป้งที่ดีต้องไม่ดูดความชื้น แต่ป้องกันความเปียกชื้นแทน” 


 
ตามธรรมชาติแป้งข้าวเจ้าคือแป้งที่มีความละเอียดมากที่สุดเหมาะกับการนำไปทาตัว ซึ่งข้อดีของแป้งคือยิ่งละเอียดยิ่งช่วยดูดซับความมันได้เยอะ ช่วยดูดมันตามผิวหน้า สามารถนำไปโรยผมเป็นดรายแชมพู ช่วยลดความอุดตันที่ออกมาจากรูขุมขน เป็นต้น 


 
ความยากของการทำให้สินค้านวัตกรรมกลายเป็น Commercial Scale

ในเรื่องนี้คุณวาทินให้ความรู้อย่างน่าสนใจว่า สมมุติว่าเราคิดอะไรได้ในห้องแล็บ พอขยายมาเป็นขนาดอินดัสเทรียล จะมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ควบคุมได้ยาก เช่น แป้งข้าวเจ้าของบริษัทจะทำอย่างไรให้มีความสะอาดปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจากต้องควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ เชื้ออื่นๆ ในอากาศ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนค่อนข้างสูง การผลิตในห้องแล็บสามารถควบคุมได้แต่พอมาทำเป็น Commercial Scale จะยากกว่ากันมากทีเดียว รวมถึงการควบคุม QC (Quality Control) ก็ค่อนข้างยากกว่า จึงเป็นเหตุผลให้ ‘Nurture Care’ ต้องผ่านมาตรฐาน GMP Cosmetics ในส่วนกระบวนการผลิต 



นอกจากนี้การที่สินค้าเป็นสิ่งใหม่ออกมาวางจำหน่าย ต้องมีการวางแผน - จัดการสินค้า ชูจุดขายสินค้านวัตกรรมใช้ได้จริงซึ่งจะช่วยในการเจาะตลาดได้ โดยสิ่งที่ต้องสื่อสารให้ผู้บริโภคทราบถึงคุณสมบัติของแป้งข้าว ซึ่ง ‘ไร้ซแคร์’ ใช้ความปลอดภัยเข้าไปตีตลาด ช่วยให้เด็กสบายตัว คุณแม่ก็สบายใจมากขึ้น 



ต่อยอดจาก ReisCare ซึ่งเนื้อแป้งมีความละเอียดสูงกว่าแป้งทั่วไป เหมาะกับบ้านเราที่อากาศร้อนชื้น เหงื่อออกเยอะ ต้องการแป้งที่ใช้ควบคุมความมัน ‘Nurture Care’ จึงมีการพัฒนาขึ้นมาอีกแบรนด์ ก็คือ แป้ง Lady Audrey ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี R-Micelle เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายและผิวมัน



ธุรกิจต้องรู้จัก Positioning ตัวเอง เพื่อก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม

ช่วงท้ายบทสัมภาษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด ได้เผยถึงทิศทางการทำธุรกิจในอนาคตว่า บริษัทจะยังคงเน้นสินค้าประเภทแป้งต่อไปในอนาคต แต่จะขยายตลาดให้เป็น All Family หรือ Family Rice Powder ซึ่งขณะนี้ได้มีการ Revise Positioning รวมถึงเป้าหมายของบริษัท โดยในปี 2566 จะเริ่มขยายตลาด และการสื่อสารไปยังกลุ่มต่าง ๆ แป้งเด็กยังมีเช่นเดิม แต่เพิ่มเติมคือจะมุ่งไปวัยอื่น ๆ มากขึ้น เช่น วัยรุ่น ที่หน้าเริ่มมัน ฮอร์โมนเริ่มเยอะ วัยผู้ใหญ่ก็ต้องการใช้แป้งที่ทำให้สดชื่น ทำให้รู้สึก Comfortable ในการใช้ชีวิตตลอดทั้งวัน รวมถึงผู้สูงวัยตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ สู่แนวคิดธุรกิจผลิตสินค้าทุกช่วงอายุหรือ Long Life Customer เป็นการตลาดอนาคต ทำให้ผู้บริโภคอยู่กับแบรนด์ตลอดชีวิตซึ่งกำลังเป็นวิธีคิดด้าน Marketing ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน


คุณวาทิน วงศ์สุรไกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด

ในการทำธุรกิจเราต้องรู้ตัวเองว่าควรอยู่จุดใด เช่น ‘เนอเชอร์แคร์’ เชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้ามียอดขายต่อปีเกือบ 1 ล้านกระปุกโดยเป็นแบรนด์ของบริษัทเอง ที่จำหน่ายในไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ CLMV ประเทศภูมิอากาศร้อนชื้นแล้ว ‘Nurture Care’ ยังเป็นพาร์ทเนอร์ผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ของลูกค้าในฟิลิปปินส์และจีน นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งบริษัทยังมีการจำหน่ายแป้งข้าวเจ้าเกรดเครื่องสำอางเป็นวัตถุดิบให้กับแบรนด์เครื่องสำอางอีกด้วย 


 
จากแนวคิดการทำธุรกิจของบริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด กลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากบริษัทจะคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมาให้กลายเป็นสินค้าใช้ได้จริง แล้วเป็นผู้เทสต์ตลาดสินค้านั้น ๆ ก่อนที่จะรับผลิตโปรดักส์ให้กับธุรกิจที่สนใจสร้างแบรนด์ตัวเอง เนื่องจากบริษัทมี Positioning เน้นไปที่การเป็นผู้ผลิตเป็นหลัก รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร มีไอเดียที่จดสิทธิบัตรไว้ กลายเป็นจุดแข็งในด้านการผลิตที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบ และที่สำคัญในเมืองไทย ‘Nurture Care’ เป็นเจ้าเดียวที่ผลิตแป้งข้าวที่กันน้ำได้

รู้จัก ‘บริษัท เนอเชอร์แคร์ จำกัด’ เพิ่มเติมได้ที่
แป้งเด็กไร้ซแคร์ :
https://www.reiscare.com/ 
https://www.facebook.com/messages/t/ReisCareBabyPowder 

แป้งเครื่องสำอาง Lady Audrey : 
https://www.ladyaudrey.com/ 
https://www.facebook.com/LadyAudreyClub/

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155827 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132642 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119823 | 24/11/2020
banner