เจาะใจ สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ปั้นระบบ ‘FoodStory’ เสริมแกร่งร้านอาหาร ช่วยให้ SME บริหารร้านได้ทุกที่ทุกเวลา

SME in Focus
26/10/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 4020 คน
เจาะใจ สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ปั้นระบบ ‘FoodStory’ เสริมแกร่งร้านอาหาร ช่วยให้ SME บริหารร้านได้ทุกที่ทุกเวลา
banner
ย้อนเส้นทาง บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด สตาร์ทอัพผู้นำด้านการพัฒนาระบบ POS ด้วย แอปพลิเคชัน ‘FoodStory’ สำหรับร้านอาหารทุกประเภท ตั้งแต่ร้านอาหารรายย่อย ไปจนถึงเครือบริษัทร้านอาหารขนาดใหญ่

โดยพัฒนาโปรแกรมสุดล้ำที่จะช่วยบริหารการจัดการร้านอาหาร และให้คำปรึกษากับลูกค้าแบบครบวงจรรูปแบบใหม่ พร้อมการบริหารจัดการร้านอาหารโดยการเปลี่ยน Data เป็น Insight เพื่อให้เจ้าของธุรกิจร้านอาหารและผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ และเข้าใจการดำเนินงานของธุรกิจทั้งในเรื่องการจัดการภายใน ไปจนถึงการขายเพื่อสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ในระยะยาว 



จุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่เส้นทางสตาร์ทอัพ FoodStory
 
คุณฐากูร ชาติสุทธิผล Co-founder & CEO บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด (FoodStory) ผู้พัฒนา Application FoodStory ระบบการจัดการร้านอาหาร เล่าเรื่องราวประสบการณ์กว่าจะมาเป็น ‘FoodStory’ อย่างทุกวันนี้ว่า ธุรกิจเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วเริ่มต้นด้วยทีมงานเพียงแค่ 3 คน โดยขณะนั้นวงการสตาร์ทอัพในเมืองไทยยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างเช่นทุกวันนี้

ต่อมาในปี 2014 สตาร์ทอัพเมืองไทยเริ่มบูมมากขึ้น เราได้ไปแข่ง สตาร์ทอัพ แอปพลิเคชัน ชาเลนจ์มากมายหลายรายการ ทำให้เรามีชื่อเสียงมากขึ้น เข้าใจการทำงานมากขึ้น จนมีลูกค้ารายแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เหตุที่ใช้เวลานานเนื่องจากเราพยายามจะสร้าง Restaurant Ecosystem ของเราเอง โดยมีระบบ POS และ Consumer App ที่อยู่บน iPhone และ Android Phone ซึ่งขณะนั้นลูกค้าเมืองไทยยังไม่คุ้นกับระบบแบบนี้จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากมาก

“ผมกับเพื่อน ๆ เห็นว่าร้านอาหารส่วนใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเวลารับออเดอร์จะมีความยากลำบากต้องเดินกลับไปกลับมาหลายรอบ อาจมีออเดอร์ตกหล่น และติดตามออเดอร์ยาก รวมถึงตอนที่เรียกเช็คบิล พนักงานต้องเดินกลับไปที่เคาเตอร์ หลังจากนั้นจึงจะสามารถเดินกลับมาที่โต๊ะลูกค้าเพื่อรับชำระเงิน ไหนจะต้องรับเงินสดหรือรับบัตรเครดิตอีก จึงมองว่า ทำไมธุรกิจร้านอาหารไม่มีระบบการจัดการที่จะ Transaction ให้พนักงานเดินกลับไปกลับมาน้อยลง” 


ฐากูร ชาติสุทธิผล Co-founder & CEO บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด

คุณฐากูร เล่าว่า ตอนที่ตนเรียนอยู่นิวซีแลนด์ เคยทำงานในร้านอาหารต้องเดินเยอะมาก ๆ แล้วต้องยืนตลอดชั่วโมงการทำงาน โดยคิดเป็นค่าเฉลี่ยการเดินแค่ในร้านอาหารเล็ก ๆ ออกมาเฉลี่ยได้ถึง 8-12 กิโลเมตรต่อคนเลยทีเดียว จึงมองว่า ถ้าเราสามารถทำให้พนักงานเสียเวลาและพลังงานตรงนี้น้อยลง แล้วเปลี่ยนเป็น Service Mind ที่ดีเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ น่าจะเป็นผลบวกกับเจ้าของกิจการมากกว่า จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เรามุ่งมั่นพัฒนา แอปพลิเคชัน FoodStory ขึ้นมานั่นเอง



FoodStory ทำงานอย่างไร

คุณฐากูร อธิบายการทำงานของระบบว่า สำหรับการให้บริการของ Food Solution ประกอบด้วยเทคโนโลยี 3 ส่วนที่ทำงานร่วมกัน คือ

ส่วนที่ 1 FoodStory จะดูแลเรื่องระบบบริหารจัดการร้านอาหาร โดยทำงานบน iPad การรับ-ส่งออเดอร์ไปที่ระบบหลังร้านเพื่อปรุงอาหาร ขณะเดียวกันระบบจะตัดยอดวัตถุดิบในสต๊อกซึ่งจะเป็นการช่วยลดระยะเวลาและความผิดพลาด

และส่วนที่ 2 FlowAccount ที่ดูแลเรื่องของระบบบัญชีออนไลน์โดยการเชื่อมต่อกับ FoodStory ซึ่งจะมีการอัพเดตยอดขาย และการบริหารต้นทุนของร้านเข้าระบบบัญชีออนไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลาลงบัญชีด้วยตัวเองเมื่อสิ้นสุดการขายในแต่ละวัน

ส่วนที่ 3 คือ การบริการรับชำระเงินด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ เช่น ระบบ mPOS ซึ่งรองรับการชำระได้ทั้งบัตรเครดิตหรือเดบิตผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ iPad หรือระบบ QR Code ที่ให้ลูกค้าสแกนชำระค่าบริการได้ ช่วยให้การชำระเงินของลูกค้าร้านอาหารปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว 



จุดเด่นของแอปพลิเคชัน

ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มี แอปพลิเคชัน ที่เหมือนกันโดยตรง ส่วนใหญ่จะเป็นการบริการเพียงแค่การจัดการภายในร้านอาหาร หรือเป็นฐานข้อมูลให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ FoodStory ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อร้านอาหาร และผู้ที่รับประทานอาหารให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยตรง เช่น การจองโต๊ะ หรือสั่งอาหารไปรับประทานที่บ้านหรือที่ทำงาน 

ทั้งนี้ FoodStory เป็นระบบจัดการหน้าร้านแบบ iPad ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบประเภทร้านอาหาร ตั้งแต่ร้านอาหารขนาดเล็ก และเครื่องดื่มทั่วไปที่ซื้อกลับบ้าน ร้านอาหารที่นั่งรับประทานในร้าน ร้านบุฟเฟต์  ไปจนถึงบริษัทร้านอาหารในเครือขนาดใหญ่ ปัจจุบัน FoodStory มีมากกว่า 300 ฟีเจอร์ เช่น บริหารสต๊อก จองโต๊ะอาหาร รายงานผลประกอบการ เป็นต้น 

โดย FoodStory มีจุดเด่นอยู่ตรงที่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้ แอปพลิเคชัน ได้แบบเรียลไทม์  โดยสามารถเริ่มต้นด้วย iPad เพียงเครื่องเดียว ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดการหน้าร้านเพื่อรองรับลูกค้า Dine-in และลูกค้าที่สั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ พร้อมทั้งระบบเก็บข้อมูลทุกกิจกรรมภายในร้านอาหารอย่างละเอียด โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกสร้างขึ้นเป็นรายงาน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อยอดธุรกิจได้

“สิ่งที่ FoodStory พัฒนาขึ้นมานั้น แนวคิดหลักเกิดจาก Paperless หรือระบบการทำงานแบบไร้กระดาษทั้งสิ้น ไม่ว่าลูกค้าจะสั่งอาหารทางไหนก็ตาม ทั้งทางหน้าจอสมาร์ทโฟนของลูกค้าเอง หน้าตู้ Kiosk ภายในร้านอาหาร หรือสั่งจากโต๊ะที่นั่งทานอาหารภายในร้าน ข้อมูลออเดอร์จะถูกส่งตรงไปยังระบบ POS และระบบ Kitchen Display หรือระบบจัดการหลังครัวเพื่อดำเนินการผลิตอาหารและคิดเงินตามออเดอร์”

ปัจจุบัน FoodStory ให้บริการระบบจัดการอัจฉริยะแก่ร้านอาหารไปแล้วมากกว่า 50,000 ร้าน ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารทั่วไป ทั้งนี้ยังมีร้านอาหารผู้ใช้งานระบบ FoodStory ทั้งในไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมถึง 11 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย



FoodStory  มีฟีเจอร์อะไร? ที่ผู้ประกอบการจะได้ใช้ประโยชน์

คุณฐากูร สะท้อนภาพว่า ธุรกิจอาหารในบ้านเราก่อนหน้านี้ จะใช้ระบบแมนนวลเป็นส่วนใหญ่มีการสั่งงานผ่าน LINE ผ่านอีเมล หรือบางคนก็ยังใช้วิธีส่งแฟกซ์ เราจึงอยากผลักดันให้ SME Transform สู่ระบบดิจิทัล มากขึ้น 

คุณฐากูร เผยว่า เจ้าของร้านอาหารจะสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้นทั้งในเรื่องของการบริการลูกค้า การสั่งอาหาร การรับชำระเงิน รวมไปถึงระบบหลังบ้านอย่างการจัดทำบัญชี หรือตรวจสอบสต๊อกสินค้าที่ผู้ประกอบการจะทำได้ง่ายขึ้น สามารถลดเรื่องการทุจริตของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาในการทำงานมากขึ้น 
     
ซึ่งจะครอบคลุมฟังก์ชันหลัก ๆ ของร้านอาหารเล็ก ๆ ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับร้านอาหารใหญ่ ๆ ได้เลย ด้วยเงินลงทุนที่ไม่แพง ถือเป็นโอกาสสำหรับเจ้าของกิจการที่ยังไม่มีระบบในการบริหารจัดการ ที่จะหันมาลองใช้งานระบบ Food Solution ด้วยต้นทุนที่ตํ่าและการใช้งานที่ง่ายด้วยอุปกรณ์ที่พกพาไปได้ทุกที่ อย่าง iPad หรือ สมาร์ทโฟน ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

คุณฐากูร ยังอธิบายถึงการทำงานของแอปพลิเคชัน FoodStory อีกว่าเป็นระบบที่ทำให้เจ้าของร้านอาหารและลูกค้าได้พบกันด้วยระบบ อีโค่ซิสเต็ม (Ecosystem) เป็นตัวเชื่อมระหว่างแอปพลิเคชัน ทั้งสองให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และแชร์เรื่องราวซึ่งกันและกัน ส่งผลดีให้ร้านอาหารเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถหาร้านอาหารได้ตรงตามความต้องการของตนเองได้อย่างเหมาะสม เป็นรูปแบบการแลกเปลี่ยนที่ครบวงจรระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหาร และกลุ่มลูกค้า หากจะพูดถึงเรื่องความสะดวกสบาย และทันสมัย FoodStory สามารถตอบโจทย์ร้านอาหาร และผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เป้าหมายของการพัฒนาระบบ FoodStory คือเพื่อช่วยเหลือ SME ในการเชื่อมต่อระบบแบบครบวงจร ซึ่งตามหลักของธุรกิจ SME นั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการมีความต้องการมากที่สุดคือระบบที่จะเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจ รวมถึงการจัดทำบัญชีเพื่อส่งให้กรมสรรพากร ดังนั้น FoodStory จะเข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทั้งการชำระเงิน ยอดขาย และรายจ่ายที่สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์”



ก้าวต่อไปของ ‘FoodStory’ จะเป็นไปในทิศทางใด

CEO หนุ่ม สะท้อนมุมมองว่า เราได้เติมเต็ม Restaurant Ecosystem ผ่านการเชื่อมต่อกับ LINE MAN และ Wongnai เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านอาหาร พร้อมทั้งยังเชื่อมต่ออัตโนมัติด้วย POS Inventory Management เต็มรูปแบบ รองรับการชำระเงินออนไลน์ และการส่งใบกำกับภาษีแบบ Electronics ผ่าน e-TAX Invoice โดยการที่มี Restaurant Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อเชื่อมต่อตั้งแต่ Farm to Folk นั้น 

“ก้าวต่อไปเราตั้งเป้าที่จะเป็นที่หนึ่งใน Restaurant Ecosystem ในเมืองไทย ซึ่งในธุรกิจที่เป็น Restaurant Ecosystem ยังเป็นตลาดใหญ่ที่มีอนาคตไกล ‘FoodStory’ จึงอยากเป็นตัวการที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลนี้ ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency) ในระบบซัพพลายเชนของร้านอาหารและอันนี้คือเป้าหมายที่เราวางไว้”

เป้าหมายถัดไปของ ‘FoodStory’ คือ การพาระบบของเราบุกตลาดต่างประเทศ แม้ในปัจจุบันเราจะโฟกัสที่กลุ่มร้านอาหารในประเทศไทยเป็นหลัก แต่เราก็ยังมีฐานลูกค้าในประเทศอื่น ๆ เช่น ประเทศออสเตรเลีย สิงคโปร์ พม่า ลาว เกาหลีใต้ อเมริกา อังกฤษ เซอร์เบียร์ และฝรั่งเศส ทำให้ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายต่อไปได้ในอนาคต

สิ่งนี้ถือเป็นความท้าทายของ ‘FoodStory’ ที่อยากเป็นตัวแทนไปปักธงชาติไทยในต่างประเทศ ให้ต่างชาติรู้ว่าระบบของคนไทยที่สร้างโดยคนไทย 100% ก็สามารถที่จะเป็นประโยชน์ในบางอุตสาหกรรมได้ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีค่าแรงขั้นต่ำที่สูงจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก

ต้องถือว่า แอปพลิเคชัน ‘FoodStory’ เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาปฏิวัติวงการร้านอาหารไทยและลูกค้า ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ต้องนั่งรอให้เสียเวลา ส่วนทางร้านเองก็สามารถบริหารจัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว
 
สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีหลายคนเคยกล่าวไว้ว่า Startup ส่วนใหญ่มักจะร่วงก่อนรุ่ง แต่วันนี้ ‘FoodStory’ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความอดทน รัก และมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


รู้จัก ‘บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด’ หรือ แอปพลิเคชัน ‘FoodStory’ เพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.facebook.com/FoodStoryPOS
https://www.foodstory.co/
http://th.livingmobile.me/

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’ SME in Focus

ธุรกิจยุคใหม่ต้อง ‘ไร้สัมผัส’

ความร้ายแรงของโควิด-19 ที่มนุษย์โลกต้องเผชิญนั้นยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคชนิดใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ เพราะทำลายทั้งชีวิตและระบบเศรษฐกิจขอ...
155826 | 09/06/2020
5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021 SME in Focus

5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล กระแสแรงแห่งปี 2021

ปี 2020 เป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจข...
132556 | 21/01/2021
รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์ SME in Focus

รู้จักทฤษฎี 6W1H ตัวช่วยค้นหาลูกค้าของธุรกิจออนไลน์

6W1H เป็นสูตรที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์และวางแผนทางการตลาด เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า โดยมีการตั้งคำถามและตอบโจทย์ว่า ใคร (Who), จะทำอะไร (What), ที...
119759 | 24/11/2020
banner